“Geo Chat” ระบบเตือนภัยควบคุมโรค!

โดย
| |
อ่าน : 1,948

กับการกลับมาของ ‘H1N1’ ในปี 2010

 

                หลังจากที่ข่าวคราวการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ H1N1 เงียบหายไปบ้างแล้วในขณะนี้ แต่การระบาดของเชื้อหวัดดังกล่าวยังคงไม่หมดไป เพราะมีข้อมูลล่าสุดจากองค์กรอนามัยโลกมีการระบาดของโรคแล้ว ใน 207 ประเทศ มีผู้ป่วยที่ยืนยันสะสมมากกว่า 650,000 ราย ผู้เสียชีวิตอีกมากกว่า 8,768 ราย สำหรับในประเทศไทยเองมีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 589 ราย และคาดว่าการระบาดจะต่อเนื่องไป 1-3 ปี

 

            หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของเชื้อ H1N1 เป็นสิ่งที่สร้างความตกใจให้กับคนไปทั่วโลก เพราะมีการแพร่กระจายจากคนสู่คนได้อย่างรวดเร็ว สร้างความกดดันในการรับมือและป้องกันเชื้อโรคดังกล่าวอย่างมาก ถึงแม้ในหลายประเทศจะมีวิธีการรับมือและป้องกันเชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่วายที่เชื้อโรคดังกล่าวนี้จะหลุดรอดเข้ามาได้ กระทั้งตอนนี้คงไม่มีประเทศไหนที่ปลอดภัยจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 หรือ H1N1 ร้อยเปอร์เซนต์

 

            ดังนั้น! การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนทั้งโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในขณะนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการกลับมาอีกครั้งของ H1N1

 

            เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นพ.ภาสกร อัครเสวี ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทยยังไม่หมดไป และเป็นเรื่องสำคัญที่สำนักงานระบาดวิทยารวมถึงสาธารณสุขทั่วประเทศให้ความสำคัญและเฝ้าติตามอยู่ เพราะจากข้อมูลพบว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมาการระบาดของเชื้อ H1N1 ในบางประเทศลดลง ในบางประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งยังคงมีความเคลื่อนไหวที่ไม่แน่นนอน และมีแนวโน้มว่าการระบาดของเชื้อดังกล่าวยังคงจะเพิ่มขึ้น

 

“สาธารณสุขทุกจังหวัดทั่วประเทศยังคงติดตามและเผ้าระวังเรื่องดังกล่าวนี้อยู่ จึงต้องมีการวางแผนและมีมาตรการ เพื่อควบคุมโรค ดังนั้นจึงเกิดโปรแกรมจีโอแชท (GEO Chat) ขึ้น ซึ่งเป็นการร่วมมือของหน่วยงานทั้ง 6 หน่วยงานเพื่อให้การประมวลสถานะการณ์ของเชื้อโรค H1N1 ของแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยให้แต่ละพื้นที่ส่งข้อความสั้น หรือ SMS ไปยังส่วนกลางคือกรมควบคุมโรค ซึงมีโปรแกรมประมวลผลและแยกข้อมูลออกมาเป็นรายพื้นที่ เพื่อรายงานจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และในอนาคตอาจปรับระบบให้รองรับการรายงานสถานการณ์โรคอื่น ๆ ด้วย”

 

นอกจากนี้ นพ.ภาสกร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การที่ใช้ระบบ SMS เข้ามาเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์เชื้อ H1N1 นั้น เป็นเพราะปัจจุบันนี้เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายเช่น โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงคนในทุกๆ พื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งมีความรวดเร็ว สะดวกต่อการติดต่อและกระจายข่าว

 

สำหรับ GEO Chat คือระบบการสื่อสารผ่านข้อความสั้น หรือ SMS ที่เมื่อส่งเข้าไปในกลุ่มหรือส่วนกลางกรมควบคุมโรคแล้ว จะสามารถกระจายข่าวไปยังทุกกลุ่มเครือข่ายทั่วประเทศได้ ซึ่งระบบ GEO Chat นี้ มีองค์กร InSTEDD ประเทศอาเจนติน่า เป็นผู้ดูแล

 

ทั้งนี้นายปฎิพัทธ์ สุสำเภา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี บริษัทโอเพ่นดรีม จำกัด ในฐานะผู้พัฒนาระบบ GEO Chat ร่วมกับ องค์กร InSTEDD และมูลนิธิ GooGle เปิดเผยว่า การใช้ระบบ GEO Chat จะทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลของส่วนกลางจะสามารถลดเวลาได้ จากที่ต้องรอข้อมมูลจากจุดต่าง 1 วัน เพื่อบันทึกสถิติให้เหลือเพียง  1 ชั่วโมง และจะลดการสื่อสารทางโทรศัพท์ที่จากเดิมอาจต้องใช้ติดต่อกันถึง 120 ครั้งต่อวัน ให้เหลือเพียง 7 ครั้ง ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลที่รวดเร็ว และประสานงานกับทีมงานสาธารณสุขหรือเฝ้าระวังในพื้นที่ได้อย่างทันถ่วงที

 

“ตอนนี้มีคนตั้งคำถามกับ GEO Chat ค่อนข้างมาก ซึ่งมีประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งว่าหากระบบล่มเราจะทำอย่างไร? ตรงนี้บอกได้เลยว่าการพัฒนาระบบ Geo Chat เราทำมาค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง หากจะล่มคงจะเป็นที่แผ่นดิน ไฟไหม้ หรือไฟฟ้าดับมากกว่า และขณะเดียวกันเราก็กำลังทำการวิจัยอยู่ว่าจะสามารถพัฒนาระบบอินเตอร์โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า หรือใช้สายโทรศัพท์ได้อย่างไรบ้าง อีกทั้งตอนนี้ GEO Chat ยังได้ไปปรับใช้ด้านระบบสื่อสารและเฝ้าระวังโรคในจังหวักมุกดาหาร และจังหวัดเชียงรายในเร็วๆ นี้ เพราะทั้งสองจังหวัดเป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดน เราอาจจะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้านในการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อ H1N1 และโรคระบาดอื่นๆ ได้ต่อไปในอนาคต” นายปฏิพัทธ์กล่าว

 

เพื่อเป็นการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่ให้กกล้ำกลายทำลายสุขภาพ เรื่องแรกที่ต้องคำนึงคือการดูแลตัวเอง วิธีการก็ไม่ยากสามารถทำได้โดยการใช้สบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือบ่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งอาจะมีเชื้อ H1N1 ปะปนมาด้วย หรือการหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ รวมถึงการกินอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ ดื่มน้ำให้มากๆ และไม่ควรใช้แก้วน้ำ หลอดดู ช้อนอาหาร ผ้าเช็คมือ ผ้าเช็คหน้า ร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และหากป่วยเป็นไข้หวัดขึ้นมา (อาจจะไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009) สิ่งแรกที่ควรทำคือ ส่วนหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่น หรือใช้ผ้า กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ-จาม และควรหยุดเรียน หยุดทำงาน เพื่อพักรักษาตัวให้หายเป็นปกติก่อน นี่คือวิธีการดูแลตัวเองในเบื้องต้นเพื่อเหลีกเลี่ยงต่อการติดเชื้อได้     

 

            อย่าไรก็ตามไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ยังคงหลงเหลืออยู่กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง เชื่อว่าการมีระบบเตือนภัยและควบคุมโรคที่ดีอย่าง “GEO Chat” ที่มีองค์กรเฝ้าระวังโรคระบาดที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่าง องค์กร InSTEDD และมูลนิธิ GooGle สนับสนุนอยู่ คงสามารถรับมือพร้อมกับการหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเชื้อ H1N1 ต้องหมดไปได้ในที่สุด

 

ประมวลภาพบรรยากาศในงาน

 

 

 

 

 

เรื่องโดย : อาทิตย์ ด้วนเกตุ Team content www.thaihealth.or.th

 

 

 

Update : 02-02-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : อาทิตย์ ด้วนเกตุ

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม