สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน

โดย
| |
อ่าน : 11,151

ในปี พ.ศ.2550 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 1,290,627 ราย อัตราป่วย 2050.78 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 83 ราย อัตราตาย 0.13 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01 พิจารณาย้อนหลังสิบปี พบว่า อัตราป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อัตราตาย และอัตราป่วยตายมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องและเริ่มคงที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (รูปที่ 1)

 

            จากรายงานผู้ป่วยแยกรายเดือน 5 ปีย้อนหลัง พบว่า ในปี พ.ศ.2550 มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลที่แตกต่าง คือ พบผู้ป่วยจำนวนมากในเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน ซึ่งปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยจำนวนไม่มากนัก พบผู้ป่วยจำนวนสูงสุดในเดือนมิถุนายน 131,278 ราย (ร้อยละ 10.17) รองลงมา คือ กุมภาพันธ์ 122,083 ราย (ร้อยละ 9.46) และพฤษภาคม 121,397 ราย (ร้อยละ 9.41) ต่ำสุดในเดือนกันยายน 88,666 ราย (ร้อยละ 6.87) (รูปที่ 2)

 

            อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง 1 : 1.2 กลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด เท่ากับ 10,312.45 รองลงมา คือ มากกว่า 65 ปีขึ้นไป (2,746.20) และ 5 - 9 ปี (2,315.53) คล้ายกับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (รูปที่ 3) ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 22.68 รองลงมา คือ รับจ้าง(16.69) นักเรียน(9.45) และไม่ระบุอาชีพ/ในความปกครอง (39.95) 

 

            ผู้ป่วยสัญชาติไทย ร้อยละ 98.99 รองลงมา คือ พม่า(0.66) กัมพูชา(0.06) และลาว(0.04) ผู้ป่วยสัญชาติพม่า พบมากในจังหวัดเชียงราย ตาก และแม่ฮ่องสอน ผู้ป่วยสัญชาติกัมพูชาพบมากในจังหวัดตราด ระยองและสมุทรปราการ ผู้ป่วยสัญชาติลาวพบมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี และเชียงราย

 

            ผู้ป่วยเข้ารับการรับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน ร้อยละ 48.0 รองลงมา คือ สถานีอนามัย (26.67) โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป (20.75) เป็นผู้ป่วยนอก ร้อยละ 88.29 ผู้ป่วยใน ร้อยละ 11.63 และไม่ระบุ ร้อยละ 0.08

 

            ภาคเหนือ มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด (2,355.33) รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (2,093.51) ภาคใต้ (1,984.88) และภาคกลาง (1,862.43) เมื่อพิจารณาย้อนหลัง 5 ปี อัตราป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่มีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ในภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รูปที่ 4)

 

            จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุด 10 อันดับแรก คือ จังหวัดภูเก็ต (5,516.39) ปราจีนบุรี (4,119.46) ฉะเชิงเทรา (4,067.10) ระยอง (4,018.82) แม่ฮ่องสอน (3,843.29) ตาก (3,823.14) สมุทรสงคราม (3,765.63) ศรีสะเกษ (3,469.60) พะเยา (3,438.74) และลพบุรี (3,059.90) (รูปที่ 5) ผู้ป่วยอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ร้อยละ 80.55 และเขตเทศบาล ร้อยละ 19.45 

 

 

 

 

 

ที่มา: สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

 

Update:06-05-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม