สัมผัสหมู่บ้านพอเพียงกลางหุบเขา 'ซับผุด...ผุดเป็นทรัพย์'

| |
อ่าน : 6,114

"สวัสดีค่ะพี่ๆ นักข่าว พวกเราชาวซับผุดยินดีต้อนรับและพี่ๆ นักข่าวก็ได้เขียนลงข่าวเชิญชวนให้คนมาเที่ยวที่บ้านทรัพย์ผุด มาซื้อพืชผักปลอดสารพิษของพวกเรา มาเล่นน้ำตกที่สวยงาม....เย้ๆๆๆๆ !"

เสียงเด็กน้อยอายุราว 7-10 ขวบ 4-5 คน แว่วมาจากลำธารน้ำใสที่ไหลเอื่อยจากน้ำตกเสียสาว อันเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำป่าสักติดรอยตะเข็บชายแดน 2 ภาค ที่หมู่บ้านซับผุด-ผุดเป็นทรัพย์ ต.ยางสาว อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ของภาคเหนือ ติดกับพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ของภาคอีสาน

เด็กเหล่านั้นอยู่ในสภาพเปียกปอนจากการเล่นน้ำ น้ำเสียงนั้นสดใสไร้เดียงสา บ่งบอกถึงความสุขแห่งชีวิต ต่างกับคำบอกเล่าของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเธอที่เล่าให้พวกเราฟังว่าก่อนหน้านี้ 3 ปี ชีวิตของเขาดำรงอยู่ในสภาพที่รันทด บางวันไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวที่จะทำขวัญถุงเก็บไว้บนบ้าน แต่เด็กเหล่านี้เพิ่งเติบโตและมีความทรงจำยังไม่ถึง 3 ปีนี่เอง

ย้อนไปก่อน 3 ปีที่แล้ว หมู่บ้านซับผุด ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของขุนเขาใหญ่น้อย ซึ่งเป็นชายขอบรอยต่อระหว่าง จ.เพชรบูรณ์ และ จ.ชัยภูมิ เป็นหมู่บ้านที่แห้งแล้ง เนื่องจากสภาพดินที่ไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ เมื่อถึงหน้าแล้งพื้นดินแตกระแหง ชาวบ้านได้แต่ฝากความหวังของอนาคตไว้กับการมาของหน้าฝนเท่านั้น อาชีพหลักของชาวบ้านเพาะปลูกพืชจำพวกข้าวโพด มันสำปะหลัง และทำนาบ้างหากใครมีที่ราบแต่รายได้มีเพียงน้อยนิดเนื่องจากหลังหมดหน้าฝนไม่สามารถเพาะปลูกพืชใดๆ ได้เลย ชาวบ้านส่วนหนึ่งหันเหชีวิตไปเป็นคนรับจ้าง ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างขัดสนแร้นแค้น บรรเด็กหนุ่มสาวต่างทิ้งบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองกรุงเพื่อหางานทำ ทิ้งคนเฒ่าคนแก่และเด็กๆ ไว้เฝ้าบ้าน รายได้ส่วนหนึ่งของชาวบ้านจึงมาจากลูกหลานที่ไปขายแรงงานในภาคอุตสาหกรรมตามหัวเมืองใหญ่

"ยุคแรกๆ พวกผมย้ายถิ่นฐานมา ปักหลักที่นี่มีไม่กี่หลังคาเรือน เพราะผมอยากมีที่ทำกิน คิดเสมอว่าถ้ามีที่เพาะปลูกมันต้องทำกินได้ ที่เลือกมาตั้งถิ่นฐานใหม่ตรงนี้เพราะเห็นว่ามีตาน้ำผุด อย่างน้อยเรามีน้ำกิน มีที่ดินเพื่อเพาะปลูก ถ้ายังไม่ตายก็ต้องไม่ยอมแพ้ ถ้ามีน้ำทำการเกษตรได้ ผมสู้มาตลอด จึงคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะเอาน้ำตกมาเป็นน้ำเพื่อการเพาะปลูก" นายประสิทธิ์ อินทรรักษ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านซับผุดคนแรกกล่าว

จากความแห้งแล้งและความเป็นอยู่ของชาวบ้านอยู่อย่างแร้นแค้น ทำให้ รศ.ทองทิพภา วิริยะพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ศึกษาอย่างละเอียดและเลือกเป็นหมู่บ้านนำร่อง โครงการโมเดลซีเอสอาร์-พอเพียง โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์กรท้องถิ่น และบริษัทเอกชน ทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รศ.ทองทิพภา บอกว่า โครงการโมเดลซีเอสอาร์-พอเพียงที่บ้านซับผุดหรือซับผุดโมเดล เป็นการขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่ความรับผิดชอบต่อสังคม (csr) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืน มุ่งให้เกิดการพึ่งพาตนเองเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อตัดสินใจว่าจะเลือกพื้นที่หมู่บ้านซับผุดเป็นต้นแบบ ก็เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2553 หรือ 3 ปีก่อน ด้วยการนำหลักในการพัฒนาชุมชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานไว้มาปฏิบัติ ทั้งในเรื่องการลงพื้นที่เพื่อศึกษาพื้นที่เดิม สำรวจข้อมูลที่เป็นจริง ใช้หลักวิชาการ ดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมกลุ่มชาวบ้าน ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและจัดระบบการทำงานเชิงบูรณาการ

"ก่อนที่เราจะเลือกบ้านซับผุด ดิฉันลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านว่าจะให้เราช่วยด้านใดมากที่สุดได้รับคำตอบว่าต้องการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน พวกเขามีแหล่งน้ำทั้งปีที่น้ำตกเสียสาว ห่างจากหมู่บ้านไม่ถึง 2 กม. เราจึงประสานขอความร่วมมือจาก ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามโมเดลซีเอสอาร์-พอเพียง จะไม่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง โจทย์ของเราคือ ต้องการให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ มีความ เข้มแข็ง พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ในที่สุด มีบริษัทเอกชนบริจาคท่อน้ำพีวีซี แล้วเราทำน้ำตก ภูเขา ทำให้ชาวบ้านสามารถเพาะปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ทำให้บางครอบครัวสร้างรายได้ 200-300 บาทต่อวัน ผ่านไป 3 ปีชาวบ้านมีรายได้เพิ่มกว่า 42% รายจ่ายลด 12% จากการไม่ใช้สารเคมีในการ เกษตร ใช้ปุ๋ยหมักที่ปราชญ์ชาวบ้านสอนวิธีทำให้ สสส.รณรงค์งดเหล้า-บุรี ขณะที่เงินออมมีเพิ่มขึ้น 35.2% ส่งผลให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความรู้รักสามัคคี ร่วมมือกันพัฒนาชุมชนอย่างแข็งขัน" รศ. ทองทิพภา ในฐานะประธานโมเดลซีเอสอาร์-พอเพียง กล่าว

สอดคล้องกับการบอกเล่าของ นายสำลีแทงกันยา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านซับผุด ที่บอกว่า ความเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านซับผุดนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวบ้านมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีจากโครงการประปาภูเขาเพื่อทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ในการดำเนินโครงการมีการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยคนในชุมชนจะเป็นแกนหลักในการปฏิบัติงาน มีการวางแผนในการบริหารจัดการที่เป็นระบบ วันนี้... ทรัพย์บนพื้นดินต่างออกผลผลิตให้ชาวชุมชนได้ชื่นใจ ท่อประปาภูเขาได้กลายเป็น "ท่อผุดทรัพย์" ให้ชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม ทำรายได้ของชาวบ้านเพิ่มขึ้น แต่กว่าที่ชาวบ้านจะให้ความร่วมมืออย่างวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะให้คณะบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขา จึงเริ่มจากน้อยไปหามาก เมื่อเห็นผู้ร่วมโครงการประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจึงมีคนอื่นตามมา

"ทุกวันนี้ชาวบ้านที่นี่มีกินมีอยู่สุขสบายขึ้น จากหมู่บ้านที่ไม่เคยมีใครรู้จัก ทุกวันนี้มีหลายหน่วยงานจากหลายจังหวัดเข้ามาเยี่ยม มาขอดูงาน มาเรียนรู้ร่วมกันทำให้คนที่นี่ภูมิใจในตัวเองมากขึ้น มีรายได้จากการขายผลผลิตทางการเกษตรตลอดทั้งปี มีปราชญ์ชาวบ้านเก่งๆ ที่คอยให้คำปรึกษา มีคณะอาจารย์ที่ให้ความรู้เรื่องต่างๆ เช่นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การทำน้ำพริก การสานตะกร้า การสร้างช่องทางการตลาด ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากให้บ้านเราพัฒนาขึ้น ลูกหลานที่ออกไปหางานทำที่อื่นจะได้กลับมายึดอาชีพเลี้ยงดูตัวเองในบ้านเกิด ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มทยอยกันกลับมาแล้ว" นายสำลี กล่าว

หมู่บ้านซับผุด...ผุดเป็นทรัพย์ นับเป็นความสำเร็จของโครงการโมเดลซีเอสอาร์-พอเพียง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสขยายไปยังหมู่บ้านกันดารอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก โดย ดลมนัส กาเจ

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

เดินป่า  ซึมเศร้า  กลุ่มอาการอาคารป่วย  ละครเวที  สสส. สร้างสุข สุขภาวะ Thaihealth สุขภาพ รมช.สธ. สารไดเอทิลีนไกลคอล ปนเปื้อน วัตถุดิบ เครื่องสำอาง  ภาคีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  สื่ออ่านสร้างสุขเพื่อเด็ก LD  พุทธะ  ศูนย์ศิลปธรรม  โรคกระดูก  friday night ride  วิทยาศาสตร์การแพทย์  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด Universal Design ประโยชน์ร่วมกัน อย่างเท่าเทียม การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เมืองที่ทำให้ทุกคนมีความสุข  สะบักจม  ชุมชนบ้านสาง  คำปฏิญานตน  มุสลิมไทย  ช่วยขัดเกลาจิตใจ  เด็กไทย นมกระป๋อง ภูมิคุ้มกัน สารอาหาร นมผง สัปดาห์นมแม่โลก  นาวินต้า