“วาเลนไทน์ วาเลนธรรม.. ธรรมะสู่ดวงใจ”

| |
อ่าน : 10,262

ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เป็นเดือนที่มีสองกิจกรรมที่สำคัญ ระหว่างวัฒนธรรมไทยและตะวันตก ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับวันแห่งความรัก เนื่องจากเป็นเทศกาลในกระแสนิยม แต่ในอีกแนวทางหนึ่งยังมีพุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อยที่เทน้ำหนักให้กับวันมาฆบูชาซึ่งเป็นวันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา โดยจะมีกิจกรรมทำบุญใส่บาตร ฟังธรรม ระลึกถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การปฏิบัติตนให้อยู่ในศีล ละเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขทั้งปวง ประพฤติดีปฏิบัติชอบ มอบความรู้สึกเป็นมิตรและมีความเอื้ออารีให้แก่คนรอบข้างได้

เทศกาลวันแห่งความรักที่ผ่านมา ยังมีเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่มีความศรัทธาในความรัก ได้ออกมาขับเคลื่อนกิจกรรม “วาเลนไทน์ วาเลนธรรม.. ธรรมะสู่ดวงใจ” เพื่อบอกต่อและเชิญชวนเพื่อนเยาวชนทั้งหลาย ในแนวทางของวันแห่งความรักเป็นที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้ต่างก็มองเห็นตรงกันว่า วันวาเลนไทน์อาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของคู่รักเท่านั้น แต่ควรเป็นความรักทุกอย่างที่สามารถเป็นไปได้ ทั้งความรักที่มีต่อเพื่อนๆ บิดามารดา ครูอาจารย์ โดยได้มีการนำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้กับการดำรงชีวิตและนำมาประยุกต์ใช้กับวันแห่งความรัก ด้วยเป็นรักที่สามารถทำให้คนจำนวนมากรักกันได้อย่างมีศีลธรรมดีงาม ส่งผลให้มีการดำเนินชีวิตที่ดี มีเป้าหมาย ไม่จมกับความทุกของความรักที่ไม่สมหวัง เกิดความสุขในสิ่งที่ตั้งใจทำร่วมกัน การเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่ความรักที่เรามีมอบให้กับคนรอบข้างที่เรารักมากขึ้น ความรักของเราก็จะยิ่งมีคุณค่า มีความหมาย หากได้นำความรักที่เรามีอยู่ใช้อย่างเกิดประโยชน์และถูกต้องเหมาะสม เราก็จะพบว่าความรักของเรานั้นมีค่ามหาศาล เพราะเมื่อความสุขเล็กๆของคนแต่ละคนมารวมกัน ก็กลายเป็นความสุขของคนจำนวนมากตามมา

นางสาวดวงมณี คำวงศ์กา หรือน้องโบว์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนึ่งในฐานะแกนนำโครงงานคุณธรรม จากโรงเรียนเวียงมอกวิทยา จ.ลำปาง สะท้อนถึงวันแห่งความรักในมุมมองของตนเองว่า กระแสวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ได้เห็นเพื่อนในโรงเรียนถือดอกกุหลาบสีแดง หอบตุ๊กตามาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อมอบให้คนรัก วันนั้นโรงเรียนจึงเต็มไปด้วยจำนวนดอกกุหลาบ ของขวัญทุกห้องเรียน สติ๊กเกอร์รูปหัวใจเต็มพื้นที่เสื้อที่สวมใส่ ทำให้คิดได้ว่า จะยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองเงินทอง แม้แต่หนทางนำไปสู่การเสียตัวในวันวาเลนไทน์ ที่สร้างความวิตก กังวลให้พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือสร้างความทุกข์ตนเองในเวลาต่อมา เป็นเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท ในการหมายปองคนนั้น คนนี้ หรือผิดหวังในความรักที่เกิดการสูญเสียและผลกระทบต่อมา

“ทุกๆ ปี วันที่ 14 ก.พ. ที่โรงเรียน นักเรียนมักถือดอกกุหลาบแพงๆ เลยคิดว่าเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือย สุขใจแค่ขณะนั้นก็จบ วัยรุ่นเองมองวันวาเลนไทน์ ว่าเป็นวันที่ต้องอยู่กับคนรัก สองต่อสอง ต้องมอบความรักให้กันและกัน ที่น่าเป็นห่วงคือการเลียนแบบผิดๆ จากสื่อต่างๆ จากสังคมต่างชาติแล้วมาแสดงออกกับคนที่ตนเองคิดว่ารัก หรือหลง อีกทั้งยังมีกระแสว่า ผู้หญิงวัยรุ่นมักเสียตัวกันมากในวันนี้ ทำให้เราหนักใจ เพราะเราก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกัน เราจึงอยากสร้างกระแสดี ให้เพื่อนในโรงเรียนเข้ามาทำกิจกรรมที่ดี น่าจะดีกว่า จึงได้ร่วมกันคิด สร้างสรรค์กิจกรรมที่สร้างกระแสความรักดี ให้พี่ ๆ เพื่อนๆ น้อง ๆ ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าความรักที่ถูกต้อง”  น้องโบว์เล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาทำกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในโรงเรียน

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นผลทำให้เกิดการรวมตัวของนักเรียนแกนนำกว่า 20 คนในโรงเรียนเวียงมอกวิทยา จ.ลำปาง ภายใต้การทำกิจกรรมในรูปแบบโครงงานคุณธรรม และใช้ชื่อกิจกรรมว่า “วาเลนไทน์ วาเลนธรรม.. ธรรมะสู่ดวงใจ” ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน โดยเน้นกิจกรรมที่ไม่ใช่ความรักแค่หนุ่มสาว แต่มีรักที่มาจาก พ่อแม่ ครู เพื่อนมนุษย์ และธรรมะนั่นเอง

“ในปัจจุบันเด็กวัยรุ่นหญิงจะเสียตัวค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าความรักนั้นจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าเรารักให้ถูกที่ ถูกเวลา ความรักที่ดีก็จะกลับมาหาเราและคนรอบข้างอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องไปโหยหา ไขว่คว้า กลุ่มแกนนำนักเรียนจึงได้นำหลักการใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและมีใจที่จะทำประโยชน์เพื่อเพื่อนๆ ในโรงเรียน โดยให้ความเห็นว่า ดอกไม้หรือของขวัญนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราสามารถมอบให้แก่กันได้ แต่อยากให้ลองคิดดูว่าจำเป็นแค่ไหน ของที่ให้นั้นให้แล้วก็ให้เลยก็สุขใจแค่วินาทีนั้นพอหลังจากนั้นไปก็อาจหายไปไม่ได้กลับมาใช้ต่อหรือประยุกต์ทำอะไรได้ และการที่ซื้อดอกไม้หรือของขวัญที่มีราคาสูงให้กัน ไม่ได้หมายความว่าจะรักกันมากขึ้นหรือรักกันนาน แต่หากพากันมาทำสิ่งที่ดีๆ มากขึ้น ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมีคุณค่าให้แก่กันมากกว่า” แกนนำโครงงานคุณธรรมกล่าว

สำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงวันวาเลนไทน์ของโรงเรียนเวียงมอกปีที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนมีการเปลี่ยนค่านิยมจากการถือดอกกุหลาบเป็นการนำของมาใส่บาตรร่วมกันมากขึ้น ถือเป็นภาพที่สวยงามและมีความสุขแก่คนที่พบเห็น นอกจากนี้ยังแกนนำนักเรียนได้ให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “นิยามความรัก” มีการทำการ์ด การแต่งคำขวัญในเรื่องความรักของแต่ละบุคคล จากปีก่อนๆที่ส่วนมากทุกคนจะใช้ช่วงเวลานี้นำไปสู่การเกิดพฤติกรรมเสี่ยงโดยไม่คิดคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง เนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา นักเรียนกลายเป็นพ่อแม่ วัยหนุ่มสาว และอายุยังน้อยที่ไม่พร้อมจะเลี้ยงลูก ทำให้เด็กที่เกิดมาไม่ได้รับความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ ซึ่งยังเลี้ยงตนเองไม่ได้ เรียนหนังสือยังไม่จบ และยังเป็นภาระที่ต้องดูแลกันอีกต่อไป ทำให้กิจกรรมนี้เป็นการมีส่วนร่วมของคนทุกคนที่จะร่วมกันลดพฤติกรรมไม่เหมาะสมแล้วมาร่วมกันทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ร่วมกัน

ด้าน ครูประนอม ดอนแก้ว ครูที่ปรึกษาโครงงานคุณธรรม โรงเรียนเวียงมอกวิทยา จ.ลำปาง เล่าถึงการจัดกิจกรรมในปีที่ผ่านมาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงภายในโรงเรียนว่า จากการสำรวจภายในโรงเรียน พบว่า หลายๆ ปีที่ผ่านมา นักเรียนมีปัญหาด้านการเรียน ขาด ลา มาสายซึ่งปัญหาส่วนใหญ่นอกเหนือจากปัญหาทางบ้านก็คือ การลาพักการศึกษาอันเนื่องมาจากเกิดภาวการณ์ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ทำให้เป็นปัญหาที่ทางโรงเรียนต้องเร่งแก้ไขมากที่สุด

“ครูว่าเป็นกระแสของสังคมที่มีทุกปี เรามักจะเห็นเด็กนักเรียนถือตุ๊กตา สติ๊กเกอร์มาเต็มโรงเรียน ซึ่งเป็นแบบนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ สำหรับคนที่มีเงินก็ไม่เป็นไร ช่างเขา อยากจะซื้ออะไรมาก็ไม่น่าเดือดร้อน แต่สำหรับเด็กไม่มีเงินจะทำอย่างไร ต้องไปหยิบยืมเงินเพื่อน รบกวนพ่อแม่ เพื่อที่จะนำเงินมาซื้อของให้เพื่อนๆ และจะได้ไม่โดนล้อว่าไม่ตกกระแสเทศกาล ที่ผ่านมามีหลายรายที่ยังเรียนไม่จบ ก็ท้องแล้ว จึงอยากให้กระแสตรงนี้ลดลง และทางโรงเรียนเราก็ไม่ได้ส่งเสริมค่านิยมที่ผิดๆ เลยเห็นว่า หากมีรักที่ดีกว่านี้ ที่ไม่ใช่เฉพาะหนุ่มสาว เดี๋ยวรักเดี๋ยวลืม จึงเน้นเสริมประเด็นไปในด้านอื่นๆที่ไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทนมากกว่า ไม่ใช่รักชั่ววูบ” ครูที่ปรึกษาโครงงานคุณธรรม เผยให้ฟังถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขในช่วงเทศกาลแห่งความรัก

นอกจากนี้ยังได้เล่าเพิ่มเติมว่า “การแก้ไขปัญหาเรื่องวัฒนธรรมเสี่ยงภายในโรงเรียน จากที่เมื่อก่อนมีการสำรวจมาว่า เด็กไม่มาโรงเรียนเพราะอะไร เด็กลาพักการศึกษาทำไม โดยจะพบคำตอบภายหลังว่า ท้องไปแล้ว ซึ่งมักเกิดกับนักเรียนชั้น ม.2-ม.3 ที่ขาดวุฒิภาวะ รักสนุกแต่ไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นปัญหามากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญมักใช้ช่วงเวลาในช่วงวันวาเลนไทน์ ถือโอกาสในการเริ่มมีเพศสัมพันธ์กันเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่อายุยังน้อย แต่ต้องมาเสียอนาคตไปโดยไม่ได้ตั้งใจ บทบาทของครูที่ปรึกษาโครงงานคุณธรรม ได้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้คำปรึกษาและหาแนวทางในการแก้ไข โดยมีแกนนำนักเรียนเป็นผู้ดำเนินการ และกระบวนการต่างๆ ส่งผลให้มีการพัฒนาและหาทางออกอย่างเหมาะสมร่วมกัน โดยเน้นแก้ไขปัญหาที่เป็นผลกระทบของคนส่วนรวม ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อช่วยให้ปัญหาดังกล่าวลดน้อยลง และจากกิจกรรมที่ผ่านมานั้นบรรลุวัตถุประสงค์ เพราะปกติจะเห็นนักเรียนถือดอกไม้มา แต่กลายเป็นภาพที่ทุกๆ คนถือขัน มาใส่บาตรร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่อธิฐานส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานให้พ่อแม่ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะขอให้ครองรัก ครองคู่ สมหวังในรักเพียงแค่นั้น ที่สำคัญสถิตินักเรียน ท้องหรือลาออก ในระดับ มัธยมศึกษา ก็ลดลงตามมาด้วย”

วาเลนไทน์ วาเลนธรรม ธรรมะสู่ดวงใจ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างเสริมให้เยาวชนได้แบ่งปันความรักให้กัน โดยนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นแก่นหลักในการเสริมสร้างพลังใจให้แก่เพื่อนมนุษย์ เป็นการทำด้วยใจจริงเพื่อเผื่อแผ่ความรักให้ทุกคนที่อยู่รอบข้าง ทั้งนี้ยังมีเสียงสะท้อนและมุมมองของนักเรียนในโรงเรียนเวียงมอกวิทยา ที่ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ นำไปสู่ความรักอันยิ่งใหญ่

….“จากการที่ได้จัดกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ วาเลนธรรม ขึ้นมานั้นทำให้ได้ตระหนักถึงความรักที่ดี ทำให้เรานึกถึงความรักที่ดีๆที่มีอยู่ในใจ ไม่คิดออกนอกลู่นอกทางทำอะไรที่ไม่ดี คิดในทางธรรม อยากให้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาทุกๆปี เพื่อกระตุ้นในความรักที่ดีๆ ดิฉันคิดว่าคำว่ารักแท้ คือให้ได้ทุกอย่าง ให้แต่สิ่งที่ดีๆแก่กันและกัน” นางสาว พรทิภา บุญฤทธิ

….“คนที่มีคู่บอกว่าเป็นวันแห่งความรัก มอบความรักให้แก่กันและกัน แต่สำหรับวัยเยาวชน หรือวัยรุ่นกลับมีกระแสที่เป็นทางลบ ในวันนี้กลับเป็นวันที่คู่รักที่อยู่ในวัยเยาวชนเสียตัวมากที่สุดแล้วปัญหาที่ตามมาก็คือท้องก่อนวัยอันควรหรือท้องโดยไม่ตั้งใจแล้วไปทำแท้งปัญหานี้เราจะได้ยินบ่อย ๆ ก็อยากจะทำสิ่งดีๆเพื่อสวนกระแสของปัญหาร้ายๆให้ผู้ใหญ่ที่เขามองวันแห่งความรักนี้เป็นวันที่ไม่ดี ให้รู้ว่าในวันนี้ยังมีสิ่งที่ดีที่เยาวชนอย่างเรา ๆก็สามรถทำสิ่งที่ดีได้” นางสาววิลาวัลย์ เชี่ยมปัญญา

….“ปกติปีก่อนๆโรงเรียนเวียงมอกก็จะมีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักที่ทุกคนจะถือดอกกุหลาบช่อโตๆมา แต่ปีนี้มันแตกต่าง พวกเราจัดกิจกรรมให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากขึ้นเช่นการทำบุญตักบาตรร่วมกัน มันทำให้วันวาเลนไทน์ดูมีความหมายกับคนที่ไม่มีความรักได้สดใสขึ้นอีกด้วย เห็นคนอื่นมีความสุข เราก็มีความสุขค่ะ” นางสาวอริสา เครือกลางโรง

….“ความหมายของความรักว่าความรักไม่ได้มีให้กันแค่วันวาเลนไทน์เพียงวันเดียว และวันวาเลนไทน์ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องซื้อดอกแพงๆให้แก่กัน มันเป็นเพียงค่านิยมและเป็นการใช้เงินที่ไม่เป็นประโยชน์ เรายังสามารถทำสิ่งดีๆให้แก่กันได้อีกหลายทางมากมาย เช่น การทำบุญตักบาตร พัฒนาชุมชน และช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้นดิฉันจึงอยากให้มีกิจกรรมนี้ต่อไปเพื่อขัดเกลาจิตใจให้กับวัยรุ่นและลดความเสี่ยงเกี่ยวกับอบายมุขภายในโรงเรียนอีกด้วย” นางสาวกัลย์สุดา ฉ่ำเฉื่อย

นี่เป็นเสียงสะท้อนของเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะช่วยกันแก้ไขปัญหาของสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นการไปเพิ่มภาระของสังคม แม้จะมีเยาวชนอีกจำนวนมากที่พยายามช่วยกันแก้ไข แต่ก็ยังมีเยาวชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังตกอยู่ในวังวนแห่งการขาดสติ ทำอย่างไรจึงจะให้ปัญหาเหล่านี้ให้ลดลงไปได้ ทุกคนคงต้องช่วยกัน โดยเริ่มที่ตนเองแล้วเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้าง ความสุข และความรักก็จะตามมาหาเรา

ความรักนั้นเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ แต่ความรักที่ยิ่งใหญ่นั้น อาจเป็นความรักอะไรก็ตามที่ใครๆ ก็สามารถมอบให้กันได้อย่างไม่จำกัด เมื่อผู้ให้ตั้งใจมอบให้ผู้รับแล้วก็จะนำพาความสุขให้แก่กันทั้งหมด รวมไปถึงคนที่อยู่รอบข้างก็มีความสุขตามไปด้วย 

 

 

ที่มา : สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)   

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม