9 ชาติพันธุ์ร่วมงานวันผู้เฒ่าไร้สัญชาติ

| |
อ่าน : 10,276

          ประชาชนจาก 9 กลุ่มชาติพันธุ์ ร่วมกิจกรรมวันผู้เฒ่าไร้สัญชาติแห่งลุ่มน้ำโขง แนะรัฐควรเร่งแก้สิทธิการเข้าถึงการรักษาพยาบาล

/data/content/2014/02/19745/cms/fgilnqtyz135.jpg

          เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่โรงเรียนบ้านห้วยเอียน ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ประชาชนกว่า 500 คนจาก 9 กลุ่มชาติพันธุ์ อาทิ ม้ง เย้า ขมุ เมี้ยน ไทยลื้อ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเสียงแสน เทิง เชียงของ เวียงแก่น แม่ฟ้าหลวง และแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรรัฐ ได้จัดกิจกรรม “วันผู้เฒ่าไร้สัญชาติ แห่งลุ่มน้ำโขง” ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) เครือข่ายอนุครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา โดยมีนายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเวียงแก่น นายชาติชาย สงวนพงษ์ ปลัดจังหวัดเชียงราย ร่วมกล่าวเปิดงาน

          ทั้งนี้บรรยากาศช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีการแสดงของตัวแทนเผ่าไทลื้อ ขับร้องเพลงประจำเผ่า ขณะที่เยาวชนชาติพันธุ์ขมุและ/data/content/2014/02/19745/cms/bdeghijky248.jpgม้ง แสดงดนตรีและการรำพื้นถิ่นต้อนรับผู้ร่วมงาน โดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานเครือข่ายอนุครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวรายงานว่า สังคมปัจจุบันเรื่องความตระหนักรู้ถึงการมีอยู่ของคนไร้สัญชาติ ไร้สถานะทางบุคคล ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวต่อไป ทุกคน ทุกชาติพันธุ์ สมควรได้รับการเคารพด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะผู้เฒ่าไร้สัญชาติ สังคมไทยควรมีนโยบายที่ผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของผู้เฒ่าตามสิทธิทางกฎหมายที่แต่ละคนควรได้รับ

          นายนิวัฒน์กล่าวว่า อีกทั้งเรื่องของการส่งเสริมสิทธิในฐานะประชากรประเทศให้เข้าถึงสุขภาวะ สิทธิทางสุขภาพของผู้สูงอายุ รวมทั้งสวัสดิการสังคมตาม พรบ.ส่งเสริมสวัสดิการสังคม และ พรบ.ผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ.2546 ซึ่งจำนวนบุคคลที่มีปัญหาทางสถานะฯ จากการสำรวจข้อมูลของคณะผู้ปฏิบัติงานโครงการ พบว่าสามารถจำแนกได้เป็น 5 กลุ่มประเภทดังนี้ 1. กลุ่มผู้เฒ่าต่างด้าวอพยพเข้ามาอาศัยอยู่นานแล้ว: ขอสถานะเข้าเมืองชอบด้วยกฎหมาย 2. กลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีพยานเอกสารระบุว่าเกิดในรัฐไทย 3. กลุ่มผู้เฒ่าไร้รัฐไร้สัญชาติ (กลุ่มบุคคลตกหล่นจากทะเบียนราษฎร) 4. กลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่ถือบัตร แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ 5. กลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติ กรณีผู้เฒ่ามีสถานะต่างด้าวชอบด้วยกฎหมายรอแปลงสัญชาติเป็นไทย ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันนี้จึงเป็นไปการติดตามสภาพปัญหา แนวทางแก้ไข ของบุคคลกลุ่มดังกล่าวโดยประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน ในการทำหน้าร่วมกัน เพื่อพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและลดอคติต่อชาติพันธุ์ต่างๆ

          ภายในงานได้มีการเสวนาวิชาการเรื่อง “การนำเสนอข้อมูลสภาพปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติด้านสถานะทางกฎหมายและสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการสังคม ข้อเสนอเชิงนโยบายและภาคปฏิบัติ ตอบคำถามโดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง” โดยมีนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเชียงราย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยนายอริยะ เพ็ชร์สาคร ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พชภ. ว่า ปัญหาเรื่องสถานะบุคคลของประเทศไทย มีมานานมาก โดยประเด็นเรื่องสุขภาวะ สิทธิมนุษยชน ของกลุ่มดังกล่าว ยังสิ่งสำคัญที่ควรส่งเสริม ยิ่งชีวิตผู้สูงอายุด้วยแล้ว ทุกภาคส่วนยิ่งต้องมองลึกถึงความมั่นคงของชีวิต เพราะที่ผ่านมาผู้เฒ่ากลุ่มดังกล่าวต้อง อยู่อาศัยอย่างหวาดระแวง เกรงกลัว ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกสังคมละเลย แนวทางในการแก้ไขปัญหาคือในส่วนของผู้เฒ่าเหล่าให้มีชื่ออยู่ในระบบการทะเบียนราษฎรนั้น จำเป็นจะต้องตรวจสอบจุดเกาะเกี่ยวของผู้เฒ่าว่ายังคงพบจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐใด

          นายอริยะ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนต่อไปเรื่องบุคคลไร้สถานะในภาพรวม คือ 1. ควรที่จะให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสถานะบุคคลได้เข้ามาช่วยเหลือกลั่นกรองข้อเท็จจริงของผู้เฒ่าที่ประสบปัญหา ให้ชัดเจนอันเป็นการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐในการพิจารราตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชั่น 2. รัฐไทยโดยกระทรวงมหาดไทย ควรเร่งรัดในการออกแนวนโยบายในการพัฒนาสถานะของกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เพื่อให้เป็นแนวทางจัดการประชากรของผู้เฒ่ากลุ่มนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ (พม.) ควรเข้ามาช่วยเหลือกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติโดยไม่จำเป็นต้องสร้างขั้นตอนอันเป็นภาระต่อการเข้าถึงสิทธิในความมั่นคงในชีวิตของผู้เฒ่า

/data/content/2014/02/19745/cms/dghmptuy1358.jpgกลุ่มนี้ต่อไป

          สำหรับประเด็นสุขภาพ นั้นกระทรวงสาธารณสุข ควรเร่งแก้ไขปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติในส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล ของกลุ่มผู้เฒ่าที่ถือบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลขศูนย์) เพื่อให้ผู้เฒ่าเหล่านั้นได้รับความรักษาดูแลในยามเจ็บป่วยอันไม่ส่งผลเป็นภาระต่อลูกหลานของผู้เฒ่าเหล่านั้นมากจนเกินไป

          ด้านนายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกสภาวุฒิสภาฯ (ส.ว.) จังหวัดตราด และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย วุฒิสภากล่าวว่า ปัญหาสถานะบุคคลเป็นปัญหาระดับนโยบาย การเดินหน้าของกระทรวง ทบวง กรมต้องทำตามกฎหมาย และกฎระเบียบสังคมที่ทำได้ยาก แต่ไม่ใช่ทำไม่ได้ หากจะมองแค่ในระดับหลักสิทธิมนุษยชนนั้น คนกลุ่มนี้มีอุปสรรคเรื่องภาษาที่ไม่สามารถสื่อสารกับหน่วยงานของรัฐได้ กลุ่มพี่น้องประชาชนเองต้องลุกขึ้นมาขับเคลื่อนให้เป็นพลังส่วนหนึ่ง ส่วนภาครัฐก็ต้องผ่อนปรน อย่างเกณฑ์เรื่องอาชีพและรายได้เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องลดหย่อนบ้าง เพราะชาติพันธุนั้นส่วนมากยากจนไม่มีทรัพย์สิน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภาคบ่ายภายในงานมีการจัดบริการคลินิกสุขภาพ และคลินิกกฎหมายเพื่อให้คนไร้สถานะ ฯ ได้ใช้สิทธิสามารถรักษาสุขภาพฟรี พร้อมทั้งสอบถามขั้นตอนการขอสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยทาง พชภ.และเครือข่ายได้จัดนักกฎหมายมือาชีพ พร้อมที่ปรึกษาด้านอื่น บริการตลอดวัน ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

          นางแทน ปั้นเยือง ชาติพันธุ์ขมุ อายุ 34 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมทีพ่อแม่ของตนเป็นชาติพันธุ์ขมุ อยู่ที่ลาว แต่พอพ่อมาค้าแรงงานที่ประเทศไทย ตนก็ตามมาด้วยพร้อมญาติ และรับจ้างทำไร่ ทำนา ต่อมาแต่งงานกับสามีชาวไทย อยู่บ้านห้วยเอียนนานกว่า 10 ปี มีลูก 2 คน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถขอเลขประจำตัว 13 หลักได้ เพราะไม่กล้าไปดำเนินการที่อำเภอ แต่เมื่อทราบว่ามีการจัดบริการความรู้เรื่องกฎหมาย จึงเข้าร่วม โดยตั้งใจไว้ว่าจะขอเลข 13 หลักให้ได้ เพื่อจะได้เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีสิทธิรักษาพยาบาลในราคาถูกลง เพราะที่ผ่านมาการรักษาเริ่มที่ 1,000 บาทเสมอ

          “ถ้าไม่ได้เป็นคนไทยก็ขอเป็นแม่ของลูกที่มีสัญชาติไทย และมีสิทธิเดินทางไปทั่วไทยกับลูกบ้าง ถ้าเขาไปเรียนเราจะไปเยี่ยม แต่นี่ไม่กล้าไป เพราะมีแค่กระดาษใบขอเลขประจำตัวเท่านั้น ขอมา 1 ปีแล้วยังไม่ได้เลย แต่ครั้งนี้ว่าจะไปขอดูอีกที เพราะเราอยู่ไทยมานานตั้งแต่เด็ก ไม่เคยออกไปไหน แต่งงานก็อยู่แต่บ้านห้วยเอียน พอป่วยจึงได้ออกไปข้างนอก จึงอยากมิสิทธิเดินทางไปทุกที่บ้าง”นางแทน กล่าว

 

 

ที่มา : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สกส.  นอนหลับพักผ่อน  สวนวชิรเบญจทัศ  ครอบครัวแตกแยก  hemophilia  ถ้าไม่เล่นก็ไม่เสีย  Yindee Production  โรคติดเชื้อทางผิวหนัง  สุขภาวะ  ผักโขมหนาม  หลังตรง  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ปันสุข แบ่งปัน สรรค์สร้าง เพื่อชุมชนน่าอยู่ ดอกไม้ของขุนทะเล ใจที่พร้อม เกษตรอินทรีย์ มติชุมชน เพื่อความอุดมสมบูรณ์ เส้นทางความอดทน เพลงอีแซว รสแกงที่แตกต่าง สืบสานภูมิปัญญา นวดแผนไทยรุ่นจิ๋ว สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุม  การผลิตไฟฟ้า  งดอาหาร  การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  มะเร็งรังไข่  นิทรรศการการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและอาหารเพื่อสุขภาวะ  ดอกไม้เพลิง  นักจิตวิทยา  เด็กที่เชื่อฟัง  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม