นับถอยหลังสู่'สังคมผู้สูงวัย'

โดย
| |
อ่าน : 2,421

 

 
"ลืมตามาชำเลืองดูโลก เกิดมาเป็นทารกสามัญชนธรรมดา" 
"หากินกันจนหนังหน้าเหี่ยว กว่าจะได้ขบเคี้ยวก็เข้าวัยชรา" 
 "ฟันฟางจวนจะหักหมดปาก ตามัวจนจะมองไม่เห็น" 
 "ริ้วรอยของความลำเค็ญ ดูที่เส้นเอ็นปูดโปน"
ข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในบทเพลงเพื่อชีวิตเก่าแก่ชื่อว่า "ผู้เฒ่า" ของวง "คาราบาว" ฉายภาพสะท้อนสัจธรรมชีวิตมนุษย์ที่สุดท้ายต้องเดินทางมาบรรจบกันในบั้นปลาย คือ "ความแก่ชรา" สะกิดคนในสังคม ที่มุ่งแต่เสาะแสวงหาหลายสิ่งเพื่อเติมเต็มชีวิต พึงย้อนกลับไปดูเข็มนาฬิกาชีวิตที่เดินหน้าไม่หยุด พร้อมยอมรับความจริงโดยทั่วกันว่า

"เวลา" กำลังกัดกร่อนความสวยงามของร่างกายเราให้เหลือเพียงแค่อดีต เวลาดับพลังไฟแห่งความปรารถนาและความทะยานอยากที่เคยขับเคลื่อนชีวิตที่แย่ที่สุดคือ "เวลา" นำพาเราไปสู่ภาวะที่ต้องตกเป็น "ภาระของผู้อื่น" "ถูกทอดทิ้ง"จากผู้ที่เป็นที่รัก ไม่อาจเดินเหิน หยิบจับพูดคุย หรือแม้แต่จะจดจำสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตได้

ภาวะของความแก่ชรา กำลังใกล้จะเกิดขึ้นกับเราในอีกไม่ช้าไม่นาน คำถามที่ตามมาคือ "เตรียมตัวทำใจรับสภาพไว้บ้างแล้วหรือยัง"

จากข้อมูลเชิงสถิติ ของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงวัย" เข้าใจง่ายๆคือสังคมคนแก่คนชรา เมื่อเนื้อที่ในประเทศไทย ทุกวันนี้เรามีประชากรวัย60 ปีขึ้นไป บรรจุไว้จำนวนมากถึง7 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของประชากรที่มีอยู่ 65.4 ล้านคน สัดส่วนนี้

กำลังทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คาดกันว่าในปี 2573 ปริมาณผู้สูงอายุจะทะลุขึ้นไปสูงถึง ร้อยละ 25 ซึ่งเปรียบเทียบง่ายๆก็คือในอีก 20 ปีข้างหน้า คนไทย 4 คนจะมีผู้สูงอายุ 1 คน

หนึ่งในจำนวนนั้นก็อาจจะเป็นเราๆ ท่านๆ ก็เป็นได้

การเตรียมตัวเพื่อรับกับปัญหานี้อย่างจริงจังและเข้มข้น เริ่มต้นจากสังคมต้องยอมรับความจริงว่าคนเราทุกคนต้องแก่ จากลูกเด็กเล็กแดง ย่อมกลายเป็นพ่อเป็นแม่ ปู่ย่าตายาย หากยังไม่ตระหนักไม่ปรับสำนึกเข้าสู่โหมดสังคมผู้สูงวัยที่จะมาถึง หลับตานึกได้เลยว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ทุกคนตอนแก่อาจจะอยู่ในสภาพอนาถา หลายคนอาจไร้บ้าน จนออกไปตายข้างถนนเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน โดยไร้หนทางเยียวยาก็เป็นได้

พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ ผู้จัดการแผนวิจัยพัฒนาคุณภาพที่ดีของผู้สูงอายุ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย หรือ มส.ผส. ได้ให้ข้อคิดเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและเตรียมรับมือ สังคมผู้สูงวัยโดยเน้นว่า สังคมจะต้องสร้างมิติของการแก้ปัญหาขึ้นมา และจำแนกการแก้ปัญหาออกเป็นส่วนๆ ก่อน

สภาพเช่นนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยที่แรก ก่อนหน้านี้ประเทศที่เจริญแล้วหลายประเทศ แต่มีการเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้าเป็นร้อยๆ ปี ในขณะที่บ้านเราเหลือเวลาเพียงไม่กี่สิบปีที่จะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติสังคมผู้สูงวัย แต่ด้วยความที่สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเชิดชูคนที่กตัญญูต่อบุพการีและยกย่องเทิดทูนผู้อาวุโส ปัญหานี้น่าจะมีความหวังและแนวทางคลี่คลายดีกว่าที่เราคิดแน่

เริ่มจากมิติการดูแลระยะยาวผู้สูงวัยกลุ่มพึ่งพิง โดย พญ.ลัดดา ได้แบ่งเป็นส่วนๆ คือ 1.ผู้สูงอายุวัยต้นอายุ ระหว่าง 60-69 ปี สามารถไปไหนมาไหนเองได้ ไม่น้อยที่ยังทำงานอยู่และยังไม่ต้องการความช่วยเหลือดูแล 2.ผู้สูงอายุวัย กลาง 70-79 ปี เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ออกจากบ้านเองไม่ได้และเริ่มมีโรคประจำตัว ต้องการความช่วยเหลือในกิจกรรมพื้นฐาน 3.ผู้สูงอายุวัยปลาย 80 ปีขึ้นไป มักมีปัญหาสุขภาพรุนแรง นอนติดกับเตียงไปไหนไม่ได้ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

"หลักคือ ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุวัยต้น มีสุขภาพที่ดี ไม่ต้องพึ่งพิงคนอื่นให้นานที่สุด แม้จะล่วงเข้าสู่วัยกลางส่วนผู้สูงอายุวัยกลาง ที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพก็จะต้องฟื้นฟูกลับมาสู่วัยต้นให้ได้มากที่สุด ถ้าฟื้นไม่ได้ ก็ต้องรักษาให้ทรงสภาพนั้นให้ได้นานที่สุด เพื่อไม่ให้ตกลงไปมีอาการวัยปลาย และแน่นอนว่าเมื่อถึงวัยที่เป็นผู้สูงอายุวัยปลาย ก็ต้องดูแลคุณภาพชีวิตให้ดี และฟื้นฟูให้สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้ดีที่สุด"

ขณะที่ นพ.สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ (สวปก.) ชี้แนวทางการแก้ไขและเตรียมรับมือสังคมสูงวัยในระบอบบูรณาการว่า ประมาณการปี 2552 มีผู้สูงวัยกลุ่มพึ่งพิง ทุกระดับ 1.74 ล้านคนหรือร้อยละ 3 ของประชากร ร้อยละ22 ของประชากรผู้สูงอายุ หมายถึงประชากรไทย 1 พันคน มีผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งพิง 30 คน ในจำนวนนี้ 2 คนมีภาวะพึ่งพิงสูงและต้องการการดูแลอย่างมาก

"ปัญหาสำคัญคือ ระบบการแพทย์และสาธารณสุข ยังรองรับสถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้ ระบบของบ้านเรามักจะมีการดูแลรักษาโรคแบบเฉียบพลัน แล้วจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านแต่ผู้สูงอายุพึ่งพิงมีโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายติดตัวจนตาย ระบบจะรองรับไม่ได้เมื่อฝากความหวังกับการแพทย์และสาธารณสุขไม่ได้"

"ลำพังครอบครัวจะมาแบกรับภาระนี้เหมือนในอดีตก็เป็นเรื่องยากเช่นกันเพราะสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ความเป็นไปได้คือ ระบบดูแลโดยชุมชนเพราะหากจัดการให้ดีก็จะสามารถประสานต่อยอดการดูแลจากระบบสาธารณสุขที่มีอยู่ได้ ครอบครัวยังมีบทบาทดูแลโดยไม่ต้องแบกรับตามลำพัง เพราะได้ระบบ

หนุนจากชุมชนอยู่ ที่สำคัญผู้สูงอายุยังจะได้รับการดูแลทั้งการแพทย์และสังคมซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ"

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรเป็นเจ้าภาพหลัก โดยครอบครัวเป็นผู้ดูแลหลัก แต่มีเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นฝ่ายสนับสนุนและมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยด้านการบูรณาการหนุนเสริมซึ่งกันและกัน อาสาสมัครสาธารณสุข จัดคนลงพื้นที่ไปให้คำแนะนำครอบครัวช่วยดูแลเวลาไม่ว่างเป็นต้น

"แม้แนวคิดของการร่วมมือและช่วยเหลือกันในแบบบูรณาการเช่นนี้ จะมีปัญหาบ้างจากระบบราชการ และระบบการกระจายอำนาจของกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่ยังไม่สอดคล้องลงตัวมากนักแต่หากมองลงไปในพื้นที่ชุนชนต่างๆการปรับทัศนคติและทำงานร่วมกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะถึงอย่างไรทุกฝ่ายก็อยู่ใกล้ชิดปัญหา แต่อาจจะขาดทักษะความรู้ด้านต่างๆ ที่ต้องการสนับสนุนซึ่งนี่คือความหวังที่มองเห็นอยู่ในตอนนี้" นพ.สัมฤทธิ์ กล่าว

ภาวะของสังคมผู้สูงวัย จะเดินมาถึงเราในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจมองว่านานโขอยู่ แต่วันนี้หากสังคมและชุมชนเริ่มมีความตระหนักร่วมกันในการดูแลผู้สูงอายุ เริ่มจากคนที่เกี่ยวข้องในชุมชนก่อน จนถึงประชาคมในชุมชนทั้งหมด

เมื่อถึงวันแห่งสังคมสูงวัยมาถึงในปี 2573 สังคมและชุมชนที่ได้เคยทำหน้าที่ดูแลในวันนี้ ก็จะได้รับการดูแลตอบแทนในวันข้างหน้า เหมือนเป็นการปูทางสู่การแก้ปัญหายั่งยืนไว้ในอนาคตนั่นเอง

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม