หมอเตือนปิดเทอมระวัง!! เด็กจมน้ำแชมป์ตาย

โดย
| |
อ่าน : 1,268

 

หมอเตือนปิดเทอมระวัง!! เด็กจมน้ำแชมป์ตาย

 

นายแพทย์ (นพ.) พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในประเทศไทยกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี จมน้ำเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1เมื่อเทียบกับการเสียชีวิตของเด็กจากทุกสาเหตุทั้งโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ จากข้อมูลในช่วง 10ปีที่ผ่านมา เด็กอายุต่ำกว่า15ปี จมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 1,400 คน เฉลี่ยวันละเกือบ 4คน ในจำนวนนี้พบสูงสุดในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เฉลี่ยวันละเกือบ 6 คน โดยช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุดจำนวน 182 คน รองลงมาคือมีนาคม 148คน และพฤษภาคม 141คน ซึ่งช่วงดังกล่าวตรงกับปิดภาคเรียนและช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้ยังพบว่าแหล่งน้ำที่มีเด็กเสียชีวิตจากการตกน้ำจมน้ำสูงที่สุด คือ แหล่งน้ำธรรมชาติ ร้อยละ 50 รองลงมาคือ สระว่ายน้ำ ร้อยละ 5และอ่างอาบน้ำ ร้อยละ 3

นพ.พรเทพกล่าวว่า ในปีนี้ กรมควบคุมโรคจะร่วมกับสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำและหน่วยงานภาคท้องถิ่น สร้างครูสอนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ 240คน เพื่อให้ครูไปสอนให้เด็กในพื้นที่ให้ว่ายน้ำเป็น รู้วิธีการเอาชีวิตรอดและการช่วยเหลือผู้อื่นให้ปลอดภัยจากจมน้ำอย่างน้อย20,000คน สำหรับแนวทางการป้องกันในกลุ่มเด็กผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5ปี ผู้ปกครองต้องไม่ปล่อยให้เด็กคลาดสายตา ส่วนในเด็กโตอายุมากกว่า 5ปีขึ้นไป ห้ามเล่นน้ำกันเองตามลำพังต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย และห้ามกระโดดลงไปช่วยเพื่อนแม้จะว่ายน้ำเป็น เพราะเด็กมักจะจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกันครั้งละหลายๆ คน เนื่องจากเด็กไม่รู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ำและวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องจึงมักกระโดดลงไปช่วยคนที่ตกน้ำ ควรตะโกนเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วย หรือถ้าไม่มีใครให้ใช้อุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้ เช่นแกลลอนเปล่า ลูกมะพร้าว ไม้ยาวๆ หรือเชือกโยนให้ผู้ตกน้ำเกาะลอยตัวเข้าหาฝั่ง

"ในกรณีที่ช่วยเหลือคนจมน้ำขึ้นมาจากน้ำแล้ว ห้ามจับคนจมน้ำอุ้มพาดบ่าแล้วกระโดดหรือวิ่งไปมาเพื่อให้น้ำออก เนื่องจากน้ำที่ออกมาจะเป็นน้ำจากกระเพาะไม่ใช่จากปอด จะทำให้คนจมน้ำขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้นวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง อันดับแรกคือให้ขอความช่วยเหลือและวางคนที่

จมน้ำนอนราบ ตะแคงหน้าเอาน้ำออกจากปากและช่วยให้หายใจได้เร็วที่สุดโดยวิธีการผายปอด และเป่าลมเข้าทางปากติดต่อกันหลายๆ ครั้ง ถ้าหัวใจหยุดเต้นให้นวดหัวใจ โดยการกดที่บริเวณกลางหน้าอก ลึกประมาณ 1-1.5นิ้ว จำนวน 100ครั้งต่อนาที และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านหรือโทร.แจ้ง 1669โดยเร็วที่สุด" นพ.พรเทพกล่าว

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม