สสส. เดินหน้าพัฒนาระบบการศึกษาเด็กไทย

โดย
| |
อ่าน : 4,814

          สสส.จับมือศธ.เดินหน้าเอ็มโอยูหวังพัฒนาระบบการศึกษาเด็กไทย ชูอาชีวะให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาได้ผลดี หวังปรับหลักสูตรลูกเสือเพิ่มทักษะชีวิต จ่อขยายโครงการนครแห่งการอ่านถึงระดับตำบล เล็งปฏิรูปการศึกษาสร้างผู้นำองค์กรพันธุ์ใหม่ เผยร่างเอ็มโอยูพัฒนาการศึกษาเด็กไทย

/data/content/2014/02/19491/cms/afghkorsuvx5.jpg

          เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 เวลา09.30 น.ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดประชุมหารือถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในโครงการความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กและเยาวชนครั้งที่ 1 ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดยมีนางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในที่ประชุม และมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์  ผู้จัดการกองทุน (สสส.)นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างการเรียนรู้และสุขภาวะองค์กร สสส. นายเจตนา แดงอินทวัฒน์ ผอ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวนฤมล ไทยวิรัช ผอ.สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายศัจธร วัฒนะมงคล ผอ.สำนักการลูกเสือยุวกาชาด และกิจการนักเรียน เป็นต้น

/data/content/2014/02/19491/cms/befhlnopqz17.jpg     นางเพ็ญพรรณ กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายหลักในการสร้างความร่วมมือของสองหน่วยงานในครั้งนี้ คือการช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานแบบบูรณาการ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาการ ที่จะต้องเน้นความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ที่ผ่านมา สสส.เคยทำโครงการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหลายโครงการที่ประสบความสำเร็จพอสมควร ด้านนพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ในเรื่องของการพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบบูรณาการนั้น สสส.มีโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรวิชาลูกเสือและยุวกาชาดของแต่ละโรงเรียน โดยจะเป็นการเพิ่มการสอนทักษะการใช้ชีวิตเข้าไปในหลักสูตรเดิม เชื่อว่าน่าจะช่วยให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมได้ดีขึ้น ขณะที่นายศัจธร กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่จะมีการนำเรื่องนี้ไปใส่ไว้ในหลักสูตร อย่างไรก็ตามคงจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากหลักสูตรการสอนแบบเดิมนั้นฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทยมานาน

          หวังขยายนครแห่งการอ่านให้ถึงระดับตำบล

          ขณะที่นางเพ็ญพรรณ กล่าวว่า ในเรื่องของการส่งเสริมการอ่าน ภายใต้ยุทธศาตร์ส่งเสริมการอ่านของคนในชุมชน โดยเน้นการขยายความร่วมมือระดับพื้นที่นั้น สสส.มีโครงการความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) โดยได้จัดทำโครงการนครแห่งการอ่านโดยปัจจุบันมีนำร่อง 15 จังหวัด และตั้งเป้าหมายจะขยายพื้นที่ครอบคลุมไปถึงระดับตำบล ด้านนางสาวสุดใจ กล่าวว่า โครงการนี้มีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้เด็กและเยาวชนรู้หนังสือมากขึ้น อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีเด็กระดับประถมศึกษาต้นที่อ่านหนังสือไม่ออกอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะมีการติดตามประเมินผลของโครงการด้วย

เล็งปฏิรูปการศึกษาสร้างผู้นำพันธุ์ใหม่

     นางเพ็ญพรรณ กล่าวต่อว่า ในเรื่องโครงการผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษานั้น สสส.ได้จัดทำหลักสูตรผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยหลังจากได้เชิญให้หน่วยงานที่สนใจร่วมส่งตัวแทนเข้ามาอบรม ทางสสส.ก็ได้จัดทำหลักสูตรประกอบด้วยการจัดกระบวนการพัฒนาบุคลากร การจัดทำโครงการพิเศษเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และการจัดกระบวนการเพื่อพัฒนาองค์กร นอกจากนี้ยังมีการจัดศึกษาดูงานในต่างประเทศด้วย ด้านนางสาวนฤมล กล่าวว่า โครงการนี้มีข้อดีอยู่มาก เพราะได้สร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ตัวผู้เข้ารับการฝึก โดยเฉพาะมุมมองความเห็นที่แตกต่างออกไปจากเดิม ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะกลับไปพัฒนาหน่วยงานที่ตัวเองสังกัดและควรจะมีการเปิดรับการอบรมในรุ่นที่ 2 ต่อไป

/data/content/2014/02/19491/cms/abcklmopvx17.jpg          เผยร่างเอ็มโอยูพัฒนาการศึกษาเด็กไทย

          ด้านนายเจตนา กล่าวว่า ในเรื่องของการจัดทำร่างบันทึกความตกลงความร่วมมือด้านการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กและเยาวชนระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นั้น ขอเสนอให้มีการกำหนดแนวทางการทำงานหลัก 3 ประการ คือ 1.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับผู้บริหาร และพัฒนาศักยภาพผู้นำ 2.สนับสนุนการทำงานปฏิบัติการระดับพื้นที่และ3.จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อประสานงานโดยจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวน่าจะใช้ระยะเวลา 3 ปี ส่วนโครงสร้างของคณะกรรมการจะประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่งประธานโครงการ ขณะที่กรรมการจะประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารจากสังกัดสป.ศธ. ส่วนผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) สป.ศธ.จะดำรงตำแหน่งกรรมการและเลขานุการ ส่วน ผอ.สำนัก 4 สสส.จะดำรงตำแหน่งกรรมการและเลขานุการร่วม

 

 

          เรื่องโดย : ฉัตร์ชัย นกดี Team Content www.thaihealth.or.th

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม