70 จุดเสี่ยง! ทางยกระดับมรณะ

โดย
| |
อ่าน : 2,763

นับเป็นความคลางแคลงใจแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนกันอีกครั้ง กรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกทางด่วน   ถึงสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทิ้งคำถามแก่ประชาชนผู้สัญจรว่าถนนทางด่วนทางยกระดับในประเทศไทยนั้นมีมาตรฐานความปลอดภัยแค่ไหนกัน มิหนำซ้ำยังมีข้อมูลจาก กทม. เผยว่ามีจุดเสี่ยงบนถนนกว่า 70 จุด

70 จุดเสี่ยง! ทางยกระดับมรณะ

หลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักรที่เวียนกลับมาไม่รู้จบ หลังสิ้นเสียงอึกทึกจากโครงเหล็กรถที่ปะทะลงเบื้องล่าง หลงเหลือเพียงซากและร่างไร้วิญญาณ ขณะเดียวกัน เสียงสะอื้นจากครอบครัวญาติมิตรของผู้ประสบอุบัติเหตุในครั้งนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง

กรณีอุบัติเหตุรถตกทางด่วนนั้น เกิดขึ้นปรากฏภาพข่าวให้ได้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง อย่างปลายปี 2553 ก็มีเหตุสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ที่กลายเป็นที่จดจำ 'คดีแพรวา 9 ศพ' ขับรถเก๋งพุ่งชนรถตู้โดยสารเป็นเหตุให้รถตู้พร้อมคนขับและผู้โดยสารบุคลากรผู้มีคุณค่าของประเทศตกทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์

หรืออย่างเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็ปรากฏกรณีรถยนต์ตกทางด่วนซ้ำซากเป็นข่าวใหญ่โตให้ประชาชนตื่นตัวและทวงถามถึงความปลอดภัยบนถนนทางด่วนทางยกระดับกันอย่างหนาหู

9 ส.ค. มาธวี วัฒนกุล หรือ น้องมายด์ ลูกสาวนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เสียชีวิตจากอุบัติรถยนต์ตกทางยกระดับบริเวณสะพานข้าม ถนนแยกรัชวิภา

15 ส.ค. มัญชุกร นามวิชัย นักศึกษาของสถาบันการบินพลเรือน ขับรถยนต์ตกทางด่วนย่านปทุมธานี ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม หากย้อนสำรวจกันอย่างจริงจังยังมีอีกหลายกรณีที่ประสบอุบัติเหตุตกทางด่วน แต่ดูเหมือนว่าเหตุสะเทือนขวัญกลางกรุงที่เกิดไล่เลี่ยกันในครั้งนี้จะเพิ่งกระตุ้นให้ผู้มีอำนาจสั่งการดูแลจัดระบบระเบียบความปลอดภัยบนทางด่วนกันอย่างจริงจัง

มาช้า..ยังดีกว่าไม่มา

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็รีบออกมาเปิดเผยหลังที่ประชุมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ความว่า เบื้องต้นบริเวณแยกตัววายบนทางยกระดับในกรุงเทพฯ นั้นมีเครื่องหมายสะท้อนแสงและเสาล้มลุกไว้เป็นสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ตามมาตรฐานทางวิศวกรรม

ดูเหมือนว่ากรณี น้องมายด์ จะสร้างความตื่นตัวให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางป้องกันอย่างชัดเจนกันมากขึ้น ทางคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครก็ได้สั่งการให้สำนักการจราจรกรุงเทพฯ เร่งทำการตีเส้นชะลอความเร็วเพิ่มเติมบริเวณจุดคับขันของทางยกระดับทุกแห่ง ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพฯ ก็มีการตีเส้นชะลอความเร็วในบริเวณพื้นราบจำนวน 115 จุด ทางโค้ง 68 จุด และบริเวณทางแยกทุกแห่งในกรุงเทพฯ ด้วย

และกำลังจัดสรรงบประมาณติดตั้ง Crash Cushion หรือกำแพงกันชนแบบแบบใหม่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ดูดซับแรงปะทะสามารถลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เบื้องต้นใช้งบประมาณ 8 ล้านบาท จัดซื้อจำนวน 18 ชุด ติดตั้งบริเวณจุดเสี่ยง 7 แห่ง จากทั้งหมด 70 กว่าแห่ง ได้แก่

1. ทางยกระดับจตุรทิศ เลียบบึงมักกะสัน  2. ทางยกระดับบรมราชชนนี 3. สะพานลอยข้ามแยกถนนรัชวิภา  4. สะพานข้ามแยกเอกมัยเหนือ 5. สะพานลอยข้ามแยกถนนบางกะปิ 6. สะพานลอยข้ามแยกถนนรามคำแหง 7. สะพานลอยข้ามแยกถนนพระราม 2

นอกจากนี้ ทางกรุงเทพฯ ก็จะทำการติดตั้งแถบยางบนพื้นผิวถนน หรือ Rubber Stripes เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการเตือนผู้ขับขี่ให้ชะลอความเร็วตื่นกลัวว่าเข้าสู่โค้งอันตราย พร้อมเพิ่มป้ายเตือน ป้ายแนะนำจำกัดความเร็ว ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ.2553 บ่งชี้ว่าจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน ที่เรียกว่า 'ทอแคเรีย' หรือ 'จุดก้างปลาตัววาย' มีสถิติเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตแทบทุกครั้ง

ปฎิบัติตามกฎลดอุบัติเหตุ

ต้องยอมรับว่าแม้ถนนจะสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน หรือติดตั้งอุปกรณ์ช่วยลดความรุนแรงกรณีรถประสบอุบัติเหตุ แต่ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือตัวผู้ขับขี่เองที่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดลดความสูญเสียด้วย

ด้าน สุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็แสดงทัศนะไว้ความว่า กรณีรถตกทางด่วนไม่ควรมุ่งประเด็นอุบัติเหตุบนท้องถนนว่าเป็นเพราะการออกแบบถนนเพียงอย่างเดียว เพราะทางตรงธรรมดาๆ ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ฉะนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสติสัมปชัญญะของผู้ขับขี่ ช่วงเวลา สัญญาณจราจร ฯลฯ

ขณะเดียวกัน การออกแบบขอบกั้นช่วงแยกตัววายที่มีลักษณะป็นสโลปนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง กรณีผู้ขับขี่วิ่งชนด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด ก็จะเบี่ยงออกทางซ้ายหรือขวาได้ หากตั้งเป็นกำแพงสูงอาจเกิดการปะทะที่รุนแรงกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ต้องมาระดมสมองคิดแนวทางป้องกันการพุ่งชนเพื่อไม่ให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วตกสะพาน

ดร.วศิน เกียรติโกมล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ กทม. นำอุปกรณ์ช่วยลดความรุนแรงกรณีรถประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนมาติดตั้งนั้นจัดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

"ทางประเทศอเมริกาก็ใช้กันอยู่  ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะติดตั้งเข้าไปนะ มันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ ก็คือไม่ได้เป็นการป้องกัน แต่เป็นการลดความรุนแรงของอุบติเหตุ แทนที่เราวิ่งออกนอกถนนแล้วไปชนกับอะไรที่อาจทำอันตรายถึงชีวิตก็จะเหลือแค่บาดเจ็บ"

ค่อยเป็นค่อยไปตามโมเดลต่างชาติ

ดร.วศิน เล่าถึงโครงสร้างการออกแบบถนนในต่างประเทศโซนอเมริกาว่า มีการออกแบบถนนโดยคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยไปพร้อมๆ กับติดตั้งอุปกรณ์ลดความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุ จำพวก Crash Cushion, Rubber Stripes ฯลฯ

"อย่างแรกการออกแบบ จะมีการพิจารณาการออกแบบอย่างน้อยต้องมีการช่วยลดอุบัติเหตุด้วย เน้นทางด้านความปลอดภัย มีมาตรฐานรองรับอย่างเช่นความกว้างถนน ความกว้างของไหล่ทาง ต้องมีความกว้างอย่างน้อยเท่าไหร่ถึงจะมีความปลอดภัย ตามพวกโค้งต้องมีรัศมีพอเพียง รถเข้าโค้งด้วยความปลอดภัยด้วยความเร็วต่างๆ และอีกอย่างคือกรณีที่รถออกนอกเลนไปแล้ว เขาก็จะใช้วัสดุที่ชนแล้วเกิดการยุบตัวได้ก็จะเพิ่มความปลอดภัยทั้งคนขับและตัวรถด้วย"

สำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิดในเรื่องของการออกแบบถนน ก็สามารถฟ้องร้องได้ ตรงนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประเทศเขาก็สามารถป้องกันตัวเอง โดยการสร้างบนมาตรฐาน อีกอย่างไม่ว่าตรงไหนที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเขาจะเข้าไปดูแล้วทำการปรับปรุงทันที

"จริงๆ แล้วในต่างประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป ก็ดูแลได้ไม่ทั่วถึงทีเดียว แต่เขาดูจากสถิติอุบัติเหตุ สถานที่ไหนมีความเสี่ยงมากที่สุดก็จะไปดำเนินการตรงนั้นก่อนแล้วไล่ไปหาสถานที่จุดเสี่ยงน้อยที่สุด ถือว่าก็เป็นการแก้ปัญหาที่ค่อยๆ แก้ไป แต่ก็ไม่หมดไปทีเดียวเหมือนกัน"

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุรถตกทางด่วน ดร.วศิน ก็แสดงทัศนะสอดคล้องกับ นายกวิศวกรรมสถานฯ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการออกแบบถนนอย่างเดียว

"สาเหตุมาจากตัวคนขับด้วย ทำผิดกฎหมาย ขับรถเร็ว มันนอกเหนือจากการควบคุม เพราะว่าออกแบบมาดีอย่างไร แต่ว่าคนขับเร็วจนไม่สามารถป้องกันอะไรได้ก็จะเจอเหตุการณ์นี้ขึ้นได้เหมือนกัน"

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ได้นำนวัตกรรมในต่างประเทศเข้ามาใช้เพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุแล้วก็อย่าหยุดที่จะสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อผู้ใช้รถใช้ถนนกันต่อไป

คงต้องย้ำกันอีกครั้งว่า "อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้..ถ้าประมาท" ซึ่งการเกิดขึ้นในแต่ละครั้งก็ยากที่จะสามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ผู้ขับขี่เองก็คงต้องมีสติตระหนักถึง และปฏิบัติตามกฎจราจรกันด้วย บางทีความสูญเสียอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง แต่ผลกระทบจากความประมาทของคุณอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตบริสุทธิ์บนท้องถนนก็เป็นไปได้

ยิ่งการขับขี่บนทางด่วนก็คงต้องระมัดระวังกันมากขึ้น เพราะไม่ว่าการออกแบบถนนจะดีหรือไม่ดี หรือมีอุปกรณ์ลดความรุนแรงกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ก็มีเปอร์เซ็นต์การเกิดอุบัติเหตุขึ้นทั้งนั้น ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อนำภาษีของประชาชนไปเป็นงบประมาณจัดซื้อนวัตกรรมลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ก็ขอให้เร่งสร้างความศรัทธาในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนด้วย

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สมาคม  ไบโอติน  การเก็บผักผลไม้  สแกน  น้ำทางเลือก  กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ  สาเหตุและปัจจัยที่นำมาสู่การปวดหลังของคนส่วนใหญ่  วันฮาโลวีน  เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลรายกรณี  การเงินและบัญชี  อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง  ร่วมใจฟื้นฟู  สสส. สุขภาพ สุขภาวะ สร้างสุข thaihealth Unltd thailand 2012 social innovation incubator โคงการบ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคม เครือข่าย ความรู้  อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ  ลาบ  นั่งนาน  หมวกนิรภัย  อาหารเด็ก  ปั่น  การจัดการสุขภาพมิติใหม่  มาตรฐานอุตสาหกรรม  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  หมอประกิต  แผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา  ฝักบัว