หน้าฝนกับ“เชื้อรา”ที่น่ากินแต่ยิ่งกว่าอันตราย

โดย
| |
อ่าน : 1,595

 

“เห็ด” อาหารอันโอชะของใครหลายๆ คน โดยเห็ดที่เห็นในบ้านเรานั้นมีมากมายหลายประเภท มีทั้งที่หารับประทานได้ตลอดเวลาหรือมีเป็นบางช่วงของฤดู บางชนิดราคาสูงถึงกิโลกรัมละเป็นพันบาท คงไม่ต้องบอกว่ารสชาติคงต้องเหมาะสมกับราคาอย่างแน่นอน และยิ่งในช่วงหน้าฝนเช่นนี้ เป็นช่วงของการผลิดอกออกหน่อของเห็ดเลยก็ว่าได้ แต่พึงระวังเพราะเห็ดที่คุณซื้อมานั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ดูให้ละเอียดและรอบคอบ

เพราะจากที่ผ่านกรมควบคุมโรคได้ทำการสำรวจพบว่าช่วงเดือน พ.ค.- มิ.ย.ของทุกปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดป่าจำนวนมาก โดยนายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจะมีเห็ดออกตามป่าจำนวนมาก  ทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ  แต่ละปีจะมีชาวบ้านนิยมรับประทานเห็ดทั้งที่ซื้อตามตลาดและหาเห็ดจากป่า  ซึ่งจะพบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวนมาก  รวมถึงพบผู้เสียชีวิตทุกปีเช่นกัน  จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา  กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม 2554 – 30 เมษายน 2554  พบผู้ป่วย จำนวน 190 ราย  จาก 35 จังหวัด  และยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว  จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับ  ได้แก่  จังหวัดน่าน อัตราป่วย 2.94 ต่อประชากรแสนคน จังหวัดเชียงใหม่  อัตราป่วย 2.45 ต่อประชากรแสนคน จังหวัดตราด อัตราป่วย 2.27 ต่อประชากรแสนคน จังหวัดเลย  อัตราป่วย 1.93 ต่อประชากรแสนคน และจังหวัดกระบี่ อัตราป่วย 1.64 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ 

“จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดแถบภาคเหนือ ซึ่งก็เป็นภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดด้วยเช่นกัน  ส่วนข้อมูลในปี 2553 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 1,924 ราย จาก 59 จังหวัด เสียชีวิตถึง 16 ราย และจากข้อมูลยังพบว่าช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน มีผู้เสียชีวิตรวมกัน ถึง 14 ราย ซึ่งถือว่าเป็นช่วงกำลังเข้าสู่ฤดูฝนและเห็ดเริ่มออกในพื้นที่ป่าทั่วไป” หมอมานิตกล่าว

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเห็ดป่าทุกชนิดจะเป็นพิษไปเสียหมดเพราะเห็ดที่ชาวบ้านเอามารับประทานและจำหน่าย มีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดมีพิษ ซึ่งเห็ดที่กินได้ เช่น  เห็ดโคน  เห็ดจูน  เห็ดเผาะ  เห็ดหูหนู  เห็ดตับเต่าบางชนิด และเห็ดลม ส่วนเห็ดที่มีพิษ เช่นเห็ดตับเต่าบางชนิด เห็ดระโงกหิน  เห็ดไข่ห่านตีนต่ำ เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ดดาว 

หมอมานิต บอกต่อว่า เข้าใจว่าชาวบ้านอาจจะใช้การทดสอบความเป็นพิษโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการนำข้าวสารมาต้มกับเห็ด ใช้ช้อนเงินคนต้มเห็ด ใช้หัวหอมต้มกับเห็ด ใช้มือถูเห็ดจนเป็นรอยแผล หรือสังเกตดอกเห็ดที่มีรอยแมลงและสัตว์กัดกิน เห็ดนั้นไม่เป็นพิษ หรือเห็ดพิษมักจะมีสีฉูดฉาด ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะผิดพลาดได้  เราต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษและจำเป็นต้องใช้ร่วมกันกับวิธีการสังเกตอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจในชนิดของเห็ด ซึ่งวิธีปฏิบัติในการบริโภคและสังเกตเห็ดป่า  เราควรจำแนกชนิดต้องมั่นใจจริงๆ ว่ารู้จักเห็ดชนิดนั้น เวลาเก็บเห็ดต้องเก็บให้ครบทุกส่วน เก็บเห็ดที่มีลักษณะรูปร่างสมบูรณ์เท่านั้น เวลาเก็บให้แยกชนิดเป็นชั้น โดยนำกระดาษรองในตะกร้า อย่าเก็บเห็ดภายหลังพายุฝนใหม่ๆ เพราะมีเห็ดบางชนิดที่สีบนหมวกอาจถูกชะล้างให้จางลงไป เก็บเห็ดมาแล้วควรปรุงอาหารทันที ไม่ควรเก็บไว้นาน ห้ามกินเห็ดดิบๆ โดยเด็ดขาด และเห็ดที่ไม่เคยกินควรรับประทานเพียงเล็กน้อยในครั้งแรก ที่สำคัญไม่ควรเก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมีถึงแม้จะเป็นชนิดที่รับประทานได้

หากแต่ไม่สามารถเลี่ยงได้หลังรับประทานเราก็ควรสังเกตอาการของตนเอง ซึ่งนายแพทย์มานิต กล่าวต่อไปว่า หากเรากินเห็ดพิษจะมีอาการแสดงออกหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ด  และมักเกิดภายใน 3ชั่วโมง อาการมากน้อยแตกต่างกันตามปริมาณด้วย เช่น พิษจากเห็ดลูกไก่ จะทำให้มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนเมื่อกินร่วมกับแอลกอฮอล์ พิษจากเห็ดหมวกจีน มีอาการเหงื่อแตก คลื่นไส้ และปวดเกร็งในท้อง พิษจากเห็ดเกร็ดขาว มีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง ซึม ซัก และหมดสติ พิษจากเห็ดขี้ควายและเห็ดโอสถลวงจิต มีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง แต่ไม่มีอาการซึม พิษจากเห็ดไข่ตายซาก เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่เป็ด และเห็ดไข่ห่านตีนต่ำ จะมีอาการอ่อนแรง ปวดศีรษะและคลื่นไส้ เกิดขึ้นในเวลาเกิน 6ชั่วโมง  อาการมักทุเลา 1-2วันต่อมา ต่อมามีตับอักเสบ จนถึงตับอักเสบ จนถึงตับวายได้  ดังนั้นหากพบผู้ได้รับพิษจากการกินเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น อ่อนเพลีย ปวดท้อง เวียนศีรษะ การช่วยเหลือเบื้องต้น ที่สำคัญที่สุดคือทำให้อาเจียนออกมาให้หมด โดยการล้วงคอหรือกรอกไข่ขาว แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที  เพื่อรับการรักษาต่อไป

หน้าฝนเช่นนี้หลายคนมั่วแต่ไประมัดระวังในเรื่องของโรคต่างๆ จนลืมเรื่องของการเลือกซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหาร ซึ่งการรับประทานพืชผัก ผลไม้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี หากแต่บางชนิดมันอาจทำร้ายคุณถึงแก่ชีวิตได้ ทางที่ดีควรระมัดระวังสังเกตให้ละเอียดรอบคอบก่อนซื้อหรือรับประทาน

 

 

ที่มา : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่ Team content www.thaihealth.or.th

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม