หมอ-พยาบาล เหยื่อ'ไวรัสอีโบลา'

โดย
| |
อ่าน : 2,835

"อีโบลา"ไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์มรณะกลับมาระบาดอีกครั้งในยูกันดาและคองโก แม้อยู่ห่างจากประเทศไทยไปไกลถึงทวีปแอฟริกา แต่หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ เนื่องจากในแต่ละปีมีชาวต่างชาติจากประเทศทั้งสองเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเกือบ 1 หมื่นคน!!

หมอ-พยาบาล เหยื่อ'ไวรัสอีโบลา'

ข้อมูลสถิติการเดินทางเข้าออก จำแนกตามสัญชาติในปี 2554 จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่ามีชาวคองโกเข้ามาประเทศไทยประมาณ 5,600 คน ส่วนชาวยูกันดาประมาณ 2,500 คน ที่สำคัญเชื้อตัวนี้สามารถแพร่จากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ด้วย และอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 80-90

วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวทั่วโลกรายงานถ้อยคำของ "โยเวรี มูเซเวนี" ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐยูดา (republic of unganda)ซึ่งออกแถลงการณ์ฉุกเฉินทางโทรทัศน์เตือนประชาชนให้ระวังเชื้อไข้เลือดออกอีโบลาที่กำลังระบาดหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 14 คน และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 6 คน ตัวเลขนี้เฉพาะรายงาน อย่างเป็นทางการเท่านั้น คาดว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วเสียชีวิตโดยไม่ได้รายงานอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมขอร้องให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการจับมือ จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพราะเชื้อไวรัสมรณะตัวนี้รุนแรงติดแล้วเสียชีวิตภายใน 72 ชั่วโมง ไวรัสอีโบลากำลังระบาดหนักในบริเวณเขตคิบาล ห่างจากเมืองหลวงยูกันดาประมาณ 200 กม. ห่างจากชายแดนประเทศคองโก 50 กม.

หมอ-พยาบาล เหยื่อ'ไวรัสอีโบลา'ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อให้เข้าสู่พื้นที่กักกันโรค รวมถึงแพทย์และพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยด้วย  ทั้งนี้โรงพยาบาลกรุงกัมปาลา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวง สั่งกักพื้นที่แพทย์ 4 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 13 คน หลังจากรับผู้ป่วย 2 คนเข้ามารักษา แล้วเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลติดเชื้อไวรัสอีโบลาจากผู้ป่วยจนเสียชีวิต

หลังยูกันดาประกาศเตือนได้ไม่กี่วัน องค์การอนามัยโลกรายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า ประเทศเพื่อนบ้านของยูกันดาคือประเทศคองโกก็มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสร้ายตัวนี้ไปแล้ว 9 คนเช่นกันและพบผู้ติดเชื้อกว่า 20 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มีพรมแดนติดกับยูกันดา ผู้เสียชีวิตชาวคองโก 3 ใน 9 คนเป็นบุคลากรแพทย์ติดเชื้อจากการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ภายในโรงพยาบาล

"อีโบลา"(ebola)เป็นชื่อของแม่น้ำสายหนึ่งในคองโก แหล่งต้นกำเนิดไวรัสตัวนี้ พบระบาดครั้งแรกเมื่อปี 2519 นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าไวรัสอีโบลามีต้นตอมาจากสัตว์ท้องถิ่นในป่าแถวแอฟริกา มีการระบาดเป็นระยะ ครั้งร้ายแรงสุดเกิดขึ้นในยูกันดาเมื่อปี 2543 มีผู้ติดเชื้อกว่า 400 คน ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในเวลาไม่กี่วัน

อาการป่วยเริ่มแรกจะเป็นไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก ปวดช่องท้อง อาเจียน ท้องเสีย ฯลฯ จากนั้นเริ่มหายใจลำบาก ผู้ป่วยทั้งหมดมีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ ระบบอวัยวะภายในด้วย

หลายฝ่ายสงสัยว่า ทำไม "ไวรัสมรณะอีโบลา"ทำให้แพทย์และพยาบาลที่ใกล้ชิดผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างง่ายดาย !?!

ศ.ดร.พิไลพรรณ พุทธวัฒนะ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทืยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยบาลไขปริศนาให้ฟังว่า เชื้อไวรัสไข้เลือดออกทั่วโลกพบ 14 สายพันธุ์ โดยอีโบลาเป็นหนึ่งในเชื้อตัวดุสุด อัตราผู้เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 80-90 ส่วนไวรัสไข้เลือดออกที่พบในไทยนั้นเป็นสายพันธุ์ "เดงกี่" (dengue) ตัวนี้ไม่ร้ายแรงนัก มีอัตราผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 1 สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลติดเชื้อจากผู้ป่วยได้ง่ายเนื่องจากคนไข้ที่ป่วยโรคนี้จะมีอาการเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ รวมถึงถ่ายเป็นเลือดด้วย เชื้อไวรัสจะออกมาพร้อมของเหลวเหล่านี้ และไปติดตามเตียงหรืออุปกรณ์แพทย์ โรงพยาบาลในแอฟริกาส่วนใหญ่ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน และอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ เช่น ผ้าปิดปาก ถุงมือ แอลกอฮอล์ และน้ำที่จะใช้ทำความสะอาด ทำให้สัมผัสเชื้อโดยตรงได้ง่าย โรงพยาบาลหลายแห่งเมื่อพบผู้ป่วยต้องสั่งปิดโรงพยาบาลทันทีเพราะรู้ตัวดีว่าไม่สามารถควบคุมได้

หมอ-พยาบาล เหยื่อ'ไวรัสอีโบลา'"ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาไวรัสไข้เลือดออก แพทย์ทำได้แค่ประคับประคองตามอาการ เช่นให้ยาลดไข้ ยาสลายลิ่มเลือด ให้เกล็ดเลือดเพิ่ม ฯลฯ แต่เชื้อตัวนี้จะไม่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ต้องสัมผัสจากตัวผู้ป่วย หรือเลือดและสารคัดหลั่งที่ออกมาตามร่างกาย หากคุมพื้นที่ได้เชื้อจะหายไป แต่จะกลับระบาดใหม่ เมื่อมีคนเข้าไปในป่าลึกแล้วติดจากสัตว์ที่มีไวรัสตัวนี้ ไวรัสจะเข้าไปในร่างกายทำให้มีอาการป่วยรุนแรงเมื่อญาติไปสัมผัสก็ติดทันที รวมถึงแพทย์และพยาบาลด้วย แต่ยังไม่เคยพบโรคระบาดไปนอกทวีป แอฟริกา ในเอเชียเคยมีรายงานว่าพบสายพันธุ์คล้ายๆ กัน ที่ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ แต่เกิดจากการสัมผัสสัตว์ท้องถิ่นในป่าลึกโดยตรง"

ผู้เชี่ยวชาญเชื้อไวรัสข้างต้น ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงแรกที่ค้นพบเชื้อนี้คาดเดาว่าพรานไปล่าสัตว์แล้วติดมาจากลิง เพราะผู้ป่วยรายแรกเล่าว่า เดินทางเข้าไปในลึกเกือบ 20 กม.ไม่รู้ว่าสัมผัสสัตว์ตัวไหนบ้าง แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า น่าจะเป็นเชื้อจากค้างคาวชนิดหนึ่งมากกว่า

ขณะที่ ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ม.มหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส วิทยา เตือนว่า ไวรัสตัวนี้สามารถติดจากคนสู่คนได้ง่าย เป็นเชื้อรุนแรงทำให้ป่วยเฉียบพลัน แพร่กระจายรวดเร็ว แต่ต้องสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเท่านั้น ยังไม่เคยมีรายงานการพบผู้ป่วยไข้เลือดออกด้วยเชื้อไวรัสอีโบลาในเมืองไทยมาก่อน ส่วนที่กังวลว่าอาจมีนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาสัมผัสเชื้อแล้วไม่รู้ตัว กลายเป็นพาหะนำไวรัสเข้ามาในไทยนั้น ส่วนตัวแล้วเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

"ใครก็ตามที่ติดเชื้อตัวนี้ จะป่วยแทบลุกไม่ไหวทันที ระยะฟักตัว 2-3 วันเท่านั้น คงไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และถ้ามีชาวแอฟริกันซึ่งอยู่ในระยะแพร่เชื้อเดินทางเข้ามาในไทยจริง เมื่อป่วยแล้วไปโรงพยาบาล แพทย์จะรู้ทันทีจากอาการป่วยและการสัมภาษณ์ ยิ่งรู้ว่าเดินทางมาจากยูกันดา หรือ คองโก หรือประเทศแถบแอฟริกา คงต้องกักพื้นที่เพื่อรักษาและไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกไป" ศ.นพ.ประเสริฐกล่าว




ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ศักราชใหม่ของการส่งเสริมสุขภาพถ้วนหน้า  จีเอ็มพี  คนต้นแบบ  การบ่น  สวดโพชฌังคปริตร  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ฤดูฝน สุขภาพหน้าฝน ระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสีย โรคหวัด หน้ากากอนามัย มีไข้ มีน้ำมูก ไอจาม ไข้เลือดออก แพ้ยา เชื้อไวรัส ท้องร่วง สวมหน้ากาก แอโรบิก วิ่ง เดิน ขี่จักรยาน ทำให  ระบบภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบ  รังแค  ผลสำรวจเรื่องบุหรี่  สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พริก  จักรยานอัดถ่าน  พาเลิกบุหรี่ทั่วไทย  ตากแอร์  ระดับไอคิว  สปอร์ต ลีดเดอร์ ซัมเมอร์ แคมป์  สวนดุสิตโพลทำ  ภาคเอกชน  ชักจูง  โครงการพื้นที่สร้างสรรค์  ศิริกุล ซื่อต่อชาติ  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม