สวยเสี่ยงภัยจาก 'เครื่องสำอาง'

โดย
| |
อ่าน : 8,666

ไม่ได้มาตรฐาน ปนสารเคมีทำหน้าพัง!

 

 

          "อยากสวย!!!"

 

          นี่คือปรารถนาสุดยอดในใจของสาวๆ เกือบทั้งโลก ยุคนี้สาวๆ ใจกล้าบางคนพึ่งพามีดคมกริบของหมอศัลยแพทย์ ในขณะที่แทบทุกคนอาศัย "เครื่องสำอาง" ในการตกแต่งใบหน้ารวมถึงผิวพรรณด้วยหลัก "เสริมจุดเด่น ลบจุดด้อย" ทำให้ตลาดคอสเมติกของโลกขยายขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อสนอง supply ให้ทันต่อ demand ซึ่งนั่นส่งผลให้มีการผลิตเครื่องสำอางออกมานับหมื่นนับแสนชนิด จากทั้งยี่ห้อระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงระดับ "แบกะดิน"

 

          ภญ.พรพรรณ สุนทรธรรม เภสัชกรชำนาญการพิเศษ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลไว้ว่า อาการแพ้สารเคมีในเครื่องสำอางมีหลายระดับ ตั้งแต่อาการผิดปกติเล็กน้อย เช่น ผื่นคันที่ผิวหนัง ไปจนถึงขั้นอักเสบ และในกรณีเครื่องสำอางผิดกฎหมายที่ผสมสารมีพิษลงไปอาจส่งผลต่ออวัยวะภายในถึงขึ้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

 

          "แม้แต่เครื่องสำอางที่มีการรับรองคุณภาพ หากไม่ถูกกับผิวก็มีโอกาสแพ้ได้เหมือนกัน ยิ่งในกรณีเครื่องสำอางเถื่อน ไม่ได้มาตรฐาน และมีการผสมสารต้องห้ามผิดกฎหมายลงไปนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อันตรายมากจนชนิดคิดไม่ถึง"

 

          น้ำยาทำสีผม - น้ำยาดัดผม

 

          เภสัชกรชำนาญการพิเศษรายนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางชนิดต่างๆ ที่ใช้สำหรับแต่ละส่วนของร่างกาย ที่มีโอกาสทำปฏิกิริยาต่อร่างกายทำให้แพ้ โดยเริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับส่วนบนสุดของร่างกายอย่าง "ผม"

 

          "ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดสีติดทนหรือย้อมถาวรและผลิตภัณฑ์ดัดผม ประกอบด้วยสารเคมีที่แรง และมีความเป็นด่าง หากใช้ในขณะที่หนังศีรษะมีรอยถลอกเป็นแผล หรือโรคผิวหนัง จะเกิดการแพ้จนถึงขั้นรุนแรงได้ เป็นเครื่องสำอางที่ต้องระวังมาก เพราะมีโอกาสแพ้สูง

 

          แต่ปัญหาก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำสีผมเอง มักจะไปใช้บริการร้านเสริมสวย ซึ่งลูกค้าจะไม่ค่อยมีโอกาสได้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ หรือแม้ช่างเสริมสวยก็อาจมองข้ามคำเตือนเหล่านี้  เนื่องจากทั้งผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดสีติดทนและผลิตภัณฑ์ดัดผมมีความเป็นด่าง เมื่อใช้แล้วหนังศีรษะอาจมีความอ่อนแอช่วงขณะหนึ่ง ดังนั้นหากจะใช้ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ต้องทิ้งระยะเวลาให้ห่างกันประมาณ 15 วันเพื่อให้หนังศีรษะแข็งแรงพอที่จะรับสภาพได้ มิฉะนั้นอาจเกิดการแพ้ที่รุนแรงได้"

 

          ครีมหน้าขาว - หน้าเด้ง

 

          ถัดมาที่บริเวณใบหน้ากันบ้าง ภญ.พรพรรณระบุว่า เป็นสิ่งที่ห่วงที่สุด และทาง อย. เองก็พยายามรณรงค์ให้ข้อมูลมาตลอด เพราะถ้าพูดถึงใบหน้าแล้ว คุณสาวๆ ทั้งหลายร้อยทั้งร้อยย่อมอยากจะมีใบหน้าที่ขาวนวลชวนมอง เครื่องสำอางที่ผู้หญิงกลุ่มนี้เลือกใช้ก็คือกลุ่มที่เรียกว่า "ครีมหน้าเด้ง"

 

          "มีครีมที่ผู้ผลิตโฆษณาว่าทาแล้วจะลดสิวฝ้าหน้าใสเด้งอยู่เป็นจำนวนมากในท้องตลาด ที่มีส่วนผสมของสารที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทาง อย. ตรวจพบว่ามีการลักลอบใช้สาร 3 ชนิดที่พิสูจน์ชัดแล้วว่าอันตราย คือ สารปรอท อันตรายที่เกิด คือ ทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดงผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของปรอท ที่สำคัญที่น่ากลัวมากคือ ทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ"

 

          สำหรับสารพิษตัวที่ 2 คือไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการแพ้ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ที่สำคัญคือ ทำให้ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย ส่วนตัวสุดท้ายคือกรดวิตามิน มีชื่อพ้อง คือ เรทติโนอิกแอสิด และเตรทติโน อันตรายที่เกิด คือ ใช้แล้วหน้าแดง ระคายเคืองแสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกรุนแรง แต่ภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดคือครีมเหล่านี้ อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

 

          ลิปสติก - tint

 

          ภญ.พรพรรณให้  ภาพเครื่องสำอาง  ยอดฮิตอย่าง "ลิปสติก" ว่าหน้าที่หลักของลิปสติกคือทาปากให้เป็นสีต่างๆ ส่วนประกอบสำคัญของลิปสติกก็คือสี ซึ่งแม้จะเป็นเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานและมีการรับรอง ก็ยังพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยแพ้สีรวมไปถึงสารประกอบในลิปสติก ทำให้ไม่สามารถจะทาลิปสติกได้

 

          "ลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่ใช้กับริมฝีปาก มีโอกาสเข้าปากหรือกลืนกินเข้าไปได้ง่าย ดังนั้น การเลือกซื้อต้องระมัดระวัง และในส่วนของลิปสติกเถื่อนนั้น ข้อมูลจากการเฝ้าระวังและตรวจวิเคราะห์ลิปสติกที่ไม่มีฉลากภาษาไทยของ อย. พบสีหลายชนิดที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เนื่องจากทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง"

 

          เภสัชกรหญิงแห่ง อย. รายนี้บอกเล่าถึงเครื่องสำอางที่ใช้กับปากอีกตัวอย่าง "เจลทาปาก" หรือ tint ที่เคยเป็นข่าวว่าวัยรุ่นนิยมใช้ทาริมฝีปากด้านในว่าใช้หลักการเดียวกัน คือ ถ้าดูแล้วว่าผิดกฎหมายในเบื้องต้นเรื่องฉลาก เมื่อพบแล้วห้ามซื้อมาใช้ เพราะการทาริมฝีปากด้านใน มีโอกาสกลืนกินมาก หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย นอกจากเรื่องสีที่ไม่อนุญาต อาจมีโลหะหนัก เช่น ตะกั่วจะยิ่งอันตรายมากขึ้น

 

          ครีม - โลชั่นทาผิว - บำรุงผิว

 

          เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีรายงานการแพ้ค่อนข้างสูง ภญ.พรพรรณอธิบายถึงสาเหตุที่กลุ่มนี้ได้รับรายงานมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มเครื่องสำอางกลุ่มใหญ่ หลากหลายประเภท ทั้งใช้กับผิว ใบหน้า บอดี้หรือใช้เฉพาะที่อย่างตา ฝ่ามือฝ่าเท้า, ชนิดที่มีทั้งแบบกลางวันกลางคืน มีแดด ไม่มีแดด และยี่ห้อที่มีสารพัดซึ่งจากรายงานที่ทาง อย. ได้รับ พบว่าอาการแพ้ที่พบมีหลากหลาย ตั้งแต่มีผื่นคันเล็กน้อย จนถึงขั้นผิวอักเสบ สาเหตุการแพ้มีหลากหลาย ทั้งเป็นการแพ้เฉพาะบุคคล เช่น แพ้น้ำหอม หรือสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบ

 

 

 

แผ่นพับแสดงผลร้ายของการใช้เครื่องสำอางเถื่อนของ อย.

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์astv ผู้จัดการ

 

 

update 23-07-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม