“คอนแทคเลนส์” ภัยเงียบทำร้ายดวงตา

โดย
| |
อ่าน : 3,548

คิดก่อนใส่ก่อนที่จะสายไป

 

               ดวงตา คือ หน้าต่างที่ทำให้เรามองเห็นโลกกว้าง ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดี ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางสายตาอย่างรุนแรง หรือในบางรายอาจก้าวเข้าสู่โลกมืดได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากละเลยข้อควรปฏิบัติประตูโลกมืดจะเข้ามารุกรานและทำอันตรายต่อดวงตาได้โดยไม่รู้ตัว...

 

              สำหรับคนที่รักสวยรักงามคอนแทคเลนส์อาจจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่สวมใส่ได้ แต่ภายใต้ความมั่นใจนั้นคุณรู้หรือไม่ว่า...คอนเทคเลนส์คู่น้นของคุณมี เชื้ออะแคนทะมีบา แฝงอยู่

 

              โดย ศ.พญ.พนิดา โกสียรักษ์วงศ์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกเอาว่า "อะแคนทะมีบา" นั้นเป็นโปรตัวซัวแบบเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในน้ำและดิน มีช่วงชีวิต 2 แบบด้วยกัน โดยแบบที่แรกนั้น จะเรียกว่า ซีสต์ มีขนาด 10-25 ไมครอน เมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จะฝังตัวอยู่นิ่งๆ ส่วนแบบที่สองเรียกว่า โทรโฟซอยต์ ที่เคลื่อนไหว มีขนาด 15-45 ไมครอน จะเปลี่ยนรูปร่างจาก ซีสต์ มีฤทธิ์ทำลายดวงตาของคนได้

 

              โดยเชื้อทั้ง 2 ชนิดนี้อาศัยอยู่ได้ดีในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวก็ตาม ที่สำคัญ...ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำที่มีสารคลอรีน หรือแม้แต่น้ำบ่อน้ำร้อน เจ้าเชื้ออะแคนทะมีบาก็สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งหากคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ 70 เปอร์เซ็นต์พบว่ากระจกตาจะเกิดอาการอักเสบมากกว่าคนทั่วไป และเมื่อไปในแหล่งที่มีเชื้อนี้แฝงตัวอยู่ก็จะมีโอกาสติดมากกว่าคนทั่วๆ ไป

 

               หากได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการ ปวดตามาก สู้แสงแดดไม่ได้ กระจกตาขุ่นเป็นฝ้า เกิดแผลอักเสบที่กระจกตา ในบางรายดูคล้ายจะอักเสบเนื่องจากติดเชื้อไวรัสเริม ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ส่วนของการรักษา โดยทั่วไปจะต้องหยอดตาด้วยยาฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องผสมจากน้ำยาบางชนิดที่ไม่มีขายในท้องตลาด โดยจะต้องหยอดตาบ่อยๆ เป็นเวลานานหลายเดือน หรืออาจเป็นปีเลยก็ว่าได้ บางรายอาจจะต้องเฝ้าติดตามดูอาการเป็นระยะๆ นานหลายปี เนื่องจากเชื้ออะแคนทะมีบาสามารถมีชีวิตอยู่ในรูปแบบของซีสต์ได้นานหลายสิบปี ดังนั้นเมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีเชื้อโรคที่ไปเป็นอาหารชั้นดีของเชื้ออะแคนทะมีบา ซีสต์ดังกล่าวก็จะแปลงร่างเป็นโทรโฟซอยต์ทำให้ดวงตาอักเสบทันทีซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นที่สุด!!!

 

              ทำอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อร้ายชนิดนี้ได้!!!...

 

              วิธีการง่ายมาก!!!..เพียงแค่ให้เวลาและใส่ใจกับดวงตาคู่ที่ 2 ของคุณให้มากขึ้น ด้วยการล้างมือทำความสะอาดโดยการฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง ก่อนหยิบจับคอนแทคเลนส์ ส่วนน้ำยาทำความสะอาดล้างเลนส์ ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน และเหนือสิ่งอื่นใด!..ต้องขัดถูล้างเลนส์ทั้ง 2 ด้านเป็นเวลาพอสมควร ตลอดจนล้างขัดถูตลับแช่เลนส์ให้สะอาดทุกครั้งก่อนใส่น้ำยาแช่เลนส์ และควรนำตลับแช่เลนส์อบไมโครเวฟทุก 2-3 สัปดาห์ โดยต้องเปลี่ยนตลับใหม่ทุก 2-3 เดือน เนื่องจากเชื้อโรคนี้เป็นชนิดที่อยู่ทนทาน และมักพบในคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มบ่อยกว่าชนิดแข็งด้วยนะ!!!

 

            หากมีอาการเปลือกตาอักเสบ เจ็บๆ คันๆ ตาแห้ง ต้องคอยหยอดน้ำตาเทียบอยู่ตลอด เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ หรือไม่มีเวลาดูแลล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ ก็ไม่ควรที่จะใสคอนแทคเลนส์เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณเสียดวงตาคู่สวยของคุณไปอย่างถาวร

 

              ที่สำคัญ...ไม่ว่าคุณจะเพลียจากการทำงานหรือการเรียนก็ตาม...ห้ามลืมถอดเจ้าคอนแทคเลนส์เวลานอนเด็ดขาด!!! ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่ใส่นอนได้ก็ตาม เพราะจะทำให้ตาของเราแห้ง และเชื้อโรคก็จะไปสะสมรวมตัวกันที่ตาดำ ขยายวงกว้างให้เจ้า เชื้ออะแคนทะมีบา เติบโตได้ดีและทำร้ายดวงตาของคุณเพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง

 

              และสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วต้องสายตาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้สายตาเกิดอาการล้า มองภาพมัว ตาแห้งได้ ลองบริหารดวงตาแบบนี้ดู!! แต่ก่อนอื่นต้องล้างมือให้สะอาดแล้วถอดเจ้าคอนแทคเลนส์ ออกก่อน จากนั้นเริ่มกันที่ หลับตา ถูฝ่ามือทั้งสองไปมาให้พอรู้สึกอุ่น แนบฝ่ามือที่เปลือกตาประมาณ 1 นาที ผ่อนคลายและหายใจลึกๆ

 

             สร็จแล้วมาต่อกับการเอามือออก แล้วลืมตาขึ้น จากนั้นก็เคลื่อนลูกตาจากซ้ายไปขวา โดยมองไปยังที่ไกลๆ จากมุมซ้ายสุดแล้วกวาดสายตาไปยังมุมขวาสุด ทำซ้ำกัน 4 ครั้ง จากนั้นทำซ้ำขั้นตอนแรก แล้วต่อด้วยการเคลื่อนสายตาจากมุมขวาบนลงมามุมซ้ายล่าง ลักษณะทแยงมุม 4 ครั้ง จากนั้นก็ทำซ้ำขั้นตอนแรกอีกครั้ง จากนั้นให้กวาดสายตาเป็นวงตามทิศทางเคลื่อนตัวของเข้มนาฬิกา 4 รอบแล้วทำซ้ำขั้นตอนแรกใหม่ สุดท้ายให้เคลื่อนสายตาจากบนสุดไกลสุด แล้วกวาดสายตาลงมายังจุดด้านล่างสุดอย่างช้าๆ ทำ 4 ครั้ง แล้วทำซ้ำขั้นตอนแรกใหม่ถือว่าเสร็จขั้นตอน แค่นี้ก็จะช่วยให้สายตาคลายจากอาการเมื่อยล้าได้ในระดับหนึ่งแล้ว

 

              ดวงตา เป็นส่วนที่เปราะบางมาก และต้องใช้งานตลอดทั้งวัน จึงไม่ควรที่จะให้มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ มาทำร้ายดวงตาของเราได้ สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาว การใส่แว่นตาดูจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แถมยังเป็นการถนอมดวงตาที่ดีอีกทางเพราะเลนส์ของแว่นตาจะเป็นตัวกรองฝุ่นละอองที่ผ่านมาไม่ให้เข้ามาที่ตาของเรามากจนเกินไปได้

 

              และทางที่ดีควรหาอาหารที่ช่วยบำรุงสายตามาทาน ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง พักทอง หรือแครอทเพราะมีสารแบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี แล้วอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยนะร่างกายจะได้แข็งแรงไปพร้อมๆ กับสายตาคู่งามของคุณจะดีที่สุด เพราะ ดวงตาเป็นหน้าต่างที่เอาไว้เปิดดูความสวยงามของโลกกว้างใบนี้ เพราะฉะนั้นต้องดูแลรักษามันไว้ให้ดีและนานที่สุดดีกว่า!!

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องโดย: ภราดร เดชสาร Team content www.thaihealth.or.th

 

 

Update:21-01-53

อัพเดทเนื้อหาโดย: ภราดร เดชสาร

 

 

 

 

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม