เปิดตัว “เครือข่ายองค์กรรักการอ่าน”

โดย
| |
อ่าน : 3,802

ขานรับวาระการอ่านแห่งชาติ

 

 

เมื่อเร็วๆ นี้ แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสัมมนา มุมหนังสือ ห้องสมุด และการสร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อม เพื่อการสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ครั้งที่ 1   โดยได้เชิญผู้แทนจากองค์กรต่างๆ อาทิ  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , การรถไฟแห่งประเทศไทย , บริษัท ขนส่ง จำกัด , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  , สำนักการแพทย์  กรุงเทพมหานคร และบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมประชุมหารือแนวทางการสร้างกิจกรรมกระตุ้นส่งเสริมการอ่านภายในองค์กรต่างๆ และเอื้อต่อการสร้างบรรยากาศแก่ผู้มารับบริการ รวมถึงชุมชนรอบๆ เพื่อผลักดันให้เกิดการส่งเสริมการอ่านสนับสนุนวาระการอ่านแห่งชาติ

 

นางผานิต  เกิดโชคชัย ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดตั้ง ห้องสมุดเพลิน ทำเป็นมุมหนังสือสำหรับเด็ก และลูกหลานของพนักงาน รวมทั้งเด็กในชุมชนคลองเตยที่อยู่รอบๆ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเล่านิทาน เปิดโอกาสให้เด็กๆ ในชุมชนได้หมุนเวียนเปลี่ยนเป็นผู้นำในการดูแลเพื่อนๆ ขณะรับบริการ นอกจากนี้ยังได้จัดมุมหนังสือที่ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดา เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถมานั่งอ่านได้  มีเปิดบริการยืมหนังสือด้วย และอีกกิจกรรมหนึ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำคือ โครงการเซ็ท คอนเนอร์  คือชุดหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการออม เพราะเป็นพันธกิจหลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการให้ความรู้เรื่องการออม การลงทุนแก่ประชาชน หนังสือชุดนี้ได้วางบริการตามตามมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ กว่าร้อยแห่ง  

 

นางสาวมณฑกาญจน์   ศรีวิลาศ  หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เล่าว่า ผู้ว่าฯ การรถไฟฯ มีนโยบายที่จะเปิดห้องสมุดปีละ 10 แห่ง โดยจะจัดทำห้องสมุดในรูปแบบโบกี้รถไฟ ซึ่งขณะนี้ได้เปิดบริการแล้วที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์  โดยพบว่าประชาชนเข้าถึงห้องสมุดได้มาก มีนักเรียนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จนมีการเรียกร้องให้เปิดอีกสาขา หรืออย่างที่ จ.เชียงราย ได้เปิดห้องสมุดโบกี้ โดยแบ่งเป็น 3 โบกี้ แต่ละโบกี้จะประกอบด้วยหนังสือแนวศาสนา ภาษา และหนังสือพระราชนิพนธ์ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆ มาติดต่อร่วมจัดทำห้องสมุดรถไฟแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา

 

คุณวนิดา  สิริมังคลกิตติ  บรรณารักษ์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  เล่าถึงกิจกรรมของไปรษณีย์ว่า บริษัทไปรษณีย์ไทยได้เปิดห้องสมุดสำหรับพนักงานขององค์กรเอง หนังสือทุกเล่มจะจัดซื้อเอง มีระบบยืม คืนหนังสืออาทิตย์ละ 2 ครั้ง และหมุนเวียนหนังสือไปให้ยืมถึงที่ด้วย ทั้งนี้การเปิดบริการมุมหนังสือในที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ผู้ที่มาใช้บริการ ตามที่แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เสนอนั้น มีความน่าสนใจมาก หรือแม้แต่การพิมพ์ข้อความรณรงค์ส่งเสริมการอ่านตามหน้าซองจดหมายก็ตาม

 

ด้านนางสาวปราณี  เลาหพิบูลย์กุล สำนักการแพทย์  กรุงเทพมหานคร บอกว่า สำนักการแพทย์ได้เปิดห้องสมุดทุกโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ สำหรับผู้ป่วยได้จัดทำมุมหนังสือเล็กๆ ไว้บริการ  ภายในมุมหนังสือมีการติดแผ่นป้ายความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้อ่านตามอัธยาศัย   และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่สำนักการแพทย์ทำอยู่ในขณะนี้ที่วชิรพยาบาล และโรงพยาบาลกลาง คือ กิจกรรมอ่านเสียงตามสาย เพื่อให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลาย

 

ขณะที่นายสุทธิพงษ์  ธีระไวยะ ตัวแทนบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้เล่าให้ฟังถึงห้องสมุดของท่าอากาศยานว่า เตรียมเปิดบริการแก่พนักงานในองค์กร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงอยู่ ส่วนข้อเสนอในการจัดมุมหนังสือเพื่อให้บริการผู้โดยสารระหว่างรอขึ้นเครื่อง ในพื้นที่สนามบินต่างๆ นั้นจะนำเข้าหารือในองค์กรด้วย

 

นางสาวจุฑามาศ  แย้มกลิ่น ฝ่ายงานนวัตกรรมและเทคโนโลยี กองพัฒนาทรัพยากรบุคคล บริษัท ขนส่ง จำกัด เสนอว่านอกจากงานบริการแก่บุคลากรแล้ว บริษัท ขนส่ง จำกัด มีแผนที่จะเปิดห้องสมุด หรือมุมหนังสือตามสถานีขนส่งผู้โดยสารต่างๆ ในอนาคต เพื่อให้ผู้โดยสารที่ต้องนั่งรอขึ้นรถเวลานาน ได้อ่านหนังสือกัน โดยอาจเริ่มเปิดที่สถานีขนส่งหมอชิต เป็นแห่งแรก  จากนั้นจึงค่อยขยายสาขาต่อไปจนครบทั่วทุกภาคและจังหวัด

                       

            ประเด็นที่น่าสนใจจากการแลกเปลี่ยนพบว่า จุดแข็งของแต่ละองค์กรที่เข้าร่วมประชุม คือ สามารถร่วมกันใช้ระบบยืม คืนหนังสือแบบ logistic ซึ่งน่าจะมีการใช้ประโยชน์จากตรงนี้ให้มาก เช่น หากมีสาขามาก คนยืมที่ไหนก็สามารถคืนได้ที่สาขาอื่นๆ อาทิ หนังสือชุดของตลาดหลักทรัพย์  หรืออย่างไปรษณีย์ไทย อาจใช้ช่องทางการประทับข้อความรณรงค์ส่งเสริมการอ่านหน้าซองจดหมาย หรือออกแบบแสตมป์ไปรษณีย์ในวาระการอ่านที่สำคัญ

 

          ส่วนประเด็นอื่นๆ อาทิ เมื่อสามารถบริการให้แก่คนภายในองค์กรอย่างทั่วถึง และสร้างให้เกิดความตระหนักถึงคุณค่าของการแสวงหาความรู้และพัฒนาตนจากการอ่านแล้ว อาจพัฒนาให้เป็นองค์กรต้นแบบที่ให้ความสำคัญต่อการอ่าน อาทิ การมีสวัสดิการให้แก่พนักงานตั้งครรภ์ พนักงานที่มีลูกวัย 0 6 ขวบ การมอบของขวัญในวาระ, ทศกาลต่างๆ ด้วยหนังสือ หรือการเชิญชวนพนักงานให้ร่วมบริจาคหนังสือดีแก่ห้องสมุดขององค์กร หรือขยับขยายนำหนังสือหมุนเวียนสู่ชุมชนละแวกใกล้เคียง ฯลฯ เป็นการถ่ายเทจากคนที่มีหัวใจรักหนังสือ เพื่อร่วมแสวงหาแนวทางส่งเสริมการอ่านอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

 

 

 

 

 

 

ที่มา : แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

 

 

 

 

update : 13-10-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : สุนันทา สุขสุมิตร

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม