เตือนภัยหน้าฝน คร่าเด็ก ปีละ'2ล้านคน'

โดย
| |
อ่าน : 1,829

พ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิด

 

          หมอเด็กเตือน"ปอดบวม"ระบาดหน้าหนาว สาเหตุสำคัญเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ชี้เชื้อแรงป่วยแค่ 2-3 วันมีสิทธิตายได้ คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละ 2 ล้านคน แนะพ่อแม่เอาใจใส่

 

          เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นพ.สรศักดิ์ โล่ห์จินดารัตน์ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าหน่วยระบบหายใจและไอซียู สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงหน้าฝน อากาศชื้นและเย็น สิ่งที่จะตามมา คือ อาการเจ็บป่วยของเด็กเล็กพบได้บ่อย โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจในเด็กเล็ก เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคปอดบวม ก็เป็นอีกโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กในช่วงฤดูฝนนี้ นอกจากจะเกิดการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปอดแล้ว ยังเป็นโรคฉวยโอกาสที่คอยผสมโรงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ทำให้ติดเชื้อรุนแรงขึ้น และรักษาได้ยากขึ้น โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และเด็กที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เพราะภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงพอ

 

           สาเหตุสำคัญของโรคปอดบวมเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งหากเกิดจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วันหากดูแลรักษาร่างกายอย่างถูกวิธี ส่วนเชื้อแบคทีเรียจะมีอาการรุนแรงกว่าเกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ที่อาศัยอยู่ชุกในโพรงจมูก และเยื่อบุคอหอยของเด็ก ซึ่งมีการดำเนินของโรคสั้นมากเพียง 2-3 วัน โดยเชื้อดังกล่าวจะเข้าไปทำลายเนื้อปอด ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายได้ ทำให้ขาดออกซิเจน และอาจเสียชีวิตในที่สุดนพ.สรศักดิ์ กล่าว

 

          ดังนั้นหากฤดูฝนนี้ลูกน้อยเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แม้เพียงเล็กน้อย พ่อแม่อย่านิ่งนอนใจ ควรต้องเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเป็นโรคปอดบวม เพราะจากสถิติพบว่าโรคปอดบวมยังคงเป็นโรคที่คร่าชีวิตเด็กเล็กมากที่สุดใน โลก ถึงร้อยละ 20 หรือคิดเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านคน จากจำนวนเด็กเล็กที่เสียชีวิตทั่วโลกในแต่ละปี

 

          จากสถิติการเสียชีวิตที่น่า กลัวข้างต้นแล้ว โรคปอดบวมยังก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงที่พิการอีกด้วย ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรค ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด ได้แก่ การให้ทารกดื่มนมแม่ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่แออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือโรงภาพยนตร์ เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัคซีนใหม่ๆ ที่ช่วยป้องกันโรคปอดบวม เช่นวัคซีนไอพีดี ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน ช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคปอดบวม และโรคติดเชื้อร้ายแรงต่างๆ ได้ แต่วัคซีนดังกล่าวยังคงเป็นวัคซีนทางเลือก ที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องพิจารณาฉีดให้บุตรหลานด้วยตนเอง

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

update: 17-08-53

อัพเดตเนื้อหาโดย: คมสัน ไชยองค์การ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม