“ขี้เล” ปุ๋ยอินทรีย์จากดินเลน

| |
อ่าน : 5,907

 

ขี้เล” ภาษาถิ่นในภาคใต้ที่ใช้เรียก “ดินเลน” เกิดจากการทับถมของตะกอนของอินทรีย์วัตถุ เช่น ซากพืช ซากสัตว์ ซากต้นไม้ ใบไม้ ที่สะสมทับถมตามบริเวณชายฝั่งทะเลสาบน้ำจืดหรือน้ำกร่อยของทะเลสาบสงขลา เมื่ออินทรีย์วัตถุเหล่านั้นย่อยสลายสมบูรณ์ และโดนแดดเผา บางส่วนลอยขึ้นมาบนผิวน้ำและถูกคลื่นซัดเข้าชายฝั่งกองทับถมรวมกันเป็นลูกระนาด ชาวบ้านพากันเรียกว่าขี้แดด เมื่อขุด “ขี้แดด” มาผสมกับปุ๋ยคอกและน้ำหมักจะได้เป็นปุ๋ยสูตรพิเศษที่มีธาตุอาหารหลักที่จำเป็นต่อพืช คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ผสมอยู่

ชาวบ้านหมู่บ้านคลองกะอาน ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ได้นำ “ขี้เล" มาผลิตเป็นปุ๋ยขี้เล ตราชาวเล ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของชุมชนมีการนำดินผสมกับปุ๋ยคอกและน้ำหมัก ทำการหมักทิ้งไว้ จากนั้นจึงนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรเพื่อปรับปรุงบำรุงดินและใช้เพาะปลูกพืชกันในครัวเรือน ให้ผลเจริญงอกงาม ด้วยฝีมือชาวบ้านในหมู่บ้านคลองกระอาน จำนวน 35 คน ภายใต้ “กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์คลองกระอาน” และสนับสนุนโดยแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อการพัฒนารูปแบบการผลิตให้เป็นสินค้าโอทอปต่อไป

นางเตือนใจ สิทธิบุรี ที่ปรึกษากลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คลองกระอานและผู้รับผิดชอบโครงการพื้นที่สร้างสรรค์ ด้วยสายใยสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน ของแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บอกว่า การทำปุ๋ยอินทรีย์ขี้เล มีกระบวนการทำที่ไม่ยากเริ่มต้นจากนำขี้เลคลุกเคล้ากับปุ๋ยคอกและน้ำหมักในอัตราส่วน 3 : 1 : 1 กองหมักทิ้งไว้ 1 เดือน จากนั้นกลับกองปุ๋ยทุกๆ 7 วัน หมั่นรดน้ำเมื่อกองปุ๋ยหมักแห้ง (น้ำหมัก) และใช้วัสดุคลุมกองปุ๋ยเพื่อรักษาความชื้น จนครบตามกำหนด 1 เดือน จึงนำปุ๋ยไปบรรจุลงในกระสอบและนำไปใช้งานได้

“ผลจากที่เกษตรกรในพื้นที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ขี้เล เพื่อปรับปรุงดินก่อนเพาะปลูก หรือใช้เพาะปลูกพืชโดยตรง พบว่า พืชผักขึ้นไว งอกงามดี ปลอดภัยจากสารเคมี ต้นทุนการผลิตลดลง ในขณะที่ปุ๋ยเคมีมีราคาสูง ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูงและยังเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเกษตรกรเอง ตกค้างในพืชผักที่เพาะปลูก และยังส่งผลเสียต่อดินและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนี่เป็นผลพลอยได้ที่ธรรมชาติให้กับชุมชน และตราบใดที่ยังมีทะเสสาบอยู่ขี้ดินที่จะมาทำขี้เลก็จะไม่มีวันหมดไปจากชุมชนแน่นอน” นางเตือนใจเล่า

ที่ปรึกษากลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ฯ ยังบอกต่ออีกว่า สำหรับการบรรจุเป็นกระสอบ ปัจจุบันจะบรรจุ กระสอบละ 10 กิโลกรัม จำหน่ายในราคา 50 บาท และอีกไม่นานทางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะลดขนาดผลิตภัณฑ์ลงมา ให้เป็นกระสอบละ 2 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ซื้อให้หิ้วกลับได้ง่าย สำหรับราคาจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายนนี้

เกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อปุ๋ยอินทรีย์ (ขี้เล) ตราชาวเล ได้ที่กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์คลองกระอาน หมู่ 14 ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง โดยติดต่อผ่าน นายอะหมัด ตะเอ ประธานกลุ่มได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 086-2873234 หรือติดต่อที่เกษตรอำเภอบางแก้ว สำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เบอร์โทรศัพท์ 081-9590478 ได้ทุกวัน

 

 

**ข้อมูลเพิ่มเติม

จากที่ได้นำส่งตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์ขี้เลเพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในดิน ที่กลุ่มวิเคราะห์ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 กรมพัฒนาที่ดิน ผลการวิเคราะห์ พบว่า ปุ๋ยอินทรีย์ขี้เล ประกอบไปด้วยแร่ธาตุอาหารหลัก ตามที่พืชต้องการ คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทำให้ปุ๋ยอินทรีย์ขี้เลเป็นแหล่งของธาตุอาหารพืช มีคุณสมบัติช่วยให้จุลินทรีย์ในดินทำงานได้ดี ทั้งยังปรับปรุงโครงสร้างของดิน ช่วยปรับค่าความเป็นกรดของดิน ช่วยลดความเค็มของดินและความเป็นพิษของสารบางชนิด และยังช่วยลดการชะล้างพังทลายของดิน

สูตรในการใช้ปุ๋ยเพื่อเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ สำหรับพื้นที่ปลูกข้าวใช้ปุ๋ยในปริมาณ 2-4 ตัน/ไร่ โดยหว่านปุ๋ยให้ทั่วพื้นที่และไถกลบก่อนปลูกพืช พื้นที่ปลูกพืชไร่ใช้ปุ๋ยในปริมาณ 2-4 ตัน ต่อ/ไร่ โดยใส่ปุ๋ยเป็นแถวตามแนวปลูกพืชและคลุกเคล้ากับดิน สำหรับแปลงปลูกพืชผัก – แปลงเพราะกล้า ใช้ปุ๋ยในปริมาณ 2-4 กก./ตรม. โดยใส่ปุ๋ยลงคลุกเคล้ากับดินในแปลงเพาะกล้า ขณะเตรียมดินปลูก

หากเป็นแปลงปลูกพืชขนาดใหญ่ จะใช้ปุ๋ยในปริมาณ 2-6 ตัน/ไร่ ให้หว่านปุ๋ยทั่วแปลงไถกลบขณะเตรียมดิน สำหรับการเพาะปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น ใช้ปุ๋ยในปริมาณ 15-20 กก./หลุม ในขั้นตอนแรกของการเตรียมหลุมปลูกให้คลุกเคล้าปุ๋ยกับดินเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่ลงด้านล่างหลุม หากเป็นช่วงที่พืชเจริญแล้วให้ทำการขุดรองรอบต้นตามแนวทรงพุ่ม จากนั้นใส่ปุ๋ยลงในร่องและใช้ดินกลบ การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ หากเป็นแปลงไม้ดอก ใช้ปุ๋ยในปริมาณ 1-3 ตัน/ไร่  โดยหว่านปุ๋ยให้ทั่วพื้นที่และใช้ดินกลบก่อนการปลูกพืช

หากเป็นแปลงไม้ดอกยืนต้น ใช้ปุ๋ยในปริมาณ 5-10 กก./หลุม โดยคลุกเคล้าปุ๋ยกับดินให้เข้ากัน จากนั้นใส่ลงในร่องก้นหลุมปลูก สำหรับการปลูกไม้ประดับ ใช้ปุ๋ยในปริมาณ 1-2 กก./ตัน ให้ใส่ปุ๋ยรอบต้นตามแนวทรงพุ่ม

อุปสรรคในการผลิตปุ๋ย  หากเป็นฤดูฝนจะมีพายุ น้ำขึ้น จะผลิตปุ่ยไม่ได้ แต่หลังจากฤดูฝนขี้เลจะถูกพัดมากองทับถมกันอยู่ ชาวบ้านจะนำมาใช้ประโยชน์เพื่อผลิตปุ๋ยไว้ใช้ในหน้าแล้งต่อไป

 

 

ที่มา : แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ไทยไนท์  กิจกรรมศิลปะ  สุขพอดี ชีวิตดีพอ เริ่มต้นวันนี้ที่ตัวคุณ  ถ้วยพระราชทาน  โรคสะเก็ดเงิน  คาราวานท่องเที่ยว  ทุ่งโพธิ์  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ปริศนา รายชื่อผู้โชคดี คุณทำได้ ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่  เชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัส 71  อัตราเสี่ยง  สสส. สุขภาพ สุขภาวะ สร้างสุข thaihealth เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นิทรรศการ ออกแบบ จ้างเหมา ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ  อบรมบ่มเสียง  กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ งานวิจัย แม่วัยใส ยายวัยซ่า ย่าวัยซิ่ง  สานสัมพันธ์  กินร้อน ช้อนกลาง  ประสิทธิภาพในการรักษา  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  รบกวนตอนนอน  สายปฏิบัติธรรม  ค่ายลูกเสือ