3หมู่บ้านต้นแบบ ยืนหยัดฝ่าวิกฤต

โดย
| |
อ่าน : 2,582

อยู่อย่างพอเพียง ผ่านมรสุมเศรษฐกิจ

 

 

          ในงานมหกรรม "หมู่บ้านเป็นสุข อยู่อย่างพอเพียง" ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำตัวอย่างหมู่บ้านต้นแบบ 20 แห่งจากทั่วประเทศ ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะ

 

          โดยเฉพาะ 3 หมู่บ้านต้นแบบ จาก จ.ลำพูน จ.ระยอง และ จ.มหาสารคาม ที่มาร่วมถ่ายทอดในหัวข้อ "ทางรอดของชุมชนในยุควิกฤต" นับว่ามีแง่คิดอันเป็นประโยชน์ที่หมู่บ้านแห่งอื่นน่านำไปเป็นตัวอย่าง ว่าในท่ามกลางวิกฤต ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจที่กระหน่ำสังคมไทยอยู่ในขณะนี้พวกเขาพึ่งพาตนเองและผ่ามรสุมมาได้อย่างไร

 

          ผู้ที่จะมาถ่ายทอดประกอบด้วย แม่ภาคี วรรณสัก อายุ 70 ปี ปราชญ์ชาวบ้านแห่งบ้านทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ที่ถือคติว่า "ป่าคือชีวิตของชุมชน"

 

          ผู้ใหญ่ชาติชาย เหลืองเจริญ จากบ้านจำรุง จ.ระยอง ที่เน้น "หลากยุทธศาสตร์สร้างสุข" และ กำนันอดิศร เหล่าสะพาน แห่งบ้านดอนมัน จ.มหาสารคาม ที่มากับ "ยาแก้จน สูตรบ้านดอนมัน"

 

          แม่ภาคี เล่าว่า ทางรอดของชุมชนบ้านทุ่งยาว คือ มีความสุข มีข้าวกิน และมีความเข้าใจ จากประสบการณ์บริหารของหมู่บ้าน จุดเด่นคือการดูแลรักษาป่า เพื่อให้ป่าคงอยู่ จะได้เป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหารของชาวบ้านไปจนถึงรุ่นหลัง

 

          จากที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ.2532 เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาเพื่อที่จะประกาศพื้นที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาวให้เป็นอุทยานแห่งชาติ และอยู่ในความดูแลโดยเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ชาวบ้านไม่ยอมและยืนยันจะจัดการดูแลรักษาป่าด้วยวิธีการของชุมชนเอง เพราะดูแลมานานแล้วก่อนที่ทางการจะเห็นความสำคัญ จนในที่สุดทางราชการต้องล้มเลิกแนวคิด

 

          ปัจจุบันพื้นที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาวขยายเป็น 2,500 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพ ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าควบคู่ไปกับการดูแลรักษาป่า โดยเฉพาะอาหารจากป่า ชาวบ้านจะได้กินทุกฤดูกาลไม่ซ้ำกัน อีกทั้งยังเลี้ยงชุมชน เสริมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในรอบ 1 ปี มีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท

 

          แม่ภาคี เล่าว่า ที่ผ่านมาคนทุ่งยาว ผู้หญิงจะเป็นทัพหน้าในการทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เพราะผู้ชายส่วนใหญ่จะใจกว้างและอาจนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากร ที่ชุมชนรักษาไว้ได้ ปัจจุบันแม้ว่าเราจะอนุรักษ์ป่าได้สำเร็จในชุมชน แต่ก็ยังไม่วางใจ ต้องเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา โดยออกกฎระเบียบเกี่ยวกับป่าไว้ชัดเจน เช่น ถ้าชาวบ้านคนไหนมาตัดต้นไม้จะถูกปรับต้นละ 50 บาท เป็นต้น

 

          ด้านผู้ใหญ่ชาติชายถ่ายทอดประสบการณ์ว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ บันไดขั้นที่หนึ่งเราต้องผ่านไปให้ได้ โดยเริ่มที่ตัวเราก่อนและทำให้เห็นเป็นรูปธรรม จากนั้นเพื่อนๆ ก็จะตามมาเอง การจะทำให้คนในหมู่บ้านเห็นตรงกันหมดนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ระยะเวลานาน แล้วแต่สถานการณ์

 

          ที่บ้านจำรุงมีกระบวนการพึ่งพากันเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 อย่างครบวงจร เช่น การทำโฮมสเตย์ การใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนสารเคมี ไม่ว่าสถานการณ์ของประเทศจะเป็นอย่างไร สถานการณ์ข้างนอกจะเป็นอย่างไร ชุมชนก็สามารถพึ่งพาตนเองได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางครั้งเราต้องพึ่งพาภายนอกด้วย

 

          อย่างเช่น การทำโฮมสเตย์ จากที่ สสส. เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องงบประมาณ ปรากฏว่า 2 ปีที่ผ่านมา โฮมสเตย์จาก 10 กว่าหลัง ตอนนี้มี 37 หลัง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเป็นแบบนี้ อย่าลืมว่าการที่ชาวบ้านทำเป็นโฮมสเตย์มีข้อดีคือ บ้านสะอาด มีระเบียบ และถ้าบ้านไหนมีคนมาพักบ่อยๆ สะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพที่ดี เพราะคนต่างจังหวัดจะอายคนที่มาพักถ้าบ้านสกปรก จึงต้องทำให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา

 

          ส่วนเรื่องของเกษตรอินทรีย์นั้น ผู้ใหญ่ชาติชายเล่าว่า ใครไปที่บ้านจำรุงจะได้กินผัก ผลไม้ ตามฤดูกาลและปลอดสารเคมี นอกจากนี้ ยังทำสื่อออกรายการวิทยุชุมชน เพื่อสื่อสารกับชาวบ้านวันละ 3 ชั่วโมง  ตั้งแต่เที่ยงถึงบ่าย 3 โมง เพราะชาวบ้านว่างในช่วงเวลานั้นพอดี เหมาะที่จะฟังวิทยุ เหมือนเป็นการพบปะชาวบ้านไปในตัว

 

          ด้านกำนันอดิศร เล่าว่า ในช่วงแรกๆ มีอุปสรรคบ้าง เพราะชาวบ้านบางคนไม่เข้าใจ และจะวิ่งไปตามกระแส คือไปหางานทำในกรุงเทพฯ ไม่อยู่ในท้องถิ่นของตนเอง แม้วิถีชีวิตของชาวดอนมันส่วนใหญ่มีฐานะยากจนก็ตาม แต่เราจะทำแบบสวนกระแส คือทำให้ชาวบ้านเห็นภาพว่าอยู่ในพื้นที่และนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ก็มีรายได้ดีเช่นกัน

 

          วิธีการเริ่มจากการจัดกลุ่มส่งเสริมอาชีพต่างๆ สร้างงาน สร้างรายได้ และเป็นแหล่งอาหารให้แก่คนในชุมชน เช่น กลุ่มเพาะเห็ด เลี้ยงจิ้งหรีด เป็นต้น

 

          อีกทั้งมีการจัดทำบัญชีครัวเรือน ทำให้เห็นรายรับรายจ่ายว่าจะต้องปรับปรุงอย่างไร รวมทั้งการให้ชุมชนลดละเลิกเหล้า บุหรี่ และการพนัน เริ่มจากการขอร้องให้ร้านค้าเลิกขายเหล้า บุหรี่ ให้กับชาวบ้าน และตั้งกฎเหล็กว่าหากสมาชิกคนใดละเมิดกฎระเบียบที่ตั้งไว้ เราก็จะใช้กระบวนการทางสังคมเข้าไปจัดการ คือจะไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนเลย

 

          จากประสบการณ์ของผู้นำชุมชนทั้ง 3 หมู่บ้านต้นแบบที่ถ่ายทอดมาข้างต้น จึงไม่แปลกอะไรเลยที่พวกเขาสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤต

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

update 20-04-52

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม