ศธ.ไฟเขียวมหา'ลัย ย้ำรับน้องต้องสร้างสรรค์

โดย
| |
อ่าน : 2,807

เน้นปลอดเหล้า-บุหรี่ ไม่ละเมิดสิทธิ์ใคร

 

 

          ศธ.ไฟเขียวมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมรับน้อง ย้ำต้องสร้างสรรค์ ไม่รุนแรง ปลอดเหล้า บุหรี่ และไม่ละเมิดสิทธิ์ใครภายใต้กรอบนโยบาย 7 ข้อ พร้อมขู่อธิการ - คณาจารย์ รุ่นพี่ ละเลยก่อความรุนแรงถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา ด้าน สสส. เผยผลเอแบคโพล ระบุร้อยละ 90 นศ. เห็นด้วยโครงการรับน้องปลอดเหล้า ร้อยละ 44.4 เชื่อพฤติกรรมการรับน้องยังส่อไปทางรุนแรง

 

          กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวโครงการรับน้องปลอดเหล้าประจำปี 2552 โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ร่วมเป็นประธาน พร้อมด้วย ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากองทุน สสส. พร้อมด้วยตัวแทนนิสิตนักศึกษาแต่ละสถาบัน

 

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า โครงการปลอดเหล้ารับน้องถือเป็นกิจกรรมที่ตรงกับนโยบายรัฐบาลและ ศธ. ในการสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมรับน้องและประชุมเชียร์ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองย้ำมาตลอดว่า การรับน้องนั้นต้องงดำเนินการไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ความรุนแรง ปลอดเหล้า และบุหรี่

 

          กระทรวงฯ ได้มอบหมายนโยบายทุกสถาบันการศึกษาต้องออกกฎระเบียบข้อบังคับให้เป็นไปตามลายลักษณ์อักษร รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายทั้งคณาจารย์ ผู้ปกครอง และนักศึกษาได้รับรู้ถึงการจัดกิจกรรมรับน้องอย่างสร้างสรรค์ โดยนักศึกษาเองต้องมีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมแบบสมัครใจ อีกทั้งทุกสถาบันต้องมีศูนย์ที่จะรับแจ้งเหตุไม่ว่าจะเป็น call center ประจำมหาวิทยาลัย รวมทั้งมีการกำหนดบทลงโทษทางวินัยกับผู้จัดกิจกรรมที่ขัดต่อหลักสิทธ์มนุษยชนขั้นพื้นฐาน กฎระเบียนสถาบัน และนโยบายของ ศธ.

 

          ทั้งนี้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดนั้น ได้มีการประชุมหารือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งหากอาจารย์ คณบดี และอธิการบดี ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลเรื่องการรับน้องให้เป็นไปอย่างเหมาะสม จะต้องรับผิดชอบ อ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ อีกทั้งหากนำมาซึ่งความสูญเสีย และละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น ผู้รับผิดชอบต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัย และอาญา ส่วนผู้ที่ต้องการแจ้งเรื่องรวมรับน้อง สามารถโทรมาแจ้ง call center หรือ hot line ประจำ ศธ. โทร.1579รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวสรุป

 

          อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจของเอแบคโพล เรื่องพฤติกรรมและความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการรับน้องใหม่ จากอุดมศึกษา 24 แห่งในเขต กทม. ปริมณฑล จำนวน 4,968 คน ระหว่างวันที่ 2 ก.พ. - 31 มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่า เกินกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการรับน้องปลอดเหล้า เกินกว่าร้อยละ 85 ทราบเกี่ยวกับ พ.รบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งเรื่องของการห้ามจำหน่าย อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ห้ามจำหน่ายในสถานศึกษา เป็นต้น ส่วนสถานที่ในสถานศึกษาที่ยังมีการดื่มอยู่ 3 อันดับแรก ได้แก่ สถานที่นั่งเล่น หอพัก และหลังอาคารเรียน ทั้งนี้ สำหรับการเฝ้าระวังดูแลของผู้บริหารสถาบัน และอาจารย์ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64 อยากให้อาจารย์เข้ามาช่วยดูแล

 

          ด้าน ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากองทุน สสส. เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการจัดโครงการรับน้องปลอดเหล้าตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันนี้ทำให้เห็นได้ว่าในสถาบันอุดมศึกษา มีเรื่องของการดื่มสุรา และยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษาน้อยลง

 

          "จากการสำรวจพบว่า พฤติกรรม 3 อันดับแรกที่ยังเห็นอยู่ในกิจกรรมรับน้อง ร้อยละ 44.4 ยังเป็นเรื่องการใช้ความรุนแรง ร้อยละ 30.4 การใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ และร้อยละ 8.9 ยังให้น้องดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และระบุปัญหาที่เกิดจากการรับน้อง 3 อันดับแรก คือ มีการใช้ความรุนแรง นักศึกษาไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง และเกิดความไม่เข้าใจระหว่างรุ่นพี่รุ่งน้อง ดังนั้น จากผลการสำรวจ สสส. จึงวางนโยบายหลักของโครงการฯ ปีนี้จึงมุ่งรณรงค์ ใน 3 ด้าน คือ สถาบันจะต้องปลอดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และความรุนแรง อีกทั้งยังขยายการรับทุนโครงการสนับสนุนของสถาบันในการจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ โดยสถาบันนิสิต นศ. สามารถร่วมเสนอโครงการขอทุนเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ได้"

 

          ส่วนน้องใหม่ รั้ว มก. อย่าง พัตเตอร์ภัทรนันท์ จามิกรณ์ นิสิตชั้นปีที่1 คณะครุศาสตร์ เผยถึงความรู้สึกถึงกิจกรรมรับน้องใหม่สร้างสรรค์ หลังจากที่ได้สัมผัสกิจกรรมรับน้องใหม่จากรั้ว มก. ว่า ตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยได้มีการทำกิจกรรมรับน้อง แต่เป็นการจัดในส่วนของคณะต่างๆ ซึ่งเท่าที่ตนเองได้ร่วมในกิจกรรมต่างๆ นั้น กิจกรรมรับน้องปีนี้สนุกมาก ไม่มีการเล่นที่รุนแรง และไม่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

          ทุกกิจกรรมล้วนเน้นการสร้างความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างความคุ้นเคยสนิทสนมระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เพื่อน จึงอยากให้รุ่นพี่ทุกๆ คน ช่วยจัดกิจกรรมรับน้องอย่างสร้างสรรค์ เพื่อทำให้น้องเกิดความรัก และรู้สึกที่ดีต่อรุ่นพี่ และสถาบันการศึกษา ในขณะเดียวกันก็อยากเชิญชวนให้เพื่อนร่วมกิจกรรมรับน้อง เพราะนอกจากสนุกแล้ว ยังทำให้เราได้รับมิตรภาพดีๆ และน้ำใจจากรุ่นพี่ด้วย

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์astv ผู้จัดการ

 

 

update 08-06-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม