สงกรานต์ภาพสะท้อนทศวรรษแห่งความปลอดภัยไทยทางถนน

โดย
| |
อ่าน : 2,040

ตามที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนและรัฐบาลไทยก็ได้ประกาศให้ช่วงปีดังกล่าวเป็นทศวรรษความปลอดภัยทางถนน โดยมีเป้าหมายที่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2563 หรืออัตราการตายไม่เกิน 10 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคนนั้น ผมขอสะท้อนถึงการดำเนินการมาตรการเพื่อความปลอดภัยทางถนนผ่านประสบการณ์การเดินทางไปสงกรานต์ทางเหนือของผมและครอบครัวช่วงระหว่าง 10 - 15 เมษายน 2554 ดังนี้

1) การออกกฎหมายควบคุมและบังคับใช้ (Enforcement) วันเดินทางวันแรกวันที่ 10 เมษายน ผมพบว่า รถบนถนนสายเอเชียมีจำนวนมาก แต่ไม่มีการตั้งด่านตำรวจแต่อย่างใด เมื่อผมพบกับพี่เขยภรรยาผมซึ่งเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งในจังหวัดที่เป็นทางผ่านขึ้นไปทางเหนือ บอกผมว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนัดประชุมด่วนบ่ายวันนั้น เนื่องจากมีการคาดการณ์ผิดคิดว่าจะเดินทางกันมากในวันที่ 11 - 12 เมษายน ปรากฏว่ามีการเดินทางกันมากตั้งแต่ 9 - 10 เมษายนแล้ว การตัดสินใจตั้งด่านต่าง ๆ จึงมิได้ดำเนินการบนข้อมูล แต่อาศัยความรู้สึกขากลับวันที่ 15 เมษายนก็เช่นกัน ตลอดเส้นทางไม่พบมีตำรวจประจำด่านตรวจต่าง ๆ เลย สำหรับการบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ นั้นพบว่าไม่มีการสวมหมวกนิรภัยในระหว่างการขี่จักรยานยนต์ในตัวเมืองช่วงเล่นน้ำสงกรานต์กัน มีการดื่มสุรากันในระหว่างขับรถเล่นน้ำสงกรานต์ในตัวเมือง ถึงแม้จะไม่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ข้างถนนเหมือนในอดีต บนถนนใหญ่สายหลักมีการขับขี่รถยนต์ผิดกฎหมาย เช่น แซงไหล่ทางด้วยความเร็วสูง รถใหญ่วิ่งเลนขวาสุด ขับรถแซงปาดหน้าอย่างกระชั้นชิด เปลี่ยนเลนกะทันหันโดยไม่ให้สัญญาณไฟ มีการเล่นน้ำสงกรานต์ท้ายรถกระบะบนถนนใหญ่สายเอเชีย

แนวทางแก้ไขคงจะต้องเป็นตำรวจร่วมกับประชาชนผู้ขับขี่รถทั่วไปคอยสอดส่อง และหากเห็นการกระทำผิดกฎหมายผมไม่แน่ใจว่าสามารถถ่ายรูปหรือคลิปวีดิโอส่งให้ตำรวจเป็นหลักฐานได้หรือไม่ อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะต้องมีการตรวจสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อดูว่ามีความพร้อมในการขับขี่หรือไม่ทุกครั้งที่มีการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่

2) วิศวกรรมในการจัดการถนน (Engineering) พบว่าบนถนนสายเอเชียทั้งขาไปและขากลับ โดยเฉพาะช่วงตัวอำเภอใหญ่ ๆ มีการตั้งร้านขายของฝากข้างทาง มีรถจอดซื้อของกันมาก บางครั้งจอดล้ำมาบนพื้นผิวถนน ถนนสายเอเชียช่วงที่ผ่านตัวเมืองใหญ่ๆ จะมีไฟสัญญาณจราจรก่อนถึงสัญญาณไฟจะมีการให้รถตรงไปมีหลายเลน แต่พอพ้นจากไฟสัญญาณออกมาถนนจะสอบลง ทำให้รถเลนขวาสุดต้องเบียดเข้ามาเลนซ้ายถัดไป และพบว่าถนนสายลำปาง-ตาก ช่วงสั้น ๆ ประมาณ 50 - 100 เมตร มีการปรับปรุงพื้นผิวถนนใหม่ แต่ปรากฎว่ามีช่วงสั้นๆ 50 - 100 เมตร ที่พื้นผิวยังเป็นลูกรังอยู่ รถที่วิ่งมาเร็วต้องเหยียบเบรกกันกะทันหัน ฝุ่นฟุ้งกระจาย สำหรับพื้นผิวถนนเลนซ้ายสุด ซึ่งควรเป็นเลนสำหรับรถใหญ่รถวิ่งช้า ปรากฎว่าพื้นผิวถนนชำรุดเป็นลูกฟูกเป็นส่วนมาก ทำให้รถใหญ่และรถวิ่งช้าต้องหนีมาวิ่งเลนอื่นกัน

การแก้ไขต้องมีการตรวจสอบทั้งระหว่างก่อสร้างและภายหลังให้สภาพถนนพร้อมใช้ และไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นสภาพผิวถนน มุมการยกถนนช่วงเข้าโค้งอย่างปลอดภัย การติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนต่างๆ และการไม่มีสิ่งกีดขวางข้างทางไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้าต้นไม้ หรือร้านขายของฝากข้างทาง

3) การปรับพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย (Education) พบว่าพฤติกรรมการขับขี่ยานยนต์บนท้องถนนใหญ่สายเอเชียมีการขับแซงปาดหน้าเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รถใหญ่และรถวิ่งช้ามีการวิ่งเลนขวาสุด ซึ่งควรเป็นเลนที่เปิดโล่ง เมื่อแซงรถคันหน้าเสร็จก็ควรกลับเข้าไปเลนเดิม ไม่ควรวิ่งเลนขวาสุดตลอด มีการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์สวนเลน ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยไม่คาดเข็มขัดนิรภัยและเด็กๆ ไม่มีการนั่งในที่นั่งสำหรับเด็ก มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเล่นน้ำหลังท้ายรถกระบะ การแก้ไขต้องสร้างให้เกิดความตระหนักและปฏิบัติกันจนเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หมวกนิรภัยจนเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง โดยไม่สนใจว่าจะขับขี่ใกล้ไกล หรือในตรอกซอกซอยต่างๆ ตลอดจนการไม่ขับขี่ยานพาหนะ ภายหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าปริมาณมากน้อยเพียงใดก็ตาม และประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เด็กที่ไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ ต้องมีการจัดหาที่นั่งสำหรับเด็กเสริมเข้าไปในรถ

ผมเห็นว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนหรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ต้องมีการวางแผน และดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ ไม่ใช่รณรงค์กันเฉพาะช่วงเทศกาล

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย ศ.ดร.นพ.สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา - ชีวิตดีเริ่มที่เรา
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ยาอันตราย  ท้องถิ่นปลอด เหล้า  ผลิต  ตำบลริมปิง  โชคชะตา  ด้วงน้ำมัน  ศึกษาดูงานสวนผักคนเมือง  โรคไขมันพอกตับ  ทำโทษเด็ก  แม่กลอง  อุบัิติเหตุ  talkaboutsex  วิธีรับมือเจ้าตัวน้อย  หนังสือโลก  สื่อสารสาธารณะ  ตัวเองมีกำไร สังคมมีความสุข  เสวนาข้าวอินทรีย์จาก ชุมชนปลอดสารพิษ  ห้องเรียนพ่อแม่  ร้านเหล้า ลงนาม ร้านค้ากลางคืนสีขาว ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด  ธูป  ปัสสาวะบ่อย  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth โครงการพัฒนากลไกทางวิชาการเพื่อสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร สุขภาวะองค์กร happy workplace ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  เตรียมความพร้อม  การปล่อยวาง  ความรับผิดชอบในสังคม