เผยสถิติ กทม.เมืองแห่งความรุนแรงในครอบครัวสูงสุด

| |
อ่าน : 3,277

 

เปิดสถิติความรุนแรงในครอบครัว พบ กทม.เมืองแห่งความรุนแรงสูงสุด ขณะที่ชลบุรียอดฆ่าตัวตายพุ่งสูง เผยชายปลิดชีพตัวเองมากกว่าหญิง ต้นตอหลักจากน้ำเมา “มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล” ชี้ ปชช.ขอคำปรึกษามากสุด พ.ย.-ธ.ค. วอนผู้เสียหายปกป้องสิทธิ์ ขณะที่ พม.ปลุกพลังสังคมต้านรุนแรง เปลี่ยนค่านิยมเคารพสิทธิหญิงชาย

เมิ่อวันที่ 10 เม.ย. ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว” จัดโดย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในงานมีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ชุด “โชคดี...ที่ฉันรอด” จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงและเครือข่ายละครดีดี๊ดี

นางสาวจรีย์ ศรีสวัสดิ์ ฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยข้อมูลการนำเสนอข่าวความรุนแรงในครอบครัวจากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ประกอบด้วย ไทยรัฐ มติชน เดลินิวส์ ข่าวสด และคมชัดลึก ปี 2555 ซึ่งมีข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวมากถึง 333 ข่าว ในจำนวนนี้มีปัจจัยกระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 97 ข่าว หรือ 29.13% ทั้งนี้แบ่งประเภทข่าวความรุนแรงในครอบครัวออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1.การฆ่ากัน 59.16% 2.การฆ่าตัวตาย 24.02% 3.การทำร้ายกัน 8.71% 4.ความรุนแรงในครอบครัวอื่นๆ 3.10% 5.การตั้งครรภ์ไม่พร้อม 2.7% 6.การล่วงละเมิดทางเพศ 2.4%

นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าตกใจจากการเปรียบเทียบข่าวความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นปี 2554 และ ปี 2555 ซึ่งประเภทข่าว อันดับหนึ่ง คือ ข่าวการฆ่ากัน มีอัตราสูงจนน่าวิตกปี 2554 พบ 49.70% และปี 2555 พุ่งสูงถึง 59.16%

“หากจำแนกเฉพาะข่าวการฆ่ากันจะพบว่า 1 ใน 3 หรือ 30.96% มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก และหากจำแนกประเภทตามความสัมพันธ์ของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำแบ่งได้ดังนี้คือ ระหว่างสามีภรรยา 64.97% รองลงมา คือ ระหว่างคู่รักแบบแฟน 15.74% สำหรับจังหวัดที่มีการก่อเหตุฆ่ากัน พบว่า เกิดเหตุที่กรุงเทพฯ มากที่สุด โดยเฉพาะกรณีสามีฆ่าภรรยา รองลงมา สมุทรปราการ นครปฐม ปทุมธานี ชลบุรี” นางสาวจรีย์ กล่าว

นางสาวจรีย์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการฆ่าตัวตายนั้นจะพบว่า ผู้ชายฆ่าตัวตายมากกว่าผู้หญิง คือผู้ชายฆ่าตัวตาย 47 ข่าว คิดเป็น 58.75% หญิงฆ่าตัวตาย 21 ข่าว คิดเป็น 26.25% และจังหวัดที่เกิดการฆ่าตัวตายมากที่สุดได้แก่ จังหวัดชลบุรี รองลงมากรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง ส่วนประเด็นการทำร้ายกัน พบว่า สามีกระทำต่อภรรยา จำนวน 12 ข่าว คิดเป็น 41.39% โดยมีสาเหตุเชื่อมโยงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 6 กรณี และพื้นที่จังหวัดที่เกิดเหตุการณ์ทำร้ายกันมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ รองลงมา ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี และจังหวัดที่เกิดเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศ ตามข่าว เกิดขึ้น 8 จังหวัด คือ ชุมพร สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี นครปฐม ปทุมธานี และกรุงเทพฯ

นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากการเก็บสถิติข้อมูลการให้บริการและการให้คำปรึกษาความรุนแรงในครอบครัวปี 2555 ที่ผ่านมา ภายใต้การทำงานที่เพิ่งเริ่มต้นขององค์กร พบว่า เป็นความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 70% มีการขอรับคำปรึกษาปัญหาทั้งหมด 234 ราย มีปัจจัยที่กระตุ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 101 ราย ปรึกษาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว 104 ราย และสภาพเกี่ยวกับสิทธิทางเเพ่ง หรือปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายทางเเพ่ง 106 ราย กฎหมายอาญา 115 ราย ซึ่งปัญหาโดยรวมทั้งหมดที่มารับคำปรึกษารวมแล้ว 315 กรณี

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าข่าวความรุนแรงในครอบครัวปี 2555 น่าเป็นห่วงกว่าปี 2554 และปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวคือ 20% สามีไม่รับผิดชอบ 19% นอกใจหึงหวง 16% การทำร้ายร่างกาย 8% สื่อลามก และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“จะเห็นได้ว่าช่วงที่มีการรณรงค์ยุติความรุนแรงเดือน พ.ย.-ธ.ค.จะมีจำนวนผู้เสียหายเข้ารับคำปรึกษามากกว่าทุกเดือน หากใครรับทราบหรือพบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือช่วยส่งต่อหน่วยบริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งจากการสอบถามผู้ถูกกระทำ ส่วนใหญ่ระบุว่า เคยไปแจ้งความแล้วแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นอาจถึงแก่ชีวิต เช่น กรณีภรรยาไปแจ้งความแต่เจ้าหน้าที่นิ่งเฉย จนนำมาสู่การฆ่าสามีกลายเป็นผู้กระทำเสียเอง ทั้งนี้อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะมีบทบาทสำคัญในการรับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อหน่วยบริการ โดยขอให้เร่งรัดคดี เนื่องจากคดีเหล่านนี้มีเรื่องของอายุความเข้ามาเกี่ยวข้อง” นางสาวสุเพ็ญศรีกล่าว

ขณะที่ นายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ความรุนแรงนับวันยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาอุปสรรคสำคัญคือ ทัศนคติ ความเชื่อของคน โดยเฉพาะปัญหาในการแก้ไขความรุนแรงในครอบครัว เพราะเป็นต้นตอของปัญหาความรุนแรงต่างๆ ตามมา เช่น เรื่องค่านิยมของคนไทยระหว่างสามีภรรยา เรียกว่า ลิ้นกับฟัน หรือการปลูกฝังให้ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายอดทน เพื่อครอบครัว ซึ่งฝ่ายที่อดทนก็ต้องอดทนอยู่ฝ่ายเดียวตลอดเวลา ดังนั้นการปรับค่านิยม ต้องเริ่มจากเรื่องการศึกษา ซึ่งขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ กำลังมีหลักสูตรเจนเดอร์ ในโรงเรียนตั้งแต่ในระดับอนุบาล เป็นการปลูกฝังเพื่อให้เคารพสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศให้อยู่ในใจตั้งแต่เด็ก

“ขณะเดียวกัน กระทรวง พม.กำลังพยายามจัดระบบหน่วยบริการช่วยเหลือ oscc ศูนย์ช่วยเหลือทางสังคม ซึ่งจะเป็นช่องทางให้ผู้ถูกกระทำมีทางเลือกเพิ่มขึ้น เมื่อรับเรื่องเบื้องต้น ก็สามารถส่งต่อผู้ประสบปัญหาไปยังหน่วยบริการที่มีความพร้อม เพื่อเกิดการฟื้นฟูเยียวยาและนำไปสู่การป้องกัน ทั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเด็ก ผู้หญิงและครอบครัว การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ปัญหาการค้ามนุษย์” นายสมชายกล่าว

 

 

 

ที่มา : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

นั่งนานๆ  ของไหว้  เชลยศักดิ์  ไม่อยากอ้วน  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth วารสาร สารสองล้อ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย Thai Cycling For Health Association ปั่นชมหิ่งห้อยย่านบ้านบางกระสอบ จักรยานเพื่อน้อง โครงการปั่น ปันปัญญา ดิสเบรคทำงานได้อย่างไร ปั่นไปไว้พระทองคำเที่ยวเขาดิน  สสส. และความคุ้มค่าทางสังคม  ดร.ซาเนีย นิชทาร์ รัฐมนตรีว่าการะทรวงสาธารณสุข ประเทศปากีสถาน  ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก  ความปลอดภัยด้านอาหารและยา  การผลิตไฟฟ้า  ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น  น้ำผลไม้  แอ่ แอน แอ๊น  แฟชั่น  เด็กทารกแรกเกิด  โรคทางจิตเวช  เยี่ยมภาคีบ้านธารพระพร  รวมพลังช่วยเด็กไทยให้ได้กินนมแม่  พาสต้า  ขบวนรณรงค์