“ฟันน้ำนมผุ” ภัยมืดส่งผลให้ “เด็กพัฒนาการล่าช้า”

โดย
| |
อ่าน : 9,829

 

สสส. ชี้เด็กไทย 80% กำลังเผชิญ “โรคฟันน้ำนมผุ” ภัยร้ายที่พ่อแม่มองข้าม แต่กลับส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ฟันผุทำให้เด็กมีการบดเคี้ยวที่แย่ลง ส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหารเรื้อรัง แคระแกร็น สมองพัฒนาน้อย ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาการช้า ล่าสุดสานต่อแคมเปญ รณรงค์ “ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก ปี 2” เร่งเปลี่ยนความเข้าใจพ่อแม่ทั่วประเทศให้เริ่มดูแลตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก

ท.พ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการสำรวจโดยกรมอนามัย พบ เด็กเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุ 9 เดือน และเมื่ออายุ 3 ขวบ จำนวน 6 ใน 10 คน จะมีฟันน้ำนมผุ โดยมีค่าเฉลี่ยฟันผุคนละประมาณ 3 ซี่ และเมื่อเด็กโตขึ้นจนอายุ 5 ขวบ ฟันน้ำนมก็จะผุมากขึ้น โดยเด็ก 8 ใน 10 คนมีฟันผุประมาณคนละ 5 ซี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทที่มีอุบัติการณ์ของฟันผุสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว บางพื้นที่พบ 100 เปอร์เซ็นต์ ของเด็กมีฟันผุในช่องปาก และร้อยละ 90 ของเด็กที่มีฟันผุยังไม่เคยได้รับการรักษาใดๆ ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากยังมีความเข้าใจที่ผิดว่า ฟันน้ำนมไม่สำคัญไม่จำเป็นต้องดูแล พอหลุดไปฟันแท้ก็ขึ้นมาแทนที่ ปัญหาฟันผุจึงยังเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของเด็กและการเจริญเติบโตต่อไปในอนาคตด้วย

จากการรวบรวมบทวิจัยเพื่อวิเคราะห์ โดย ผศ.ดร.ทพ.ทรงชัย ฐิตโสมกุล พบว่าการบดเคี้ยวมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาด้านการทำงานของสมอง การเคี้ยวอาหารแข็งจะส่งสัญญาณประสาทไปที่สมอง ทำให้มีการเจริญเติบโตทางสมองดีกว่าเมื่อเทียบกับการเคี้ยวอาหารอ่อน นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่มีฟันผุ จนมีอาการปวดเรื้อรังมีผลต่อภาวะโภชนาการและสุขภาพโดยรวมของตัวเด็กเอง หลายการศึกษาพบว่า เด็กที่มีฟันผุจะมีน้ำหนักต่ำกว่าอายุเมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มที่ไม่มีฟันผุ และเมื่อได้รับการบูรณะฟันทั้งปาก เด็กจะมีการเจริญเติบโตเท่ากับกลุ่มที่ไม่มีฟันผุ แต่ก็มีบางการศึกษาที่พบว่าเด็กที่มีฟันผุไม่สามารถ รับประทานอาหารได้อย่างสมดุลและเลือกรับประทานอาหารเหลว รสหวาน จะทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือเด็กเล็กๆ ยังไม่สามารถอธิบายหรือบอกถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากฟันผุได้ แต่จะแสดงออกถึงการมีความเจ็บปวดเรื้อรังโดยไม่อยากรับประทานอาหาร รู้สึกหงุดหงิด และนอนไม่หลับ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของตัวเด็กเอง

โดยผลการวิเคราะห์ข้างต้นสอดคล้องกับผลการศึกษาของ รศ.ทญ.ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล ที่พบว่า โรคฟันผุในเด็กปฐมวัยจะส่งผลให้เด็กมีน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเด็กในกลุ่มที่ฟันแข็งแรง เนื่องจากในภาวะที่เด็กมีความเจ็บปวดและอยู่ในระหว่างการติดเชื้อของฟัน เด็กจะรับประทานอาหารได้น้อยลง ความเจ็บปวดที่รบกวนการนอนของเด็กจะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายลดลง และขณะที่ร่างกายมีการติดเชื้ออัตราการเผาผลาญพลังงานโดยรวมในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจะรบกวนต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามปกติของเด็ก ในเด็กที่มีการสูญเสียฟันหน้าน้ำนมบนไปตั้งแต่อายุน้อยๆ จะส่งผลต่อพัฒนาการในการพูดและความเชื่อมั่นในตนเองของเด็ก และเด็กที่มีฟันน้ำนมผุจะมีโอกาสเกิดฟันผุในฟันแท้เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะมี พ.ร.บ.หลักประกันคุณภาพถ้วนหน้าต่อโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางสุขภาพของประชากรไทยแล้วก็ตาม แต่ในกรณีที่โรคลุกลามไปมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก การรักษาจะยุ่งยากมากขึ้นถึงแม้การรักษาเนื้อเยื่อในฟันน้ำนมจะระบุไว้ว่า เป็นสิทธิประโยชน์ของการประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่จากการสำรวจพบว่า ร้อยละ 51 ของทันตแพทย์ไม่สามารถให้บริการในระดับที่ยุ่งยากได้ เนื่องจากมีปริมาณผู้ป่วยมากและไม่สามารถจัดการพฤติกรรมเด็กได้ รวมทั้งหลังการรักษาเนื้อเยื่อในฟันน้ำนมเหล่านี้จำเป็นต้องบูรณะด้วยครอบฟันเหล็กไร้สนิม ซึ่งไม่รวมอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ และผู้ปกครองก็ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาเองได้ ทันตแพทย์จึงมักเลือกถอนฟันน้ำนมเหล่านี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมา คือ มีการสูญเสียพื้นที่ในขากรรไกรซึ่งต้องใส่เครื่องกันที่

ซึ่งงานชนิดนี้ ก็ไม่รวมอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์เช่นกัน ทำให้เด็กไทยในครอบครัวที่มีรายได้น้อยยังขาดการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมอย่างสมบูรณ์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้น เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคจะต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาแล้ว การที่เด็กไทยมีสุขภาพช่องปากดี ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรของประเทศในอนาคตอีกด้วย โดยการดูแลเพื่อการป้องกันฟันผุ สามารถทำได้โดยการแปรงฟันให้เด็กด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง และควบคุมการกินหวานของเด็ก

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม