เปล่งเสียงใส กายเป็นสุข

โดย
| |
อ่าน : 3,182

เมื่อเครื่องดนตรีถูกบรรเลงท่วงทำนองบทเพลงถูกขับขาน ทันใดนั้น 'รอยยิ้ม' ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคนอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เชื่ออย่างสนิทใจว่า 'เสียงเพลงก่อเกิดความสุข' ได้จริงๆ

ณ กิจกรรม 'singing เปล่งเสียงใสกายเป็นสุข' จัดโดย ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์สุขภาวะให้เกิดขึ้นในทุกมิติของคนไทยครั้งนี้ได้วิทยากรเยาวชนนักร้อง นักแต่งเพลงมากความสามารถ อย่าง "มุก" หรือ นางสาวพัฑฒิดา ปูญณารักษ์ นักศึกษาป.ตรี ปี 4 คณะครุศาสตร์ วิชาเอกดนตรีตะวันตกมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มาเป็นครูสอนร้องเพลง ที่ให้ทั้งความน่ารักและมากด้วยอารมณ์ขันมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

"มุก" แนะนำขั้นตอนการฝึกร้องเพลงอย่างง่าย ว่า อันดับแรก คือการฝึกควบคุมลมหายใจให้สัมพันธ์กับหน้าท้อง โดยหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบตามด้วยการวอร์มเสียง คือฝึกออกเสียงให้ตรงกับระดับสูงต่ำของตัวโน้ต"โด เร มีฟา ซอล ลา ที โด้"

"การร้องเพลงไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวและควรจะเลือกร้องแนวเพลงที่เราชอบเพื่อให้เราสามารถถ่ายทอดความหมายของเพลงนั้นออกมาได้ดีที่สุด ต้องไม่ลืมส่งอารมณ์ไปกับทุกถ้อยคำที่ร้องออกไปทำอย่างไรก็ได้ให้เนื้อเพลงเข้าถึงอารมณ์ของผู้ฟังให้มากที่สุด ถ้าเขาฟังเพลงเราแล้วไม่มีอารมณ์ต่อเพลงนั้น แสดงว่าเราไม่ประสบผลสำเร็จ" ครูมุก ย้ำ

ไม่รอให้ฟ้าให้ดินลิขิต ไม่ปล่อยชีวิตให้ผ่านไป ไม่ว่าจะสูงจะไกลเท่าไหร่ จะไขว่จะคว้าจะฝ่าฟัน ไม่ยอมให้ฟ้าหรือใครลิขิตอยากมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน ตั้งแต่วันนี้ นี่คือชีวิตลิขิตของเรา" ท่อนสำคัญส่วนหนึ่งของบทเพลง'ชีวิตลิขิตเอง' ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงไพเราะพร้อมแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของเยาวชนคนเก่ง ก่อนเล่าถึงคุณค่าของการร้องเพลงอันเป็นที่รัก...

"มุก" เล่าว่า นอกจากความไพเราะแล้วสิ่งที่ถูกสะท้อนออกมาจากบทเพลงสามารถเปลี่ยนความคิด พร้อมกับสร้างพลังความมุ่งมั่นให้ตัวเองประสบความสำเร็จในหลายๆ เรื่อง

“อย่างไรก็ตาม การร้องเพลงไม่ได้เป็นเพียงพลังสร้างสรรค์ความสุขทางใจเท่านั้นทว่ายังสามารถก่อเกิดความสุขทางกายได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เห็นผลชัดเจนสุดนั้นก็คือสุขภาพปอดที่แข็งแรงจากการฝึกลมหายใจที่สำคัญคือต้องออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหากร่างกายไม่พร้อมเสียงที่เปล่งออกมาจะไม่ใสและลมหายใจไม่ถึงทำให้เพลงนั้นเพี้ยน” ครูสอนร้องเพลงคนเก่งบอก

มีตัวอย่างผลวิจัยต่างประเทศมากมายที่ระบุว่าการร้องเพลงสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย เช่นศาสตราจารย์จูลีน จอห์นสัน หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบันสุขภาพและความชราในเมืองซานฟรานซิสโกกล่าวว่า ผู้สูงอายุที่ร้องเพลงในคณะประสานเสียง หกล้มน้อยกว่า อาจเป็นเพราะลำตัวช่วงล่างแข็งแรงกว่า จากการที่ต้องยืนและนั่งร้องเพลงขณะที่การเปล่งเสียงอาจช่วยให้ปอดแข็งแรง ทำให้การหายใจดีขึ้น ลดอาการหายใจขัด รวมถึงผลวิจัยของมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ที่บอกว่าการร้องเพลงหรือเล่นดนตรีให้ทารกแรกเกิดฟัง จะช่วยบรรเทาระดับความเจ็บปวดของเด็ก ช่วยให้เด็กกินอิ่มนอนหลับได้ดีจนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้นเป็นต้น

เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าสุนทรียศาสตร์ที่ว่าด้วยจังหวะและศิลปะของการสื่อสารเช่นนี้ สามารถบรรเทาทุกข์และสร้างสุขให้กับเราได้ตั้งแต่มีลมหายใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณค่าทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้นแน่หากไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง

มาฝึกเปล่งเสียงให้กายเป็นสุขกันเถอะ...

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

รสหวาน  แบ่งปันนิยม  โรคดาวน์ซินโดรม  ตำบลบ้านเหล่า  ความเหมาะสม  เท่าทันสื่อ  วัยรุ่นและเยาวชนไทย  รวมตัว  นุ๊ก-สุทธิดา  ลดโอกาสเป็นมะเร็ง  มวย  อคติทางเพศ  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth สถานการณ์น้ำท่วม  ชีวิตการทำงาน  โรคข้ออักเสบรูมานอยด์  มีรายได้  แม่บ้านทำกล้วยฉาบ  จิ๋วแแต่แจ๋ว  Sarah Viehbeck  ชูนิ้วก้อย No Alcohol  สสส. สุขภาพ สุขภาวะ สร้างสุข thaihealth รับสมัครงาน นักวิชาการ สาขาสุขภาพ สำนักงานพัฒนานโยสุขภาพระหว่างประเทศ thaibod ihpp  กินปลา  พนันบอล  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth จดหมายข่าว ทำได้ทำดี เพื่อนซี้สร้างสุข ยิ้มได้เมื่อภัยมา แนะชุมชนสู้ภัยพิบัติ เรื่องเล่าจากลำน้ำเข็ก 8 ก. เอาอยู่ ดร.กิติชัย รัตนะ สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม  โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า