ตึกสูงในกรุง - เสี่ยงไฟไหม้แค่ไหน เร่งสำรวจอาคารเก่า1.2 หมื่นแห่ง

โดย
| |
อ่าน : 3,723

 

สปภ.กทม.มั่นใจระงับเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพฯ ได้แน่นอน เผยเครื่องมือ-อุปกรณ์ทันสมัย แม้แต่รถกระเช้าที่สูงเทียบกับตึก30ชั้น ผอ.สปภ.ระบุไม่ห่วงอาคารสูงที่ผุดราวดอกเห็ด มั่นใจมีระบบที่ดี ห่วงแต่ตึกที่สร้างก่อนปี2535เพราะอาจต่อเติมผิดแบบจริง 

เป็นที่ทราบกันดีว่าในทุกฤดูหนาว หรือช่วงต้นปีเหตุเพลิงไหม้อาคารบ้านเรือน มักมีสถิติไฟไหม้เพิ่มสูงขึ้น สาเหตุหลักนอกจากความประมาท และอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่สมบูรณ์แล้ว สภาพอากาศแห้ง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ยังช่วยส่งเสริมให้มีโอกาสเกิดไฟไหม้ได้มากขึ้นด้วย

สิ่งที่น่าเป็นห่วงของเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นการเกิดเหตุบนตึกสูง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีการก่อสร้างอาคารสูงเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ละแห่งมักสูงเกินกว่า 30 ชั้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหรูหรา ซึ่งเป็นที่พักอาศัย ต่าง ๆ ยังไม่นับรวมอาคารธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสถานที่ในการก่อสร้างมักอยู่ในถนนแคบ หรือซอย ใกล้ย่านชุมนุมหนาแน่น โดยมักอ้างว่าเพื่อความสะดวกของผู้อยู่อาศัย แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่าอาคารสูงเหล่านี้ จะถูกบังคับควบคุมให้มีการก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 แต่หลายครั้งที่เหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นบนตึกสูง ก็มักจะสร้างความหวาดหวั่นให้กับสังคมอยู่ไม่น้อย ว่าแท้จริงแล้วมาตรการเหล่านั้นจะสร้างความมั่นใจ เรื่องความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากน้อยแค่ไหน และอุปกรณ์ในการดับเพลิงของรัฐจะเพียงพอหรือพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกหรือไม่ อย่างไร เพราะในช่วงปีที่ผ่านก็ยังพบว่า มีเหตุเพลิงไหม้บนอาคารสูง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นให้เห็นอยู่เป็นระยะ

พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ศูนย์ข่าว TCIJ  เกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ว่า กทม.ถือเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้มากที่สุดในประเทศ ด้วยสภาพพื้นที่ อาคารบ้านเรือนที่ถูกปลูกสร้างขึ้นอยู่จำนวนมาก ทำให้เกิดเหตุมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า เหตุเพลิงไหม้จะมีมากเป็นพิเศษ เช่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน หรือสงกรานต์ เพราะนอกจากสภาพอากาศที่มีความชื้นน้อย การเดินทางท่องเที่ยวนอกบ้านของประชาชน ความอ่อนเพลีย ทำให้ไม่ละเอียดรอบคอบในการหุงหาอาหาร ทำให้เป็นปัจจัยส่งเสริมร่วมกันทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีเหตุไฟไหม้หญ้าลุกลามของพื้นที่ชานเมือง ก็เป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกลามได้เช่นกัน  โดยจากสถิติพบว่าในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน เหตุเพลิงไหม้จะมีมากเป็นพิเศษ

กรณีเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสูงนั้น พ.ต.อ.พิชัยยอมรับว่า ยังคงมีเหตุเกิดอยู่เป็นระยะๆ เช่น เหตุเพลิงไหม้ที่อาคารฟิโก เพลส ย่านอโศก หรือ เหตุเพลิงไหม้อาคารคอนโดมีเนียม และโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ถ.สุขุมวิท ซึ่งทางสปภ. มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดับเพลิงร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามการเกิดเหตุในอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ มักจะไม่น่าเป็นห่วง เพราะในการก่อสร้างจะถูกควบคุมด้วยกฎหมาย ควบคุมอาคารที่มีอยู่หลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบป้องกันอัคคีภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับควัน ระบบปริงเกอร์ดับไฟ หรือ ระบบการเก็บกักน้ำไว้เพื่อการดับไฟ ซึ่งกฎหมายจะกำหนดไว้ในระดับที่เพียงพอต่อการระงับเหตุเพลิงไหม้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือตึกที่สร้างก่อนปี พ.ศ.2535 ซึ่งยังไม่มีกฎหมายความปลอดภัยควบคุม และอาจมีการต่อเติมอาคารขึ้นไป เมื่อเกิดเหตุจะทำให้ยากต่อการแก้ไข “ตึกเหล่านี้ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ จะทำให้เกิดอันตรายเพราะโครงสร้างไม่ได้มีระบบป้องกัน การลุกลามของไฟจะไปอย่างรวดเร็ว เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ก็เป็นแบบเก่า เช่นกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้ที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านถ.สุขุมวิท โรงแรมไม่ได้เปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อป้องกันไฟ เช่น พรมที่ใช้ซึ่งปัจจุบันมีข้อกำหนดให้ใช้พรมที่ไม่ลุกลามไฟได้ง่าย จึงทำให้การดับไฟเป็นไปได้ยาก ครั้งนั้นทำให้ไฟลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนควันขึ้นไปรมห้องพักทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต ซึ่งอาคารพวกนี้เป็นอาคารที่น่าเป็นห่วง” พ.ต.อ.พิชัยกล่าว

นอกจากปัญหาเรื่องโครงสร้างของอาคารเก่าที่มีการต่อเติม จนทำให้ยากต่อการดับเพลิงแล้ว พ.ต.อ.พิชัย ยังระบุว่า การก่อสร้างบ้านเรือนที่ไม่มีแผน ผังเมืองไม่มีมาตรฐานก็ยังเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพนักงานดับเพลิงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดเหตุในบริเวณชุมชนใหญ่ ที่มีความแออัด ช่องทางเดินแคบเล็ก หรือการปลูกบ้านเรือนในลักษณะบุกรุกที่ดิน การสร้างบ้านไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้หาทางเข้ายาก เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ จึงมักเกิดการสูญเสียมาก เพราะการดับเพลิงไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามในกรณีเช่นนี้ สปภ.จะพยายามสำรวจพื้นที่เพื่อหาช่องทางเตรียมไว้เป็นข้อมูลเสมอ เช่น การสำรวจเส้นทางเข้าอื่นๆ จุดการตั้งประปาหัวแดง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เมื่อเกิดเหตุและเข้าไม่ได้จะมีการประสานข้อมูล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีที่สุด โดยการสำรวจจะทำไว้เป็นประจำอยู่แล้ว

ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร กล่าวยืนยันว่า ปัจจุบันนี้อุปกรณ์ด้านการดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นับว่ามีความทันสมัยที่สุด ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่น รถกระเช้าดับเพลิง ซึ่งปัจจุบัน สปภ.กทม. มีรถกระเช้าดับเพลิงที่มีความสูงถึง 90 เมตร หรือสามารถดับเพลิงได้ถึงตึกในระดับ 30-40 ชั้น นอกจากนี้ยังมีรถกระเช้าในระดับอื่น ๆ อีก ซึ่งในเหตุการณ์ไฟไหม้ที่อาคารฟิโก ถ.อโศก เมื่อเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมา รถกระเช้าดังกล่าวก็สามารถเข้าดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถึงแม้ปัจจุบันจะมีอยู่เพียง 1 คัน แต่ประกอบกับรถกระเช้าดับเพลิงในระดับอื่นๆ นั้น พ.ต.อ.พิชัย ระบุว่าสามารถสร้างความมั่นใจการดับเพลิงได้อย่างแน่นอน

 

 

ที่มา : ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) โดย ชุลีพร บุตรโคตร
 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม