ได้เวลาแอนิเมชัน...นวัตกรรมสอนสุขนิสัย

โดย
| |
อ่าน : 1,947

สนับสนุนโดย สสส.

 

          เพราะการปลูกฝังเรื่องสุขภาวะที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนเป็นงานยากมาทุกยุคสมัย เด็กนักเรียนในหลายโรงเรียนจึงมักประสบกับปัญหาสุขภาวะในด้านต่างๆ เช่น ฟันผุ โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เหา รวมถึงการรักษาความสะอาดส่วนรวม การเรียนการสอนในวิชาสุขศึกษาแบบเดิมๆ ที่เน้นการท่องจำคงไม่เหมาะกับการสร้างสุขนิสัยที่ดีให้กับเด็ก คำถามในวันนี้จึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรเด็กจะเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

 

          สิ่งเหล่านี้เป็นที่มาให้ รศ.ดร.พรรณี บัญชรหัตถกิจ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน school health ทดลองนำ "นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขนิสัยและพฤติกรรมสุขภาพ" มาใช้กับการเรียนการสอนในโรงเรียนเขตจังหวัดขอนแก่น ภายใต้การวิจัยเรื่อง การประยุกต์ใช้นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขนิสัยและพฤติกรรมสุขภาพสำหรับวัยเรียน จังหวัดขอนแก่น โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

          นวัตกรรมที่อาจารย์พรรณีกล่าวถึงคือสื่อการ์ตูนในรูปแบบวีซีดีเรื่องสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ โดยเป็นวีซีดีแอนนิเมชันอย่างง่ายที่เล่าเรื่องผ่านตัวการ์ตูนสีสันสดใส เข้าใจง่าย ใช้ภาษากลางและภาษาไทยอีสาน ที่สอดแทรกมุกตลก

 

          เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น อาจารย์พรรณี ได้นำ bbl (การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพสมอง-brain based learing หรือ bbl) มาบวกรวมกับสื่อการ์ตูนแอนิเมชัน เพื่อสร้างเสริมสุขนิสัย ผลจากการทดลองใช้ทั้งสองนวัตกรรมทั้งสองนี้ พบว่า การผสมผสานทั้งสองนวัตกรรมเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้เรื่องสุขนิสัยมากขึ้น

 

          "การใช้เพียง bbl อย่างเดียวอาจจะไม่ได้ผลที่ดีพอ หรือการใช้สื่อการ์ตูนอย่างเดียวก็คงน้อยไปเพราะเด็กไม่ถูกกระตุ้นขึ้นมาเป็นการสร้างปัจจัยเอื้อให้กับเด็ก ส่วน bbl ก็กิจกรรมหนึ่งที่เขาต้องไปจัดทำเพื่อฝึกการเรียนรู้ ถ้ามีแต่ bbl จะไม่เกิดการกระตุ้น เพราะบางทีเด็กอาจจะไม่ได้สนใจ bbl หรือถ้าสื่ออย่างเดียวอาจจะไม่สนใจเพราะบางทีที่ทำแค่โปสเตอร์ เราก็ทำวีซีดีตามสุขบัญญัติ 10 ประการ"

 

          ผู้เชี่ยวชาญอธิบายต่อว่า การออกแบบสื่อการ์ตูนแอนิเมชันมาจากความคิดพื้นฐานที่ว่าเด็กชอบการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง และมีสีสัน ดังนั้นการ์ตูนแอนิเมชัน จึงเป็นคำตอบของนวัตกรรมที่ถูกเลือกมาเป็นสื่อ

 

          แนวคิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขนิสัยฯ นี้ถูกนำไปปฏิบัติจริงแล้วในหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านแดงใหญ่ (ราษฎร์คุรุวิทยาคาร) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ปริยาภรณ์ บัวขาว อาจารย์จากโรงเรียนบ้านแดงใหญ่ นำหลักการ bbl และสื่อการ์ตูนแอนิเมชันไปใช้กับการเรียนวิชาภาษาไทย เพื่อบริหารประสาท เช่น เพลงเงาะ ใช้ท่าบริหารกำและแบมือ เป็นการบริหารสมอง ทำสลับกันไปมาระหว่างกำกับแบมือ

 

          "ได้ผลคือ เด็กชอบมากร้องไห้เอาอีก อีกอย่างหนึ่งคือ เด็กได้ผลงาน เช่น สอนเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่ โดยให้เด็กไปวาดภาพประกอบตั้งแต่หมู่ที่ 1-5 เป็นการฝึกระบบประสาทโดยไม่ต้องเขียน เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที เด็กหลายคนมาบอกว่า ได้แปรงฟันแล้วนะ เอาเล็บมือมาให้ดู"

 

          เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านหนองหิน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่นำไปแนวคิดนี้ไปใช้แล้วได้ผลน่าพอใจ มุลศรี แก้วมาตย์ คุณครู โรงเรียนบ้านหนองหิน เล่าว่า ได้นำทั้งแนวคิดเรื่อง bbl ไปใช้ในการสอน โดยใช้ในการเตรียมความพร้อมก่อนเรียน มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน คือ การทำสมาธิ ต่อด้วยการร้องเพลง ต่อด้วยการแสดงท่าประกอบเพลง ดอกไม้บาน ต่อด้วยทำตามคำสั่ง เช่น สองตาดูสองหูฟัง สมองคิด มีสติ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 3 นาที

 

          "ทำมาประมาณ 1 ปีแล้ว เด็กมีสมาธิในการเรียนดี สนใจเรียนมีชิ้นงาน ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้ดี กล้าแสดงออก กล้านำเสนอผลงาน มีการพัฒนามากขึ้น เช่น รู้จักแปรงฟันก่อนกินอาหารล้างมือ ก่อนเข้าห้องเรียนล้างมือ ผมสั้น เล็บมือสะอาด จากเมื่อก่อนค่อนข้างสกปรก ไม่ค่อยอาบน้ำ"

 

          ในมุมมองของเด็กที่ผ่านการใช้นวัตกรรมเสริมสร้างสุขนิสัยอย่าง ปิยะธิดา นันท์ดี อายุ 10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านแดงใหญ่บอกว่า ได้กายบริหารตอนเข้าแถวหน้าเสาธงทุกวัน ประมาณ 10-20 นาที

 

          "ชอบท่ายกแขนแยกออกจากตัว ไม่เหนื่อย สนุกดี ในชั้นเรียนก็เคยทำวิชาคณิตศาสตร์ ครูพาทำ ทำให้เรียนรู้เรื่องมากขึ้น แล้วเมื่อมาได้ดูการ์ตูนเรื่องสุขบัญญัติ 10 ประการ ทำให้เข้าใจการดูแลตัวเองมากขึ้นค่ะ"

 

          ส่วนรุ่นพี่อย่าง ชลิตา ศรีกลชาญ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเดียวกัน รู้สึกว่าการ์ตูนแอนิเมชันทำให้เข้าใจการสร้างสุขนิสัยแบบง่ายๆ ได้ เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร จากที่ไม่เคยใส่ใจ หรือการดูแลร่างกายให้สะอาด จะป้องกันโรคระบาดได้

 

          อีกไม่นาน แนวคิดเรื่องการใช้นวัตกรรมสร้างเสริมสุขนิสัย ด้วย bbl และการ์ตูนแอนิเมชัน อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยย่นระยะเวลาในการเรียนการสอน หรือการปลูกฝังให้เด็กนักเรียนได้ตระหนักในการดูแลสุขนิสัยของตนเอง ดังที่หลายๆ โรงเรียนได้เริ่มนำแนวคิดนี้ไปใช้ และเห็นผลว่าสุขนิสัยไม่ใช่เรื่องไกลอย่างที่คิดไว้

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

update: 08-12-52

อัพเดทเนื้อหาโดย: ภราดร เดชสาร

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม