“คอนแทคเลนส์” ภัยเงียบทำร้ายดวงตา

โดย
| |
อ่าน : 3,658

คิดก่อนใส่ก่อนที่จะสายไป

 

               ดวงตา คือ หน้าต่างที่ทำให้เรามองเห็นโลกกว้าง ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดี ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางสายตาอย่างรุนแรง หรือในบางรายอาจก้าวเข้าสู่โลกมืดได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากละเลยข้อควรปฏิบัติประตูโลกมืดจะเข้ามารุกรานและทำอันตรายต่อดวงตาได้โดยไม่รู้ตัว...

 

              สำหรับคนที่รักสวยรักงามคอนแทคเลนส์อาจจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่สวมใส่ได้ แต่ภายใต้ความมั่นใจนั้นคุณรู้หรือไม่ว่า...คอนเทคเลนส์คู่น้นของคุณมี เชื้ออะแคนทะมีบา แฝงอยู่

 

              โดย ศ.พญ.พนิดา โกสียรักษ์วงศ์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกเอาว่า "อะแคนทะมีบา" นั้นเป็นโปรตัวซัวแบบเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในน้ำและดิน มีช่วงชีวิต 2 แบบด้วยกัน โดยแบบที่แรกนั้น จะเรียกว่า ซีสต์ มีขนาด 10-25 ไมครอน เมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จะฝังตัวอยู่นิ่งๆ ส่วนแบบที่สองเรียกว่า โทรโฟซอยต์ ที่เคลื่อนไหว มีขนาด 15-45 ไมครอน จะเปลี่ยนรูปร่างจาก ซีสต์ มีฤทธิ์ทำลายดวงตาของคนได้

 

              โดยเชื้อทั้ง 2 ชนิดนี้อาศัยอยู่ได้ดีในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวก็ตาม ที่สำคัญ...ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำที่มีสารคลอรีน หรือแม้แต่น้ำบ่อน้ำร้อน เจ้าเชื้ออะแคนทะมีบาก็สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งหากคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ 70 เปอร์เซ็นต์พบว่ากระจกตาจะเกิดอาการอักเสบมากกว่าคนทั่วไป และเมื่อไปในแหล่งที่มีเชื้อนี้แฝงตัวอยู่ก็จะมีโอกาสติดมากกว่าคนทั่วๆ ไป

 

               หากได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการ ปวดตามาก สู้แสงแดดไม่ได้ กระจกตาขุ่นเป็นฝ้า เกิดแผลอักเสบที่กระจกตา ในบางรายดูคล้ายจะอักเสบเนื่องจากติดเชื้อไวรัสเริม ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ส่วนของการรักษา โดยทั่วไปจะต้องหยอดตาด้วยยาฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องผสมจากน้ำยาบางชนิดที่ไม่มีขายในท้องตลาด โดยจะต้องหยอดตาบ่อยๆ เป็นเวลานานหลายเดือน หรืออาจเป็นปีเลยก็ว่าได้ บางรายอาจจะต้องเฝ้าติดตามดูอาการเป็นระยะๆ นานหลายปี เนื่องจากเชื้ออะแคนทะมีบาสามารถมีชีวิตอยู่ในรูปแบบของซีสต์ได้นานหลายสิบปี ดังนั้นเมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีเชื้อโรคที่ไปเป็นอาหารชั้นดีของเชื้ออะแคนทะมีบา ซีสต์ดังกล่าวก็จะแปลงร่างเป็นโทรโฟซอยต์ทำให้ดวงตาอักเสบทันทีซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นที่สุด!!!

 

              ทำอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อร้ายชนิดนี้ได้!!!...

 

              วิธีการง่ายมาก!!!..เพียงแค่ให้เวลาและใส่ใจกับดวงตาคู่ที่ 2 ของคุณให้มากขึ้น ด้วยการล้างมือทำความสะอาดโดยการฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง ก่อนหยิบจับคอนแทคเลนส์ ส่วนน้ำยาทำความสะอาดล้างเลนส์ ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน และเหนือสิ่งอื่นใด!..ต้องขัดถูล้างเลนส์ทั้ง 2 ด้านเป็นเวลาพอสมควร ตลอดจนล้างขัดถูตลับแช่เลนส์ให้สะอาดทุกครั้งก่อนใส่น้ำยาแช่เลนส์ และควรนำตลับแช่เลนส์อบไมโครเวฟทุก 2-3 สัปดาห์ โดยต้องเปลี่ยนตลับใหม่ทุก 2-3 เดือน เนื่องจากเชื้อโรคนี้เป็นชนิดที่อยู่ทนทาน และมักพบในคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มบ่อยกว่าชนิดแข็งด้วยนะ!!!

 

            หากมีอาการเปลือกตาอักเสบ เจ็บๆ คันๆ ตาแห้ง ต้องคอยหยอดน้ำตาเทียบอยู่ตลอด เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ หรือไม่มีเวลาดูแลล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ ก็ไม่ควรที่จะใสคอนแทคเลนส์เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณเสียดวงตาคู่สวยของคุณไปอย่างถาวร

 

              ที่สำคัญ...ไม่ว่าคุณจะเพลียจากการทำงานหรือการเรียนก็ตาม...ห้ามลืมถอดเจ้าคอนแทคเลนส์เวลานอนเด็ดขาด!!! ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่ใส่นอนได้ก็ตาม เพราะจะทำให้ตาของเราแห้ง และเชื้อโรคก็จะไปสะสมรวมตัวกันที่ตาดำ ขยายวงกว้างให้เจ้า เชื้ออะแคนทะมีบา เติบโตได้ดีและทำร้ายดวงตาของคุณเพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง

 

              และสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วต้องสายตาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้สายตาเกิดอาการล้า มองภาพมัว ตาแห้งได้ ลองบริหารดวงตาแบบนี้ดู!! แต่ก่อนอื่นต้องล้างมือให้สะอาดแล้วถอดเจ้าคอนแทคเลนส์ ออกก่อน จากนั้นเริ่มกันที่ หลับตา ถูฝ่ามือทั้งสองไปมาให้พอรู้สึกอุ่น แนบฝ่ามือที่เปลือกตาประมาณ 1 นาที ผ่อนคลายและหายใจลึกๆ

 

             สร็จแล้วมาต่อกับการเอามือออก แล้วลืมตาขึ้น จากนั้นก็เคลื่อนลูกตาจากซ้ายไปขวา โดยมองไปยังที่ไกลๆ จากมุมซ้ายสุดแล้วกวาดสายตาไปยังมุมขวาสุด ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง จากนั้นทำซ้ำขั้นตอนแรก แล้วต่อด้วยการเคลื่อนสายตาจากมุมขวาบนลงมามุมซ้ายล่าง ลักษณะทแยงมุม 4 ครั้ง จากนั้นก็ทำซ้ำขั้นตอนแรกอีกครั้ง จากนั้นให้กวาดสายตาเป็นวงตามทิศทางเคลื่อนตัวของเข้มนาฬิกา 4 รอบแล้วทำซ้ำขั้นตอนแรกใหม่ สุดท้ายให้เคลื่อนสายตาจากบนสุดไกลสุด แล้วกวาดสายตาลงมายังจุดด้านล่างสุดอย่างช้าๆ ทำ 4 ครั้ง แล้วทำซ้ำขั้นตอนแรกใหม่ถือว่าเสร็จขั้นตอน แค่นี้ก็จะช่วยให้สายตาคลายจากอาการเมื่อยล้าได้ในระดับหนึ่งแล้ว

 

              ดวงตา เป็นส่วนที่เปราะบางมาก และต้องใช้งานตลอดทั้งวัน จึงไม่ควรที่จะให้มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ มาทำร้ายดวงตาของเราได้ สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาว การใส่แว่นตาดูจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แถมยังเป็นการถนอมดวงตาที่ดีอีกทางเพราะเลนส์ของแว่นตาจะเป็นตัวกรองฝุ่นละอองที่ผ่านมาไม่ให้เข้ามาที่ตาของเรามากจนเกินไปได้

 

              และทางที่ดีควรหาอาหารที่ช่วยบำรุงสายตามาทาน ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง พักทอง หรือแครอทเพราะมีสารแบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี แล้วอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยนะร่างกายจะได้แข็งแรงไปพร้อมๆ กับสายตาคู่งามของคุณจะดีที่สุด เพราะ ดวงตาเป็นหน้าต่างที่เอาไว้เปิดดูความสวยงามของโลกกว้างใบนี้ เพราะฉะนั้นต้องดูแลรักษามันไว้ให้ดีและนานที่สุดดีกว่า!!

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องโดย: ภราดร เดชสาร Team content www.thaihealth.or.th

 

 

Update:21-01-53

อัพเดทเนื้อหาโดย: ภราดร เดชสาร

 

 

 

 

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก  อาหารประเภท หวาน มัน เค็ม  วัย 0 - 6 ปี  เซ็กส์ก่อนแต่ง  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่การดำเนินงาน แนะนำองค์กร สร้างเสริมสุขภาพ ประชาชน สังคมไทย  ดนัย หวังบุญชัย  สรุปการคัดเลือก  กลุ่มชาติพันธุ์  โรคต้อหิน  เห็ดชิตาเกะ  เพื่อพ่อหลวง  ออมเงินอย่างง่าย  กิจกรรมปีใหม่  ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ  รศ.ดร.บุปผา ศิริรัศมี  เปล่งเสียง  โลหิตจาง  โรคของจอตา  เรียนรู้ แบ่งปัน สร้างสรรค์ สู่อาเซียน  แม่ชีไทย  หนังสยองขวัญ  สสส.แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต  ป้องกันไข้หวัดใหญ่  เปลี่ยนชีวิต  Human Center