เสริมเขี้ยวรู้ทันสื่อ เตรียมพร้อมใช้แทปเลต

โดย
| |
อ่าน : 825

แทปเลต อุปกรณ์สื่อสารยุคไฮเทคที่มีมูลค่า หากใช้ในทางที่เกิดประโยชน์ ย่อมเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ลงตัว ที่สามารถเสริมสร้างภูมิปัญญาเด็กไทยได้ หากรู้จักใช้และใช้ให้เป็น

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มองว่า การใช้แทปเลตในเด็กนักเรียนระดับชั้น ป.1 ซึ่งถือเป็นช่วงรอยต่อหลังจบอนุบาล ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้พัฒนาการในโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีภาวะความตึงเครียด เพราะต้องปรับตัว ดังนั้น การนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเด็กเองคือ การเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ซึ่งตนมองว่า เมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกมาแล้ว หากจะใช้จริงก็ไม่ควรใช้ในเทอมแรก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงปรับตัว ภาระจะตกอยู่ที่ครูหรือผู้ปกครอง ดังนั้น ควรใช้ในภาคเรียนถัดไปน่าจะเหมาะสมกว่า รวมทั้งการเพิ่มวิชาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อ บริโภคศึกษา ครอบครัวศึกษา เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีความเข้าใจ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยได้ สิ่งสำคัญคือการมีหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อให้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วย โดยภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ร่วมกับ แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) กระทรวงวัฒนธรรม และภาคเอกชน ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อเรียบร้อยแล้ว และนำร่องใช้ในบางโรงเรียน โดยเห็นว่าเป็นประโยชน์ร่วมกันที่จะส่งผลดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยในหลักสูตรของการรู้เท่าทันสื่อ จะสอนให้รู้จักสื่อว่ากรณีแบบใดที่อาจจะโดนล่อลวง กรณีแบบใดที่เรียกว่าเป็นผลกระทบในเชิงลบ ช่วยทำให้เด็กคิดและวิเคราะห์เป็น

“เสนอว่าควรต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาชีวิตให้มากขึ้นด้วย และรวมถึงคุณธรรม จริยธรรมที่ส่งผ่านในรูปของเทคโนโลยี เพราะหากไม่มีการเตรียมความพร้อม และเมื่อแจกไปแล้วการจะทำให้เด็กคิดได้เองคงเป็นเรื่องยาก เพราะตอนนี้จะเห็นอยู่แล้วว่าสภาพของเด็กติดเกมก็มีไม่น้อย สภาพของเทคโนโลยีซึ่งเมื่อเข้ามาสู่รอบรั้วแล้ว โอกาสการมีชีวิตร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกเองก็มีน้อย พ่อแม่เองก็ตามไม่ทัน ครูเองก็ยังตามไม่ทันด้วยซ้ำไป”นพ.สุริยเดวกล่าว และย้ำว่า แม้ในต่างประเทศจะมีการแจกแทปเลตให้กับนักเรียน แต่ก็จะมีการให้ความรู้เรื่องการรู้เท่าทันสื่อควบคู่กันตามไปด้วย พ่อแม่เองก็รู้เท่าทันสื่อด้วย และการจัดสร้างวินัยในการใช้ให้กับตัวเด็กอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้การจะใช้แทปเลตให้เกิดประโยชน์อย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมของเด็กนั้น หมอเดว บอกว่า ควรมีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไปช่วยให้เด็กกลุ่มพิเศษที่มีปัญหาเรื่องการเรียน ปัญหาพัฒนาการล่าช้า หรือกลุ่มเด็กพิการ ที่อาจอยู่นอกระบบโรงเรียน เพราะเคยมีตัวอย่างของเด็กกลุ่มพิเศษที่เขียนอ่านไม่ได้ แต่สามารถใช้เทคโนโลยีทางการสื่อสาร เพียงใช้นิ้วคลิกเม้าส์ก็สามารถช่วยอ่านให้เด็กฟังได้ ซึ่งส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีขึ้นได้อย่างมาก

วันนี้โลกแห่งการเรียนรู้ต้องเดินหน้าต่อ พ่อแม่ผู้ปกครองเองก็ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อร่วมเป็นเกราะกำบังภัยที่แฝงมากับเทคโนโลยีให้กับลูก แม้จะมีเทคโนโลยีก้าวมาในชีวิต แต่สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวต้องไม่สะดุด อย่างน้อยก็เป็นตัวเชื่อมพัฒนาการที่ดีของเด็กได้อย่างหนีไม่พ้น

 

 

เรื่องโดย : สุนันทา สุขสุมิตร Team content www.thaihealth.or.th

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม