"มหิดล" สร้าง "มหาวิทยาลัยแห่งความสุข"

โดย
| |
อ่าน : 5,380

นอกจากโรงงาน ภาคเอกชน ภาคราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว... ไม่น่าเชื่อว่าขณะนี้ "แฮปปี้ เวิร์กเพลส" ยังได้ขยายเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

เหตุเพราะสถาบันอุดมศึกษาเริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ภาระงานอันหนักหน่วงทั้งการผลิตทรัพยากรบุคคลอันมีค่าเพื่อช่วยพัฒนาประเทศการทำวิจัย การให้บริการด้านวิชาการ เกณฑ์การประเมินที่มีตัวชี้วัดมาก การบริหารงานภายในบทบาทการพัฒนาสถาบัน การนำมหาวิทยาลัยไปสู่อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีในโลก กระทั่งการทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม และอื่นๆ อีกมากมาย อาจทำให้คนทำงานมีความสุขลดลงอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

และเพื่อให้ "ผลลัพธ์" ที่ออกมามีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของคนทำงานอย่างแท้จริง "มหาวิทยาลัยมหิดล" จึงปฏิวัติตัวเองเสียใหม่เพื่อไปสู่จุดหมาย "มหาวิทยาลัยแห่งความสุข" ในปี 2559 พร้อมจับมืออีก 7 มหาวิทยาลัยทั่วที่ทางมหาวิทยาลัยมี หนทางสู้เส้นชัยมหาวิทยาลัยแห่งความสุขก็เริ่มขับเคลื่อน โดยการเขยื้อนนี้ เป็นการพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย หวังให้ปี 2559 มหิดลจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข 4 ด้าน คือ คนทำงานมีความสุข ครอบครัวของคนทำงานประเทศ แท็กทีมทำบันทึกความเข้าใจ หรือ mou เตรียมเป็นแกนนำมหาวิทยาลัยแห่งความสุข เผยแพร่องค์ความรู้มหาวิทยาลัยแห่งความสุข ให้แก่สถาบันอุดมศึกษาที่สนใจ

รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต หัวหน้าโครงการแฮปปิโนมิเตอร์ (happinometer) หนึ่งในเครื่องมือสร้างสุขของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จากมหิดล เผยว่าหลังจากมหาวิทยาลัยคิดทบทวนจนเกิดเป็นความตระหนักว่า การทำงานถ้าทำด้วยความสุข ความสำเร็จย่อมตามมา ที่สำคัญหาคนทำงานไม่สุขแล้ว ปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่นอน

เมื่อคิดได้ดังนั้น และผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญกับการนำเอาหลักแฮปปี้ เวิร์กเพลส และแฮปปี้ 8 เข้ามาประยุกต์สร้างสุขร่วมกับวิธีการมีความสุข องค์กรเป็นสุข และสังคมรอบข้างก็เป็นสุข ทั้งนี้ เพราะความสุขนำมาซึ่งประสิทธิภาพประสิทธิผลหลายๆ ด้าน

"เรามีความเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ การวัดความสุขในมหาวิทยาลัยจะมีบทบาทในการจัดมหาวิทยาลัยอันดับโลกด้วย" รศ.ดร.ศิรินันท์ ระบุ

อย่างไรก็แล้วแต่ ความคิดอยากให้มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรแห่งความสุข หัวหน้าโครงการแฮปปิโนมิเตอร์ บอกว่าจะมากล่าวกันลอยๆ แล้วลงมือทำนั้นไม่ได้ แต่ต้องทำเป็นสเต็ปและได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารสถาบันที่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จากนั้นต้องกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์แบบปีต่อปี มีเป้าหมายความสุขที่จะไปถึง อีกทั้งต้องมีการดำเนินการชี้วัดทั้งก่อนและหลัง พร้อมถอดบทเรียนกิจกรรมที่ทำไว้เป็นความรู้

"สำหรับมหิดลเราวางแผนยุทธศาสตร์ไว้ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2556-2559 ซึ่งเมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณในปีสุดท้ายหรือ 2560 คะแนนเฉลี่ยความสุขขององค์กรจะต้องได้ 7 ใน 10 โดยปัจจุบัน กับการใช้แฮปปิโนมิเตอร์วัด เราได้คะแนนอยู่ที่ 6.1" รศ.ดร.ศิรินันท์ แจงเพิ่ม

อีก 0.9 คะแนน ที่มหาวิทยาลัยมหิดลต้องไปให้ถึง ค่าของแฮปปิโนมิเตอร์ใน 9 ด้าน ได้แก่ 1.สุขภาพดี 2.ผ่อนคลายดี 3.น้ำใจดี 4.จิตวิญญาณดี 5.ครอบครัวดี 6.สังคมดี 7.ใฝ่รู้ดี 8.สุขภาพเงินดี และ 9.การงานดี รวม 56 ตัวชี้วัด พบว่าสิ่งที่มหิดลต้องปรับปรุงเพื่อให้ค่าของความสุขเพิ่มขึ้นนั้น เป็นในด้าน "ผ่อนคลายดีและสุขภาพเงินดี" ที่ยังได้คะแนนเฉลี่ย "ค่อนข้างต่ำ"

รศ.ดร.ศิรินันท์ กล่าวต่อถึงตัวอย่างที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมแก้ไขไว้ว่า ในเรื่องสุขภาพเงินดีทางสถาบันได้จัดเปิดตัวโครงการออมทรัพย์เพิ่มพูน สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งหาใครฝากเงินทุกเดือนต่อเนื่องไม่ถอน ทางมหาวิทยาลัยก็จะสมทบเงินให้อีก 1 เท่า

"เห็นมั้ยว่าหากมีการวัดค่าความสุข เราจะรู้ทันทีว่าองค์กรของเราอีกปัญหาด้านไหนอย่างไรและจริงๆ ไม่ต้องรอนักสร้างสุข แต่ถ้ามีกิจกรรมหรือโครงการใดที่ช่วยให้คนในองค์กรมีความสุขได้ก็ควรจะทำเลย เหมือนกับมหิดลที่ระลึกเสมอว่าความสุขในแบบมหิดลนั้น จะเน้นในคงให้องค์กรคิดเสมอว่าความสุขเป็นเรื่องของเรา ตัวเราคือคนที่สร้างความสุข"

ส่วนค่าแฮปปิโนมิเตอร์ที่มหิดลได้ค่าเฉลี่ยสูงเหมาะแก่การเป็นแบบอย่างแก่มหาวิทยาลัยอื่น คือเรื่องจิตวิญญาณดีและน้ำใจดี เกี่ยวกับเรื่องนี้ หัวหน้าโครงการแฮปปิโนมิเตอร์ บอกชัดว่า ถือเป็นเรื่องดี เพราะค่าแห่งความสุขทั้งสองประการเป็นพื้นฐานที่ดี ที่ไม่ว่าจะพัฒนาอะไรเข้าไป ด้วยจิตสำนึกที่ดีเป็นทุนจะช่วยให้บุคลากรก้าวไปสู่การเป็นคนทำงานอย่างมีความสุขได้เร็ว ซึ่งหมายถึงองค์กรแห่งความสุขในอนาคตที่มหิดลคาดหวังไว้

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสื่อสารมวลชน ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

คุณค่าสูง  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ ศสส. เจ้าหน้าที่ประสานงานประจำ  เทเหล้าเผาบุหรี่  เรียนรู้ ดู ชม  โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน  ยาชุด  โรคคิดต่อ  ทักษะเยาวชน  การพนันรอบบ้านล้อมเมือง  อ.แม่สอด  ข้อมือข้อเท้า  ยอดผู้ป่วย  องค์กรซ่อนอ้วน  ความปลอดภัยในรถโรงเรียน  กิจกรรมสร้างสรรค์  จีสต์  เครือข่ายควบคุมยาสูบ  ความเจ็บปวด  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth วารสาร สารสองล้อ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย Thai Cycling For Health Association bangkok bicycle show ปั่นเที่ยวตลาดบางน้ำผึ้ง ทริปการกุศลสู่ดอยหลวง เชียงราย ภัยกับจักรยาน ภารกิจรถจักรยานพับ  โครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม