ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อคนทั้งมวล

โดย
| |
อ่าน : 1,906

"อเมริกากำลังเผชิญปัญหาว่างงาน ขณะที่เยอรมัน การศึกษาเน้นเรื่องอาชีวะ จึงไม่เกิดภาวะว่างงาน การศึกษาไทยจึงควรเน้นในเรื่องอาชีวศึกษาที่เชื่อมกับสถานประกอบการ" นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส

ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อคนทั้งมวล

จากมุมมองของผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาข้างต้น สะท้อนผ่านเวที "ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อคนทั้งมวล" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ได้หยิบยกกรณีตัวอย่างในแต่ละเรื่องมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น ข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานด้านการศึกษา องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิ และผู้แทนสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 60 คน จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.)

โจทย์แรกคือ "การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสัมมาชีพ" ซึ่งได้หยิบยกกรณีศึกษาจากโรงเรียนบ้านเมืองกื้ด จ.เชียงใหม่ และโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย ที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างสัมมาชีพให้แก่ผู้เรียน

นายณรงค์ อภัยใจเริ่มจาก โรงเรียนบ้านเมืองกื้ด จ.เชียงใหม่ โดย นายณรงค์ อภัยใจ ผู้อำนวยการโรงเรียน มาร่วมแลกเปลี่ยนว่า เนื่องจากเด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่มาจากหลากหลายชนเผ่าที่มีฐานะยากจน และต้องใช้เวลาในการเดินทางมาเรียนอย่างยากลำบาก จึงคิดวิธีการที่จะทำให้เด็กๆ ของเราสามารถมาเรียนหนังสือได้ และมีอาชีพที่พึ่งพิงตนเองได้ในอนาคต ผมวิเคราะห์สภาพภูมิศาสตร์และศักยภาพของชุมชนในเรื่องการจักสาน นวดแผนไทย และวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็ง บวกกับชุมชนเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ มีรีสอร์ท ปางช้าง จึงใช้บริบทของชุมชนเป็นหลักในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ เด็กชั้น ม.1-3 จะได้เรียนการประกอบอาชีพเพิ่มเติม เช่น การโรงแรม นวดแผนไทย จักสาน เพราะเรามีเป้าหมายคือทำให้เด็กที่จบการศึกษามีคุณภาพชีวิตและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยทักษะของตัวเอง

เช่นเดียวกับ โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย อีกหนึ่งตัวอย่างการพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนสามารถพึ่งพิงตนเองได้ด้วยอาชีพที่ตนถนัด และประยุกต์การประกอบอาชีพจากทรัพยากรในท้องที่ของตนเอง

นายศุภโชค ปิยะสันติ์ นายศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการ ร.ร.บ้านห้วยไร่สามัคคี เล่าว่า เด็กๆ ในโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขา การเดินทางมาเรียนก็ยากลำบาก และสิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือเด็กเหล่านี้ไม่เรียนต่อ เพราะปัญหาความยากจน ผมและคุณครูในโรงเรียนจึงได้ช่วยกันออกแบบวิธีการเรียนการสอนที่จะทำให้เด็กๆ พึ่งพิงตนเองได้ จึงกลายมาเป็นหลักสูตรประยุกต์ในการฝึกสัมมาชีพ

อาจารย์ศุภโชค ยังกล่าวต่ออีกว่า แรกเริ่มโครงการต้องระดมความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายเยอะมากโดยเฉพาะในส่วนของท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นจะเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาช่วยหนุนและช่วยเสริมให้การเรียนการสอนแบบสัมมาชีพพัฒนาไปได้ นอกจากนี้แล้วผู้คนในชุมชนก็จะต้องให้ความร่วมมือและเข้าใจในการเรียนการสอนในลักษณะนี้ด้วย

ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อคนทั้งมวล ปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อคนทั้งมวล

"ผมขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเยอะมาก ทั้งจากท้องที่และจากผู้คนในชุมชน ซึ่งทั้งสองแห่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาก เรามีคุณครูที่มาสอนการนวดให้แก่เด็กๆ ซึ่งก็เป็นผู้ปกครองของเด็กๆ เอง เรามีสถานที่ที่ให้เด็กๆ จำหน่ายกาแฟก็จากการอนุญาตจากท้องที่ ไกด์เด็กของเราสามารถเข้าไปให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวได้ อาชีพต่างๆ เหล่านี้ทำให้เด็กๆ สามารถพึ่งพิงตนเองได้และหาเลี้ยงครอบครัวได้ สิ่งสำคัญที่สุดของการเรียนการสอนแบบนี้คือเด็กๆ ที่พึ่งพิงตนเองได้จะไม่หลั่งไหลเข้าไปหางานทำในเมือง ทำให้สถาบันครอบครัวชุมชนและท้องถิ่นเข้มแข็ง ถึงแม้การดำเนินการเรียนการสอนในลักษณะนี้จะยากและต้องพบเจอกับอุปสรรค แต่เราต้องเชื่อและยึดมั่นในความเชื่อของเราเพราะความเชื่อนี้จะทำให้ชีวิตของลูกศิษย์เราดีขึ้น"

จากการแลกเปลี่ยนความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ข้าราชการระดับสูงด้านการศึกษา ผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น และสื่อมวลชนพบว่า สิ่งที่สำคัญจากตัวอย่างของโรงเรียนทั้งสองแห่งคือ การฝึกให้เด็กๆ ได้ใช้ทักษะชีวิตของตนเองอย่างเต็มที่ ด้วยทักษะที่ได้ลงมือปฏิบัติ และถูกฝึกให้รู้จักการพึ่งพิงพาตนเอง ผู้บริหารโรงเรียนที่กล้าทำสิ่งใหม่ๆ โดยประสานความร่วมมือจากเครือข่ายทรัพยากรจากภาคนอก

ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ นอกจากนี้ในการขยายผลกรณีศึกษาได้มีผู้ทรงคุณวุฒิให้ข้อเสนอแนะไว้อย่างน่าสนใจ เช่น ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ แลกเปลี่ยนว่า สิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งพัฒนารูปแบบของการเรียนการสอนวิชาคหกรรมให้เด็กๆ ในโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารเพื่อลดการออกกลางคันของเด็กๆ

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิชเช่นเดียวกับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช สะท้อนว่า การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันนี้ทักษะของครูจะไม่เน้นการสอน แต่ต้องออกแบบการสอนการเรียนรู้และต้องจุดประกายความคิดให้แก่เด็ก เราจะต้องขยายโมเดลในรูปแบบนี้ออกไปเรื่อยๆ และต้องทำเวิร์กช็อปให้แก่คุณครูในอีกหลายโรงเรียน ซึ่งทรัพยากรในเรื่องการเรียนรู้ของหลายๆ โรงเรียนมีอีกมาก เราจึงควรจัดตั้งเป็นเครือข่ายในการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์

สำหรับสิ่งที่ได้จากเวทีปฏิรูปการเรียนรู้ในครั้งนี้ จะนำสู่การถอดบทเรียนและนำข้อมูลความรู้จากกรณีตัวอย่างมาสังเคราะห์เป็นแนวทาง มาตรการ หรือข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบโจทย์ "การเรียนรู้เพื่อชีวิตจริงในสังคม"

วงเสวนาปฏิรูปการเรียนรู้จึงมีขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน โดยหยิบยกประเด็นที่หลากหลายของมิติทางการศึกษา ซึ่งเวทีครั้งที่ 2 จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 14 มีนาคม จากนั้นจะมีขึ้นในทุกวันอังคารแรกของเดือน เวลาบ่ายโมง จนถึงเดือนธันวาคม 2555




ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม