บทเรียนอยากผอมทางลัด...คร่าชีวิตพริตตี้สาว

โดย
| |
อ่าน : 3,109

ความสวยที่ต้องแลกด้วยลมหายใจ

 

 

            ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เด็กวัยรุ่นเสียชีวิตจากการใช้วิธีลดน้ำหนักผิดวิธี ล่าสุดเด็กสาวหน้าตาดี วัยเพียง 18 ปี ก็ต้องสังเวยชีวิตให้กับความไม่รู้ เมื่อเลือกใช้วิธีการซื้ออาหารเสริมมากินเพื่อลดน้ำหนัก โดยหวังว่าเมื่อรูปร่างผอมบางจะได้ทำงานเป็นพริตตี้อย่างที่ต้องการ แต่กลับกลายเป็นว่าอาหารเสริมที่เธอกินเข้าไปนั้น ส่งผลร้ายแรงอย่างที่ไม่มีใครคิดถึง

 

นพ.ฆนัท ครุฑกุล ผู้จัดการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.รามาธิบดี ผู้อบรมคอร์สลดพุงในกลุ่ม ส.ส.และ ส.ว.เครือข่ายคนไทยไร้พุง สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัญหาโรคอ้วนเป็นโรคที่น่ากลัวในปัจจุบัน เนื่องจากจะนำไปสู่โรคเรื้อรังต่างๆ ในผู้สูงอายุ และคนวัยทำงาน แต่ปัญหาที่สำคัญขณะนี้ คือ เด็กไทยมีปัญหาอ้วนค่อนข้างมาก ซึ่งน้ำหนักจะเริ่มลดลงช่วงวัยรุ่นเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโต แต่วัยรุ่นมองว่าเรื่องรูปร่างเป็นเรื่องของความสวยงาม และทัศนคติส่วนใหญ่ของวัยรุ่นต้องผอมจึงจะถือว่าสวย แต่ไม่ได้มองในมิติของสุขภาพ

 

เมื่อเด็กวัยรุ่นมีทัศคติเช่นนั้น เด็กบางคนไม่ได้อ้วน แต่ก็อยากลดน้ำหนัก ปัญหาที่ตามมาคือวัยรุ่นกลุ่มนี้จะลดน้ำหนักได้ยาก และส่วนใหญ่จะใช้วิธีอดอาหาร ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ นอกจากนี้เด็กวัยรุ่นยังหันไปพึ่งอาหารเสริม โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ไปหาซื้อกินเอง ซึ่งพื้นฐานวัยรุ่นที่ใช้วิธีการกินอาหารเสริมจะอดอาหารมาก่อนแล้ว และอาหารเสริมที่ขายดีจะกระตุ้นยอดขายด้วยวิธีการโฆษณา ว่าสามารถลดน้ำหนักได้ใน 3-5 วัน โดยอาหารเสริมที่ให้ผลดังกล่าวจะใช้วิธีแอบเอายาแผนปัจจุบันใส่ลงไป โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งยาแผนปัจจุบันที่ใส่ลงไปนั้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกาย เมื่อวัยรุ่นเห็นว่ากินอาหารเสริมและเห็นผลใน 3-5 วันก็จะพากันไปซื้อกิน แต่ไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน ซึ่งบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นพ.ฆนัท กล่าว

 

ผู้จัดการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.รามาธิบดี กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญ คือ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของวัยรุ่นในปัจจุบันที่นิยมหุ่นผอมบางเหมือนนางแบบ ซึ่งเป็นการผอมที่ไม่เหมาะสมกับวัยเพราะไม่มีกล้ามเนื้อ จึงควรมีสื่อที่ช่วยรณรงค์ให้วัยรุ่นหันมามองความสวยงามในด้านมิติของสุขภาพ มีพรีเซนเตอร์สินค้าที่รูปร่างสมส่วน และควรแบนพรีเซนเตอร์ที่ผอมเกินไปด้วย ส่วนวัยรุ่นกลุ่มที่มีรูปร่างผิดปกติ เช่น ผอมไป หรือ อ้วนไป ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ก็ต้องเฝ้าติดตามและดูแลเพื่อปรับให้มีรูปร่างที่เหมาะสม

 

นพ.ฆนัท กล่าวอีกว่า สำหรับการลดความอ้วนที่ได้ผลดีนั้น ต้องดูแล 3 อ. ได้แก่ อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย นอกเหนือจากปรับทัศนคติวัยรุ่นให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องดูแลอาหารการกิน บริโภคผักผลไม้ ดูแลอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใส และหาเวลาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งหากทำได้โอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนจะไม่เกิดขึ้นเลย ซึ่งหากผู้ใดที่คิดว่าตนเองมีรูปร่างอ้วนเกินไปไม่สมส่วน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง โดยดูรายละเอียดได้จาก http://konthairaipung.anamai.moph.go.th/

 

 

ที่มา: คีตฌาณ์ ลอยเลิศ  Team content www.thaihealth.or.th

 

 

 

            Update: 3-06-53

อัพเดตเนื้อหาโดย: คีตฌาณ์ ลอยเลิศ

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม