'แฟชั่นอาหารเจรูปสัตว์' กินแล้วได้ "บุญ" จริงหรือไม่?!??

โดย
| |
อ่าน : 7,673

 

ยังคงเป็นกระแสถกเถียงจนมาถึงตอนนี้ว่า "อาหารเจในรูปเนื้อสัตว์" นั้น กินแล้วได้ "บุญ" จริงหรือไม่?!?? ยิ่งเมื่อเทศกาลกินเจเวียนมาถึงอีกคราโดยตามปฏิทินจีนระบุไว้ว่า วันที่ 1 เดือน 9 ของทุกปีจะเป็นวันเริ่มต้นของการไม่กินเนื้อสัตว์ และจะทำเป็นกิจวัตรต่อเนื่องไปอีก9-10 วัน เพื่อชำระทั้งร่างกายและใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งในปีนี้เทศกาลกินเจของไทยตรงกับวันที่ 15-23 ตุลาคม 2555 บางคนอาจขยาดกับข่าวคราวอาหารเจรูปสัตว์ที่ปนเปื้อนเนื้อสัตว์จริงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาหารเจรูปสัตว์ยังได้รับความนิยม และกลายเป็นส่วนหนึ่งผสมกลมกลืนไปกับเทศกาลกินเจ ที่ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย  หากกระนั้น ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลกินเจ เมื่อเดินสำรวจตลาดสดเยาวราชอาณาจักรแห่งอาหารเจชั้นนำของประเทศ พบว่า อาหารเจรูปสัตว์ถูกนำมาวางเรียงรายขายคู่กับโปรตีนเกษตร และอาหารเจสำเร็จรูปเช่นเคย

“ถามว่าอะไรขายดีกว่ากัน ต้องบอกว่าพอๆ กัน ทั้งอาหารเจรูปสัตว์และโปรตีนเกษตร ในส่วนของอาหารเจรูปสัตว์ กลุ่มลูกค้าจะเป็นพวกแม่ค้าทำอาหารขาย มากกว่าชาวบ้านที่จะซื้อไปปรุงรับประทานเอง เพราะมันมีสีสันชวนให้ลูกค้าซื้อง่ายขายคล่อง" พี่จรูญ พ่อค้าขายวัตถุดิบอาหารเจ วัย 58 เจ้าของร้าน จรูญ-เจ๊สร้อยอาหารเจ ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี บอกให้รู้อย่างไรก็ดี หลังสอบถามว่าปีนี้มีอาหารเจรูปสัตว์ที่แปลกใหม่บ้างหรือไม่ พี่จรูญ บอกว่ามีบ้างแต่ไม่กี่อย่าง และเป็นผลิตภัณฑ์เจที่ผลิตจากประเทศไต้หวัน อาทิ หมูแฮม เบคอน ที่มีสีสันและรสชาติคล้ายๆ กับของจริง ...ความแปลกใหม่ที่ว่าอาจดูน้อยด้อยไม่สมกับนวัตกรรมทางอาหารที่เจริญรุดหน้าไปไกล ทว่า หากนับกันจริงๆ จังๆ แล้ว อาหารเจรูปสัตว์นั้นพัฒนาตัวเองไปไกลมากโข

จากเดิมในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ที่แป้งหมี่กึงก้อนกลมแน่นคล้ายหมูยอ กลายเป็นตัวแทนเนื้อสัตว์ที่คนรับประทานอาหารเจ นำไปต้ม ผัด แกง ทอด ฯลฯ แล้วค่อยกลายมาเป็นอาหารเจดีไซน์รูปสัตว์ยอดนิยมตลอดกาลอย่าง ปลาหมึกขาว, ปลาหมึกแดง, กุ้งขาว, กุ้งแดง, ลูกชิ้นกลม, ลูกชิ้นรักบี้

จวบปัจจุบัน ไม่ว่าอาหารธรรมดาจะมีอะไร "อาหารเจรูปสัตว์เลียนแบบได้เกือบหมด" ทั้ง หมูสับ, ไส้ตัน, หูหมู, เนื้อปลา 3 ชั้น, ตับหมู, ปลิงทะเล, ทอดมัน, ฮอตดอก, ไส้กรอกอีสาน, หมูย่าง, สเต๊กหมู-ไก่, ไส้อั่ว, แหนม, เนื้อปลาน้ำจืด, เนื้อปลาเค็ม และน่องไก่ ฯลฯ"อีกเหตุผลที่คนนิยมซื้ออาหารเจรูปสัตว์ไปปรุงรับประทานนั้น เพราะส่วนมากผลิตจากหัวบุกที่ไม่ให้พลังงาน ช่วยลดความอ้วน และมีรสชาติจืดสนิท ปรุงรสง่ายกว่าโปรตีนเกษตรที่ต้องใช้ฝีมือเหนือชั้นปรุงออกมาให้อร่อย แต่สำหรับบุกแค่มีรสจัดจ้านก็ใช้ได้แล้ว ที่สำคัญราคาถูกกว่าโปรตีนเกษตร เพราะราคากิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนโปรตีนเกษตรตกกิโลกรัมละ 100-220 บาท" พี่จรูญ อธิบายเพิ่ม และชี้แจงต่อด้วยว่า

"จริงๆ อาหารเจรูปสัตว์จำพวกสัตว์บกอย่างเนื้อหมู ไก่ แฮม เบคอน ไม่ได้ฮิตเองที่ประเทศไทย แต่เป็นการส่งต่อทางวัฒนธรรมอาหารจากไต้หวันที่มีเครื่องปรุงรสกว่า200 ชนิดในการทำ จากนั้นก็แพร่ระบาดไปยังประเทศอื่นๆทั้งมาเลเซีย และทยอยขนเป็นกองทัพมดเข้ามาที่ฝั่งไทย ส่วนกลุ่มที่ผลิตจากบุกจะเป็นดีไซน์จากพี่ไทยเอง ซึ่งสูตรการทำนั้น ก็เป็นคนไทยที่ไปเรียนทำอาหารเจรูปสัตว์มาจากไต้หวันนั่นแหละ"

เจ้าของร้านจรูญ-เจ๊สร้อยอาหารเจ ย่านเยาวราช ยังแสดงทัศนะเกี่ยวกับอาหารเจรูปสัตว์ไว้ด้วยว่า อย่าไปสนใจที่รูปลักษณ์หรือชื่อเรียกให้คิดในเชิงนามธรรมว่าเหล่านี้คือแป้งคือบุก แค่ไม่เป็นเนื้อสัตว์กินไปคุณก็ไม่ได้เบียดเบียนใครแล้ว การไปซีเรียสกับบางสิ่งมากเกินไปก็ทำให้ชีวิตไม่เป็นสุขได้ แทนที่จะกินเจให้ได้สุขกลับไม่ได้สุข เป็นต้น อีกทั้งอาหารเจรูปสัตว์ยังเป็นแรงจูงใจให้เด็กที่ไม่ชอบอาหารเจ ไม่ชอบทานผัก หันมาทานเจละบาปมากขึ้น

ฟากเซเลบริตี้จากเลมอนไฟว์ นันทวัน แสงธรรมกิจกุล ประธานบริษัทรับจัดออร์แกไนซ์มากว่า 20 ปี กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป โดยเธอเห็นว่าส่วนตัวแล้วไม่ได้มองว่าอาหารเจรูปสัตว์เป็นบุญหรือเป็นบาป แต่ไม่เห็นด้วยกับอาหารเจรูปสัตว์ ส่วนหนึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณยังตัดกิเลสไม่ได้ และเป็นสิ่งไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก

"เวลาที่คุณไปเลี้ยงโต๊ะจีนแล้วเสิร์ฟด้วยเมนูรูปปลาที่ทำจากเต้าหู แม้ว่าอาหารเจรูปสัตว์จะเป็นวิวัฒนาการทางอาหาร ให้มีสีสันหรือเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ทว่า ให้ความรู้สึกขัดกับภาพของการรับประทานอาหารเจอยู่ไม่น้อย พูดง่ายๆ ว่าเราต้องรู้จักจิตใจของเราให้ดีมากพอก่อนที่จะรับประทานเจ หรือถ้าเราไม่อยากรับประทานอาหารเจก็ไม่ควรเข้าร่วม หรือควรหาทางเลือกอื่นเช่น เปลี่ยนไปรับประทานมังสวิรัติแทน และที่สำคัญไม่ต้องกลัวเพื่อนหรือคนรอบข้างตำหนิ เพราะเรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจที่สำคัญการทำบุญให้ได้บุญ

นั้นมีหลายรูปแบบค่ะ" เจ้าของเลมอนไฟว์ ระบุทั้งนี้ นันทวัน ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทานอาหารเจที่ถูกต้องไว้ด้วยว่า การรับประทานอาหารเจที่ควรจะเป็นนั้น เน้นอาหารเรียบง่าย ต้องไม่วิ่งตามแฟชั่น หรือเป็นอาหารเจที่หรูหราราคาแพงและมีรูปสัตว์ต่างๆ แม้แต่รับประทานอาหารรูปเจสัตว์ร่วมกับผักผลไม้ก็ไม่ควร

"สมัยที่ยังเด็กอยู่ มักเห็นคุณย่าคุณยายเขารับประทานอาหารเจในแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นผัดใบปอ กาน่าฉ่าย ผัดกะหล่ำปีเจ ต้มจับฉ่ายเจ บางมื้อก็เป็นผักผลไม้ล้วนๆ ทว่า การกินเจของผู้ใหญ่สมัยก่อนเขากินพร้อมกับจิตใจที่เป็นบุญกุศลที่อยากกินเจจริงๆ และนุ่งขาวห่มขาวด้วย ซึ่งเมื่อนึกย้อนเห็นภาพแบบนั้นแล้วรู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธิ์ และได้บุญจริงๆ"นันทวันเล่าให้ฟังด้วยความศรัทธา และบอกถึงวิธีการป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องกินอาหารเจปนเปื้อนเนื้อสัตว์ไว้ด้วยว่า เมื่อเราไม่สามารถควบคุมผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการได้ แต่เราสามารถเลือกรับประทานอาหารเจที่ทำมาจากพืชผักจริงๆ หรืออาหารเจปกติ ที่ไม่มีการตกแต่งกลิ่นหรือรูปลักษณ์ให้ดูน่ารับประทานนั้นได้ ซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันอาหารเจปลอมได้ทางหนึ่งด้วย

ด้าน พี่จรูญ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าขอให้ร้านขายอาหารเจมีคุณธรรมในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่นำมาวางขายด้วย โดยดูจากใบรับรองว่าเป็นอาหารเจ หรืออาหารเจรูปสัตว์ที่ไม่มีการปนเปื้อนจากเนื้อสัตว์จริง ขณะที่ลูกค้าเองก็ต้องตรวจสอบสินค้าที่ซื้อให้ดี และควรซื้อกับเจ้าประจำที่ไว้ใจได้

ท้ายนี้มีแง่คิดดีๆ จากผู้รู้ในเรื่องการทานเจมาฝาก ถ้าคุณทานเจด้วยการไม่สนใจอะไร ขอแค่ให้ไม่เป็นเนื้อสัตว์ ลดการฆ่าเบียดเบียน และเพื่อการง่ายก็ไปหาซื้อมากินบุญกุศลที่ได้อาจน้อยหน่อย แต่ถือว่ายังได้บุญ แต่หากพิจารณาดูให้ดีคนกลุ่มนี้จิตยังติดอยู่กับกิเลส แม้ละเว้นการเบียดเบียนฆ่าสัตว์ แต่กิเลสด้านกิน ชิวหาเวทนาวิญญาณ ชิวหาสัญญาวิญญาณก็ดี อันนี้ยังหยาบ ยังใช้ไม่ได้ เพราะยังยึดติดในการกินแบบตามใจปาก

ดังนั้น เราทั้งหลายควรพิจารณาทุกเรื่องให้ดีบุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าทำแล้วเกื้อกูลช่วยสรรพสัตว์รวมทั้งตัวเองมากน้อยขนาดไหน ช่วยให้เราและผู้อื่นลดละกิเลสได้มากน้อยแค่ไหน กิเลสตัวนี้ลด ตัวนั้นเพิ่ม ควรเป็นเช่นนั้นหรือไม่ หรือควรทำอย่างไรให้ได้ทั้งสองอย่างแบบไม่มีเสีย จึงขอท่านทั้งหลายพึงพิจารณาด้วยปัญญาของตัวเองเถิด.

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการศูนย์กิจการสร้างสุข -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ข้อปฏิบัติ  ทำดี ตั้งใจ ใส่ซอง  รักธรรมชาติ  จุลสารศิลป์สร้างสุข  ดูแลตัวเอง  เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ  วันรวมใจสลายพุงปี 2555  ลีลาศ  มูลนิธิไทย โรดส์  ยาควบคุมพิเศษ  หวย  ช่วยย่อย  EQ  ทีเซลส์  สุขภาพสมอง  สายพันธุ์  การ์ตูน  สารเคมีทางเกษตรกรรม  ค่าแรง  อาการวัยทอง  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ฤดูฝน สุขภาพหน้าฝน ระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสีย โรคหวัด หน้ากากอนามัย มีไข้ มีน้ำมูก ไอจาม ไข้เลือดออก แพ้ยา เชื้อไวรัส ท้องร่วง สวมหน้ากาก แอโรบิก วิ่ง เดิน ขี่จักรยาน ทำให  งานมินิกรีนแฟร์  กินเจ  ยาซูโด  ก่อนเดินทาง