รวมกลุ่มปั้นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อความอยู่รอดและยั่งยืน

| |
อ่าน : 5,880

เคมีกับอินทรีย์เพิ่งเป็นปฏิปักษ์กันมาได้ไม่ถึงครึ่งศตวรรษ แต่ทุกวันนี้ การจะเลือกหันหน้าเข้าหาอินทรีย์ หรือเกษตรไร้สารพิษของเกษตรกรส่วนใหญ่กลับยากขึ้นทุกที

ข้อดีของการทำเกษตรอินทรีย์อาจจะไม่เห็นผลทันตา แต่เมื่อรวบรวมข้อดีข้อเสียเพื่อเปรียบเทียบกันในระยะยาวแล้ว ใครๆ ก็ต้องยอมรับว่า คำตอบสุดท้ายหนีไม่พ้นเกษตรอินทรีย์ แต่เกษตรกรหลายคนยังไม่มั่นใจ เพราะเชื่อว่ากว่าจะได้เวลาลืมตาอ้าปาก พวกเขามิต้องล้มคว่ำคะมำหงายหมดกำลังใจไปก่อน หรือบางทีอาจจะยังมีความหวัง เพราะการพึ่งพาอินทรีย์ไม่ได้มีดีแค่ความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้ด้วย

กฐิน แสงมี เลขานุการแห่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด หมู่ 8 เล่าถึงการก่อตั้งกลุ่ม และอนาคตของการทำเกษตรอินทรีย์ที่สดใสขึ้นเรื่อยๆ โดยมีจุดเริ่มต้นของปัญหาในปี 2549 ซึ่งเป็นปีที่ชาวไกรนอกประสบปัญหาปุ๋ยเคมีขึ้นราคา เวลาประชุมหม่บู้าน ชาวบ้านจึงเสนอปัญหาและต้องการให้ผู้นำหมู่บ้านช่วยเหลือ

“ถ้าชาวบ้านอยากให้ขายข้าวได้ราคาดี อันนั้นเราไม่สามารถช่วยได้ ก็เลยคิดกันว่า เราน่าจะลดต้นทุนในการผลิตแทน ซึ่งวิธีหนึ่งที่มีคนทำแล้วสำเร็จก็คือการทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดใช้เอง” กฐินเล่า

เริ่มต้นต้องอาศัยวัตถุดิบจากภายนอกหมู่บ้าน แต่ในอนาคตอันใกล้ ทุกคนตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้วัตถุดิบที่หาได้ในชุมชน เช่น ขี้วัว แต่ต้องผ่านกระบวนการหมักอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี เป็นกระบวนเรียนรู้ต่อเนื่องเพิ่มเติมไป เมื่อผลิตปุ๋ยได้ล็อตแรกก็นำตัวอย่างไปส่งให้สำนักวิชาการเกษตร จังหวัดพิษณุโลก ช่วยตรวจคุณภาพปุ๋ยที่ผลิตขึ้น เมื่อได้ใบรับรองว่ามีแร่ธาตุอาหารที่พืชต้องการครบถ้วนจึงเริ่มต้นผลิตใช้กันในกลุ่มผู้นำหรือคณะกรรมการ ก่อนจะจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดขึ้นในปี 2551โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วม 15 คน ผลิตแล้วคณะกรรมการก็นำไปทดลองกับที่นาตัวเองก่อน

“เมื่อทดลองใช้แล้วเทียบกับแปลงที่ใช้ปุ๋ยเคมีแปลงข้างเคียง ผลผลิตที่ได้แทบไม่แตกต่างกันเลย ก็ยิ่งทำให้เรามั่นใจมากขึ้น” กฐินเล่า

เรื่องปริมาณผลผลิตอาจไม่แตกต่าง แต่สภาพดินจะเริ่มต่างกัน แปลงที่เคยใช้ปุ๋ยเคมีมา ดินเสื่อมดินแข็ง พอหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ดินก็กลับมาร่วนซุยขึ้น และขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมี ยิ่งใช้ก็ต้องยิ่งเพิ่มปริมาณ แต่พอหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ นานวันไปก็สามารถลดปริมาณปุ๋ยลงได้ ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในหนทางลดต้นทุนการผลิตลงได้ในระยะยาว

กฐินยกตัวอย่างบ้านตัวเอง ทำนาอยู่ 65 ไร่ แต่ก่อนใช้เคมีล้วนๆ ค่าปุ๋ยอยู่ที่ประมาณ 70,000 – 80,000 บาทต่อปี แต่พอมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ค่าปุ๋ยลดลงเหลือประมาณ 30,000 – 35,000 บาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ยไปได้ครึ่งหนึ่ง หลังจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนแล้วก็ดำเนินงานโดยคณะกรรมการกลุ่ม มีการจัดทำบัญชีเป็นระบบ โปร่งใส ถ้ามีสมาชิกมาสมัครจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าคนละ 50 บาท ฝากหุ้นขั้นต่ำ 100 บาท เมื่อสิ้นปี ได้กำไรเท่าไหร่จะปันผลให้สมาชิกร้อยละ 10 เวลาสมาชิกมาซื้อปุ๋ยไปใช้ยังเฉลี่ยคืนให้สมาชิกอีกกระสอบละ 5 บาท ตั้งแต่ทำมาก็มีสมาชิกเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงตอนนี้สมาชิกแตะ 150 รายแล้ว

ความแตกต่างของข้าวที่ใช้ปุ๋ยเคมี กับปุ๋ยอินทรีย์ ไม่อาจแยกออกด้วยตาเปล่า แต่ถ้าลองจับต้นข้าวก็จะพอรู้ ถ้าใช้ปุ๋ยเคมี ข้าวจะต้นอ่อน ล้มง่าย แต่ถ้าใช้ปุ๋ยอินทรีย์ข้าวจะต้นแข็งกว่า บริเวณโรงปั้นปั้นเม็ดปุ๋ยของที่นี่มีกลิ่นแปลกๆ จากน้ำหมักชีวภาพที่สเปรย์ออกมาตลอดเวลา ช่วยให้ปุ๋ยขึ้นเม็ดได้ง่าย น้ำหมักตัวนี้สามารถซื้อส่วนผสมมาหมักเองได้

“ถ้าแฉะมากไป ปุ๋ยจะเม็ดใหญ่ ถ้าน้อยไปก็จะเม็ดเล็ก เป็นผงเลย คนที่ปั้นบ่อยๆ จะควบคุมตรงนี้ได้” กฐินเล่า

ขั้นตอนในการผลิตปุ๋ย จะคลุกเคล้าส่วนผสมแล้วจึงนำเข้าเครื่องตีป่น เมื่อเข้ากันดีก็ย้ายมาใส่ในโม่ เคล้าให้เข้ากัน แล้วถึงเอามาเทแล้วขึ้นจานปั้นเม็ด แล้วจึงนำไปตากแดด พอแห้งก็จะเข้าเครื่องคัดแยกเม็ด เม็ดที่พอดีจะลงมาช่องกลาง ส่วนที่เล็กหรือใหญ่เกินจะออกซ้าย-ขวา ก็สามารถเอาไปตีป่นได้ใหม่ แต่จะเหลือเศษครั้งละไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ขนาดเม็ดจะออกมากำลังดี

ด้วยความที่พื้นที่ของไกรนอกเป็นที่ราบต่ำ ในช่วงพฤษภาคม นาบริเวณหมู่ 7- 8 ก็เป็นสีเขียวสดใสกันหมด เพราะที่นี่ต้องรีบทำนาหนีน้ำท่วม เพราะถ้าน้ำมาจะถึงหมู่ 7 และ 8 ก่อน ซึ่งคนไกรนอกชินกับน้ำ ด้วยน้ำท่วมทุกปี หน้าน้ำก็จะเป็นชาวเลกันอยู่3 – 4 เดือน

ผลประกอบการของกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ หมู่ 8 มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ จากปีแรกได้กำไร 9,200 บาท ปีที่สองพุ่งขึ้นมาเป็น 99,000 บาท ส่วนปีที่สามได้กำไร 120,000 บาท คาดว่าปี 2554 น่าจะได้ประมาณ 200,000 บาท ส่วนปี 2555 ยังไม่ได้สรุป ต้องรอปิดงบดุลก่อน โดยรวมถือเป็นอีกโครงการที่ได้รับผลสำเร็จสวยงาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคงเป็นการทำให้ปุ๋ยอินทรีย์กลับมานั่งในใจเกษตรกรไกรนอกได้อีกครั้ง

 

 

ที่มา : เว็บไซต์ปันสุข

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม