ห่วงกทม.ระบายน้ำไม่ทัน เหตุฝนถล่มท่วมเกือบเมตร

โดย
| |
อ่าน : 2,082

 

นายพิพัฒน์ เรืองงาม ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เปิดเผยว่าปีนี้ นับว่าฝนตกหนักมากกว่าทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะเฉลี่ยทั้งปีฝนตกลงพื้นที่ประมาณ 1,650 มิลิเมตร แต่เฉพาะเดือน ก.ย.เดือนเดียว ฝนตกหนักเฉลี่ย 721 มิลลิเมตร หรือประมาณเป็นความสูงของน้ำท่วมเฉลี่ยพื้นที่กทม.ประมาณ 73 เซนติเมตร

ทั้งนี้ ศักยภาพของ กทม.ปัจจุบันใช้เวลาในการระบายน้ำฝนที่ตกลงมาได้ภายใน 3 ชั่วโมง 20 นาที ถือว่าอยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่ยังช้าอยู่ เพราะอุปสรรคสำคัญต่อการระบายน้ำ คือ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงอย่างมาก ปัญหาการอุดตันของท่อระบายน้ำ และสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากอ่าวไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลา 17.00 น. จึงทำให้การระบายน้ำจากคลองทั้งสองฝั่ง กทม.ตะวันออกและตะวันตกเป็นไปด้วย ความยากลำบาก

ผอ.สบอช. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ร 1 พัน 4 รอ. เข้าประจำจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงพร้อมกับการประจำการอุปกรณ์กู้ภัยช่วยเหลือประชาชน เช่น รถยีเอ็มซีช่วยประชาชนลากรถ ยกรถ หรือการสูบน้ำ เป็นต้น โดยกองทัพบกได้มีการดำเนินการจัดกำลังพล ไว้คอยช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาฝนตกน้ำท่วมขังพื้นผิวจราจรทุกหน่วย นอกจากนี้ บริเวณพื้นที่ซอยย่อยต่างๆ ได้เดินทางเข้าออกบริเวณซอยย่อยได้สะดวก

ทั้งนี้การระบายน้ำในพื้นที่ด้านตะวันออก ระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา คลองภาษีเจริญ คลองพระยาราชมนตรี สถานีสูบน้ำ เข้าพื้นที่แก้มลิงสนามชัยและลงสู่อ่าวไทยและได้ประสานกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา สถานีสูบน้ำกระทุ่มแบบ ออกสู่แม่น้ำท่าจีน สถานีสูบน้ำคลองหกวาสายล่าง สถานีสูบน้ำคลองแสนแสบ (หนองจอก) และสถานีสูบน้ำคลองประเวศน์ เพื่อระบายน้ำสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต สู่สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร (คลองด่าน)ลงทะเลอ่าวไทย

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า พื้นที่ กทม.เกิดฝนตกใน 2 ช่วง คือ เวลา 10.00 น. ซึ่งฝนตกเล็กน้อย และในเวลา 13.00-17.00 น. ฝนตกหนักในทุกพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 35 จุด บริเวณคลองตันน ดินแดน ห้วยขวาง และวัฒนา ซึ่งทุกจุดฝนตกหนักมีปริมาณ สูงเกิน 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเกินความสามารถในการระบายน้ำของ กทม. โดยความเข้มปริมาณฝนสูงสุดที่ 138 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยกทม.ใช้เวลาในการระบายได้ 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สถานการณ์ปริมาณน้ำที่เคยท่วมขังในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ได้ลดปริมาณจนเข้าสู่สถานการณ์ปกติเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ส่วนอ.กบินบุรี จังหวัดปราจีนบุรี นั้นเริ่มลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 3 วัน จะแห้งหมดและน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมือง ขณะเริ่มลดระดับลง ยังท่วมขังเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ

ทั้งนี้กรมชล ประทาน ได้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ลงแม่น้ำนครนายกลงเหลือเพียง 14 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น เพื่อช่วยให้การระบายน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ไปสู่แม่น้ำบางปะกง ได้ปริมาณ 60-70 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระดมเครื่องสูบน้ำ 11 เครื่องช่วยเหลือ โดยคาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่จะลดระดับลงและกลับสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ร่วมตอบแบบสอบถาม เรื่องการวิ่งเพื่อสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม