พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

โดย
| |
อ่าน : 3,592

 

 

 

            องค์กรด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่าย เสนอต่อร่างแก้ไข พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ...

 

            เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2551 ที่สถาบันวิชาการทีโอที ถนนงามวงค์วาน นนทบุรี องค์กรด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่าย เสนอ ในการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ...... เครือข่ายได้แสดงตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า

 

ประเด็นที่ 1 จำนวน องค์ประกอบ คุณสมบัติและการได้มาซึ่ง คณะกรรมการ กสช.

จำนวนคณะกรรมการ กสช. ที่กำหนดไว้เพียง 10 คนไม่เพียงพอกับภาระงานทั้งหมด

 

            1.2 องค์ประกอบของคณะกรรมการ กสช. ควรมีความหลากหลายและมีสัดส่วนจากภาคสังคมดังที่กำหนดไว้ในมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยเสนอให้มีตัวแทนจาก 3 ภาคส่วน คือ ภาคบริหาร, ภาคเทคนิค (วิทยุโทรทัศน์,โทรคมนาคม) และภาคสังคม จำนวน 15 คน

            1.3 คุณสมบัติของ กสช. จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีข้อกำหนดเพื่อป้องกันการมีผลประโยชน์ทับซ้อน

            1.4 กระบวนการสรรหาคณะกรรมการสรรหา กสช. ควรให้มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และใช้กระบวนการสรรหา

            1.5 กระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการ กสช.; การกำหนดให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกบุคคลผู้จะมาดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ จะทำให้ที่มาขององค์กรอิสระไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นการเปิดช่องให้ภาคการเมืองแทรกแทรกแซงองค์อิสระผ่านกระบวนการดังกล่าวได้ หน่วยงานที่จะทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลผู้จะมาดำรงตำแหน่งองค์อิสระ ควรเป็นหน่วยงานอื่นที่เป็นที่เป็นตัวแทนของภาคประชาชนและมีความน่าเชื่อถือ มีการทำงานที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับฟังความคิดเห็น/การมีส่วนร่วมจากประชาชน รวมถึงได้รับการยอมรับจากสังคม เช่น วุฒิสภา ฯลฯ

ประเด็นที่ 2  การกำกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

            2.1 ควรกำหนดให้มีแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อเป็นแนวทางในการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าว และเป็นแนวทางในการดำเนินงานของ กสช.  โดยแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในแผนแม่บท ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น และการกระจายการใช้ประโยชน์โดยทั่วถึงในกิจการด้านต่างๆ ให้เหมาะสมแก่การเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยในการจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ให้ กสช. รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบกิจการ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณา  เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในมาตรา 24 – 26 ของ พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๔๓

            2.2 ควรกำหนดให้มีการประกอบกิจการดังกล่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะระดับท้องถิ่น โดยอย่างน้อยจะต้องให้มีสถานีวิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัด และสถานีวิทยุโทรทัศน์สำหรับการกระจายข้อมูลข่าวสารของประชาชน เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเพียงพอ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ใน พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๔๓

            2.3 ควรกำหนดสัดส่วนในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เหมาสมระหว่างผู้ประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยจะต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ ในกรณีที่ภาคประชาชนยังไม่มีความพร้อม ให้ กสช. ให้การสนับสนุนเพื่อให้ภาคประชาชนมีโอการใช้คลื่นความถี่ในสัดส่วนตามที่กำหนด เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ใน พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๔๓

            2.4 ควรกำหนดให้มีการสนับสนุนให้ตัวแทนประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ ในจังหวัดมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเสนอแนะความเห็นแก่ กสช. ในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของ กสช. เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ใน พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๔๓

            2.5 เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชนได้ใช้และสนับสนุนการใช้คลื่นความถี่ของภาคประชาชน ให้ กสช. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของภาคประชาชนที่พึงได้รับการจัดสรรและสนับสนุนให้ใช้คลื่นความถี่ รวมทั้งลักษณะการใช้คลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรร โดยอย่างน้อยภาคประชาชนนั้นต้องดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ใน พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๔๓

            2.6  ควรคงการกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง จะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้เอาไว้  เนื่องจากหากไม่มีข้อกำหนดแล้ว จะนำไปสู่การที่ผู้ถือครองคลื่นความถี่อยู่เดิมจะใช้คลื่นความถี่ในการหาประโยชน์ (เช่าช่วง/กินหัวคิว) ได้ดังเดิม และไม่คืนคลื่นความถี่ ทำให้การปฏิรูปสื่อรอบใหม่ไม่สามารถทำได้

 

            การกำหนดข้อยกเว้นในการเช่าช่วงเวลา ให้ กสช. ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย รอบด้าน ทั่วถึง และเพียงพอ โดยให้นำความเห็นนั้นมาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำกติกา โดยเห็นควรให้มีการจัดสรรเวลาให้ผู้ผลิตรายการภายนอก ในส่วนของผู้ผลิตรายการรายย่อย, ผู้ผลิตรายการอิสระ, ผู้ผลิตรายการเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

ประเด็นที่ 3 การกำหนดให้กิจการการบริการชุมชนสามารถหารายได้ ต้องเปลี่ยนเป็น ลักษณะการประกอบกิจการบริการชุมชน

 

            เสนอให้ตัดมาตรา 45 ของร่าง พรบ. ฉบับนี้ออก เนื่องจาก การประกอบกิจการและการหารายได้ ของการประกอบกิจการบริการ ชุมชนไม่ควรมีโฆษณา เพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์มาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และสอดคล้องกับมาตรา 21 ของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ พ.ศ. 2551  ที่กำหนดว่า  ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนจะหารายได้จากการโฆษณาไม่ได้

            เสนอให้ตัดข้อกำหนดที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับภาคการเมืองระดับท้องถิ่น ทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการทำงานของวิทยุชุมชน เพราะจะเป็นการเปิดช่องให้การเมืองท้องถิ่นแทรกแซงการดำเนินการสื่อสาธารณะระดับชุมชน

 

            เสนอให้ตัดมาตรา 45 ของร่าง พรบ. ฉบับนี้ออก เนื่องจาก การประกอบกิจการและการหารายได้ ของการประกอบกิจการบริการ ชุมชนไม่ควรมีโฆษณา เพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์มาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และสอดคล้องกับมาตรา 21 ของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ พ.ศ. 2551  ที่กำหนดว่า  ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนจะหารายได้จากการโฆษณาไม่ได้

            เสนอให้เปลี่ยนกลับไปใช้วรรคสุดท้ายของมาตรา 26 พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2543 ที่กำหนดว่า “เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชนได้ใช้และการสนับสนุนการใช้คลื่นความถี่ของภาคประชาชน ให้ กสช. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของภาคประชาชนที่พึงได้รับการจัดสรรและสนับสนุนให้ใช้คลื่นความถี่ รวมทั้งลักษณะการใช้คลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรร โดยอย่างน้อยภาคประชาชนนั้นต้องดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ”

 

ประเด็นที่ 4 กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงฯ

            ควรกำหนดให้มีกองทุนที่สอดคล้องกับบทบัญญัติมาตรา 305 (1) ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กำหนดให้มีการจัดให้มี “กองทุนวิจัยพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร”  และ “กองทุนส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ” ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

            ประธานคณะกรรมการ กสช. ไม่ควรเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ในเวลาเดียวกัน  กรรมการกองทุนควรมาจากองค์ประกอบที่หลากหลายจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีสัดส่วนจากภาคสังคมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

 

ประเด็นที่ 5 การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการ ดำเนินการและการบริหารงานของ กสช. ประธานและกรรมการในคณะกรรมการ กสช. ไม่สมควร เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบประเมินผลองค์กรที่ตนเองปฎิบัติหน้าที่อยู่ เพราะขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการทำงานขององค์กรอิสระ

 

            การแต่งตั้งถอดถอน ต้องกำหนดให้ดำเนินการโดยหน่วยงาน/องค์กรอิสระที่เป็นตัวแทนของภาคประชาชน ที่ได้รับความเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับจากสังคม ดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ เช่น สว. ฯลฯ โดยต้องเปิดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วม/การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนประกอบกระบวนการดังกล่าว

 

            กสช. ต้องสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของ กสช.  โดยอย่างน้อย ต้องกำหนดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนที่หลากหลาย อย่างทั่วถึงและเพียงพอ โดยต้องมีกระบวนการนำความคิดเห็นที่ได้จากการรับฟัง มาเป็นข้อมูลประกอบเพื่อปรับปรุงแนวทางการทำงานของ กสช. ด้วย

 

ประเด็นที่ 6 ความสัมพันธ์กับรัฐบาลและรัฐสภา

            หน้าที่ในการบริหารคลื่นความถี่ กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ควรเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง มิใช่มอบอำนาจดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี เพราะจะทำให้องค์กรอิสระไม่สามารถดำเนินการได้โดยอิสระอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง/ครอบงำจากภาคการเมืองและธุรกิจการเมือง

 

            การกำหนดนโยบาย/การทำสัญญาระหว่างประเทศ ในกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม  ที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ/ภาคสังคม ต้องจัดมีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามบทบัญญัติมาตรา 57 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 จากภาคประชาชน กลุ่มองค์กรภาคสังคมที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย รอบด้าน ทั่วถึง และเพียงพอ ก่อนดำเนินการ โดยต้องมีกระบวนการนำความคิดเห็นที่ได้จากการรับฟังดังกล่าว มาเป็นข้อมูล/แนวทางประกอบการจัดทำนโยบายดังกล่าวด้วย

 

ประเด็นที่ 7 บทกำหนดโทษ

            บทกำหนดโทษ ควรมีการแยกแยะให้เหมาะสมกับประเภทและขนาดของกิจการ รวมถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการทั้งภาคบริการสาธารณะและธุรกิจเอกชน ขนาดใหญ่ กลาง และขนาดเล็ก

 

ประเด็นที่ 8  บทเฉพาะกาล

            ควรกำหนดให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการป้องกันการทิ้งทวนสัมปทาน เช่นเดียวกับที่เคยได้มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 80 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2543

ควรตัดบทเฉพาะกาลมาตรา 76 - ว่าด้วยเรื่องกำหนดให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคมออก เพราะถือเป็นการนิรโทษกรรมผู้ที่ถือครองและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่หรือประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนหน้านี้ ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายฉบับนี้

 

            • แนวทางการดำเนินการต่อ บ. อสมท. จำกัด (มหาชน);  ที่ผ่านมา อสมท.ได้แปรรูปเป็นองค์การมหาชน โดยนำคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะ ประกอบด้วยคลื่นความถี่ฟรีทีวี 2 ช่อง เคเบิลทีวี 1 ช่อง และคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงกว่า 60 คลื่นในเครือข่าย อสมท. ออกไปเป็นกิจการของเอกชน ดังนั้น จึงต้องมีการทบทวนและดำเนินการในลักษณะการแปรสัญญาสัมปทาน และต้องดำเนินเพื่อรักษาคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์ดังกล่าว ให้ยังคงเป็นสมบัติสาธารณะของชาติต่อไป

            เสนอให้ตัดบทเฉพาะกาลมาตรา 77 ว่าด้วยการดำเนินการของ บ.อสมท. จำกัด (มหาชน) ออก เพราะเป็นบทบัญญัติที่ไม่เป็นธรรมต่อ บ.อสมท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ประกอบการรายหนึ่ง ซึ่งควรได้รับสิทธิเท่าเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ

 

ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

            รัฐต้องดำเนินการตามมาตรา 57 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ว่าด้วยการจัดเวทีให้ความรู้และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและกลุ่มองค์กรภาคสังคมที่หลากหลาย ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น อย่างทั่วถึงและเพียงพอ และนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้

            พันธกิจขององค์กรอิสระด้านคลื่นความถี่และกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ควรคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งด้านสิทธิการสื่อสารของประชาชน การศึกษา ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เด็ก เยาวชน ครอบครัว ผู้ด้อยโอกาส ผู้บริโภค ฯลฯ

 

            ในคณะกรรมการ กสช. ควรมีสัดส่วนของผู้แทนจากกลุ่มองค์กรภาคสังคมที่หลากหลาย ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งด้านสิทธิการสื่อสารของประชาชน การศึกษา ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เด็ก เยาวชน ครอบครัว ผู้ด้อยโอกาส ผู้บริโภค ฯลฯ

ในกระบวนการทำงานของ กสช. ต้องจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน กลุ่มองค์กรภาคสังคม อย่างน้อยในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

 

            1. สัดส่วนของภาคประชาชน กลุ่มองค์กรภาคสังคมในคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ

            2. ในการจัดทำนโยบาย แนวทางการพัฒนาการดำเนินงาน ตลอดจนการติดตามตรวจสอบประเมินผลการทำงานของ กสช. ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มองค์กรภาคสังคมที่หลากหลาย ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งด้านสิทธิการสื่อสารของประชาชน การศึกษา ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เด็ก เยาวชน ครอบครัว ผู้ด้อยโอกาส ผู้บริโภค ฯลฯ

 

 

 

 

 

ที่มา : องค์กรด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่าย

 

 

 

 

 

update 24-07-51

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม