ในรอบทศวรรษ เด็กเสียชีวิต-บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เกือบ 3.5 หมื่นคน

โดย
| |
อ่าน : 5,966

ตะลึง! รอบทศวรรษมีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และบาดเจ็บเกือบ 3.5 หมื่นคน “จมน้ำ” อันดับ 1 ตามด้วยจราจร อึ้ง! เด็กไทยเกิน 93% เมินหมวกกันน็อค “หมออดิศักดิ์” แนะพ่อแม่ดูแลใกล้ชิด เสนอใช้กฎหมายเอาผิดหากทอดทิ้งเด็กต่ำกว่า 6 ปี หวังลดอัตราตายในทศวรรษต่อไป


เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ที่รพ.รามาธิบดี มีการจัดกิจกรรม และนิทรรศการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในเด็ก การแข่งขันเกมส์ชิงรางวัล และให้บริการตรวจสุขภาพเด็กในชุมชนริมทางรถไฟ มีเด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้จัดการแผนจัดการความปลอดภัยในเด็ก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี เปิดเผยว่า ผลการเฝ้าระวังความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บในเด็กในรอบทศวรรษ (ปี 2546 - 2556) มีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บ 34,877 คน การเสียชีวิตลดลงจาก 3,730 คน ในปี 2545 เหลือ 2,636 คนในปี 2556 สาเหตุการเสียชีวิต อันดับ 1 คือ การจมน้ำในเด็กอายุ 1-9 ปี แนวโน้มลดลงในเด็ก อายุ 1-4 ปี จาก 637 คนในปี 2545 เหลือ 295 คนในปี 2556  คิดเป็น 41% ซึ่งเด็กวัยนี้มักจมน้ำตายในบ้านขณะผู้ดูแลอยู่ใกล้ แต่เผอเรอชั่วขณะ เด็กระดับประถมศึกษา อายุ 5-9 ปี มีแนวโน้มการเสียชีวิตลดลงเช่นกัน จาก 664 คนในปี 2545 เหลือ 553 คนในปี 2556 คิดเป็น 12% โดยเด็กวัยนี้มักจมน้ำตายในแหล่งน้ำในชุมชน หรือเส้นทางจากบ้านไปโรงเรียน

รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 คือ อุบัติเหตุจราจร โดยปี 2545 เด็กวัย 1-14 ปี เสียชีวิต 827 ราย ลดลงเหลือ 670 รายในปี 2556 เด็กวัย 1-9 ปี มีอัตราการเสียชีวิตลดลง ขณะที่เด็กวัย 10-14 ปี มีอัตราการตายสูงขึ้น 12% สาเหตุหลักเป็นรถมอเตอร์ไซด์ ทั้งขับขี่ก่อนวัย เมาแล้วขับ ขับเร็ว และไม่ใส่หมวกนิรภัย ซึ่งจากการสำรวจความปลอดภัยในเด็กใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า เด็กไม่ใส่หมวกนิรภัยถึง 93.2% และจากการสำรวจเด็ก ป.6 พบว่ามีพฤติกรรมขับขี่ก่อนวัยถึง 57.6% สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของกลุ่มเด็กเล็ก คือ การสำลักสิ่งต่างๆ เข้าหลอดลม เส้นสายรัดคอ ใบหน้า หรือทางเดินหายใจถูกกดทับ 35-50 ราย/ปี และการพลัดตก 10-20 ราย ส่วนกลุ่มเด็กโต คือ ไฟฟ้าดูด 70-100 ราย/ปี

“จากการสำรวจโรงเรียนในกรุงเทพมหานครกว่า 400 แห่งของการไฟฟ้านครหลวง พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีการวางระบบสายดินที่ถูกวิธี นอกจากนี้ ยังพบว่าการเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย และการทำร้ายตนเอง ยังถูกซ่อนเร้นอยู่มาก แต่ก็ยังปรากฏรายงานการเสียชีวิตปีละ 80-120 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กโต ในทศวรรษต่อไปต้องลดอัตราการเสียชีวิตในเด็กอย่างต่อเนื่องในอัตราที่เร็วขึ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุจราจร และความรุนแรงในเด็กวัย 10-14 ปี การจมน้ำตายในเด็กวัย 5-9 ปี และการเสียชีวิตทุกประเภทในเด็กวัย 1-4 ปี โดยเด็กเล็กต้องเน้นให้ผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด และต้องใช้ใช้ พรบ.คุ้มครองเด็กในการควบคุมผู้ปกครองที่ประมาท ทอดทิ้งเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ให้อยู่ในสถานที่เสี่ยงตามลำพัง ส่วนเด็กโตที่อายุเกิน 6 ปีต้องฝึกทักษะชีวิต เช่น ความปลอดภัยทางน้ำ ทางถนน ใช้กฎหมาย กฎระเบียบบังคับ รวมถึงต้องสร้างความร่วมมือของเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการทำงานแบบสหวิชาชีพ และแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ” รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว

 

 

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม