เตือน'ค่านิยมชอบผิวขาว'เสี่ยงกระดูกเปราะ

| |
อ่าน : 4,675

เตือนค่านิยมชอบผิวขาว ทำหญิงไทยเสี่ยงกระดูกเปราะ เหตุค่าวิตามินดีสะสมต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

นางถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยงานวิจัยซึ่งระบุว่า พบผู้หญิงไทยอายุเฉลี่ย 25-40 ปี มีค่าเฉลี่ยวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าค่ามาตรฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 20 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งน้อยกว่าค่ามาตรฐาน คือต้องมากกว่า 30 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร

ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากค่านิยมที่อยากมีผิวขาว โดยมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงแสงแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งจากการใช้ครีมกันแดด สวมเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันแสงแดด และการหลบเลี่ยงอยู่เฉพาะแต่ในห้องที่มีแสงแดดส่องไม่ถึง จนผิวหนังไม่ได้สัมผัสกับแสงแดดเลย

นางถนอมวงศ์ กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้แสงแดดที่มีคุณสมบัติในการสร้างวิตามินดีให้กับร่างกาย ซึ่งเป็นวิตามินที่ส่งเสริมให้มีการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดและช่วยยับยั้งการหลั่งพาราไทรอยด์ฮอร์โมน ที่เป็นฮอร์โมนอันตรายที่จะไปสลายแคลเซียมออกจากกระดูก อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับกระดูก เกิดโรคกระดูกพรุน และทำให้คอกระดูกต้นขาเปราะและหักง่ายเมื่อผู้หญิงมีอายุเข้าสู่ช่วงสูงวัย

“ช่วงเวลาที่จะได้รับวิตามินดีคือช่วงเช้าและช่วงเย็น หรือช่วงที่แดดไม่แรงเกินไปจนได้รับอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลต ที่ทำลายเซลล์ผิวหนัง นอกจากนี้การรับวิตามินดีสามารถทำได้จากการออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง ใต้ร่มไม้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่กลางแดด”นางถนอมวงศ์ กล่าว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความชอบที่จะเห็นตัวเองมีผิวขาวของผู้หญิง หากมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตร่วมด้วย ก็จะมีปัญหาเรื่องการมองเห็นคุณค่าของตัวเองในด้านอื่นๆ ที่มี คนกลุ่มนี้จะสมมติเอาสิ่งฉาบฉวยภายนอกที่คนอื่นกำลังเห่อหรือชี้นำให้เห่อ เช่นที่เกิดขึ้นกับความสวย ความขาว จนขาดความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และเสี่ยงต่อภาวะตึงเครียด รวมถึงกลายเป็นรู้สึกว่ามีปมด้อยที่ไม่ได้มีผิวขาว

นอกจากนี้ ผู้ที่อยากมีผิวขาวที่น่ากังวลอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มที่ป่วยเป็นโรคดิสมอร์เฟีย ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอาการคิดว่าตัวเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ ไม่สวยงาม มีความคิดหมกมุ่นหรือไม่พอใจในรูปร่างหรือรูปลักษณ์ของตัวเอง ทั้งที่จริงแล้วก็ดูปกติดีแต่ก็กังวลจนเชื่อว่าตัวเองผิดปกติ รวมถึงการไม่พอใจในสภาพผิวของตัวเอง

“คนกลุ่มนี้กลายเป็นคนไข้ของหมอหรือคลินิกผิวหนังเรื่อยไปไม่รู้จบ และเป็นสิ่งเดียวที่ผู้ป่วยหมกมุ่น คนกลุ่มนี้ต้องมีการรักษา ก่อนจะมีอาการโรคซึมเศร้าแทรกซ้อนในที่สุด” พญ.อัมพร กล่าว

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม