หนุนหญิงไทยลาคลอดได้ 180 วัน

โดย
| |
อ่าน : 3,519

พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ เสด็จเปิดงานการประชุมวิชาการนมแม่ พร้อมประทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่พ่อตัวอย่างแม่อาสา ด้าน สธ.หนุนให้หญิงลาคลอดได้ 180 วัน ปั้นเด็กไทยฉลาด สุขภาพดี ตั้งเป้า 3 ปี ให้เด็กไทยร้อยละ 60 กินนมแม่อย่างเดียวหลังคลอดนาน 6 เดือน

วันนี้ (5 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเปิดงาน “การประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติ ครั้งที่ 4” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ จัดโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งปีนี้เป็นการประชุมภายใต้หัวข้อ "เก่งฉลาดด้วยนมแม่ (smart breastfeeding smart citizen)" เพื่อให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่หญิงตั้งแต่ตั้งครรภ์ และให้ลูกกินนมแม่อย่างถูกต้องตั้งแต่หลังคลอด และดูแลลูกจนเติบใหญ่ โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ เฝ้ารับเสด็จ

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายาฯ ทรงประทานเข็มเชิดชูเกียรติโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวให้แก่ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ พ่อตัวอย่างและแม่อาสาจำนวน 29 ราย และประทานโล่เกียรติคุณมุมนมแม่ต้นแบบประจำปี 2556 ให้ผู้แทนสถานประกอบกิจการต้นแบบสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จำนวน 31 ราย และทอดพระเนตรนิทรรศการนวตกรรมนมแม่ โดยมีผู้เข้าประชุมกว่า 1,100 คน ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักวิชาการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แม่อาสา และสื่อมวลชน

นพ.ชลน่าน กราบทูลรายงานว่า นมแม่ จัดเป็นสารอาหารที่ดีที่สุดของเด็กทารก มีสารอาหารต่างๆ มากกว่า 200 ชนิด ช่วยสร้างเซลล์สมอง เส้นใยประสาทและจอประสาทตาของเด็ก ทำให้ไวต่อการรับรู้ สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน 2 ขวบแรกซึ่งสมองเด็กจะเติบโตเร็วมากที่สุด และการกินนมแม่จะลดโอกาสป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงและโรคปอดอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีลงได้ 3-5 เท่าตัว สธ.มีนโยบายส่งเสริมให้หญิงหลังคลอดซึ่งมีปีละ 8 แสนราย เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ติดต่อกัน 6 เดือนให้ได้ร้อยละ 60 ภายในพ.ศ. 2558 หรือให้เด็กทารกกินนมแม่อย่างเดียวติดต่อกัน 6 เดือนให้ได้ 4.8 แสนคน

ที่ผ่านมาข้อมูลจากกรมอนามัยเมื่อปี 2555 พบว่าหญิงหลังคลอดทั่วประเทศ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวติดต่อกัน 6 เดือนเพียงร้อยละ 47.7 โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซึ่งมี 9,750 แห่ง ร่วมกับ อสม.ที่มีกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ รณรงค์ให้หญิงทุกคนฝากครรภ์และกระตุ้นให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอดภายใน 1 -2 ชั่วโมง โดยมีระบบติดตามดูแลเด็กจนถึงอายุ 5 ขวบ

นอกจากนี้ สธ.มีนโยบายขอความร่วมมือจากบริษัทนมเด็ก เพื่อไม่ให้มีการส่งเสริมการขายหรือทำการตลาดในกลุ่มหญิงหลังคลอด เพื่อเป็นการร่วมกันลงทุนสร้างชาติ พัฒนาคุณภาพเด็กไทยให้เป็นเด็กฉลาด ยังมีนโยบายสนับสนุนให้ขยายสิทธิข้าราชการหญิงลาคลอดต่อเนื่องจาก 90 วัน เป็น 180 วัน เพื่อให้แม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด และหนุนการขยายสิทธิให้พ่อลางานเพื่อช่วยภรรยาเลี้ยงลูกหลังคลอดและได้รับค่าแรงจากนายจ้าง จาก 15 วัน เป็น 30 วัน เพื่อส่งเสริมความอบอุ่นสถาบันครอบครัว และสนับสนุนให้สถานประกอบการจัดมุมนมแม่ให้พนักงานสามารถปั๊มน้ำนมไปให้ลูกระหว่างทำงานได้ ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการ จำนวน 944 แห่ง

ด้าน พญ.ศิริพร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ จัดระหว่างวันที่ 5-7 มิ.ย. มีการเปิดเวทีอภิปรายหลายเรื่อง อาทิ เรื่องการส่งเสริมการขายนมผงเด็กอ่อน (why code of marketing of breast-milk substitutes) ซึ่งมีความสำคัญมาก เนื่องจากจะเป็นการจุดประกายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งรัฐและเอกชน ให้มีความตระหนักในการปกป้องคุ้มครองสิทธิแม่และเด็ก และมีส่วนสำคัญในการผลักดันมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้เป็นกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเพียงการควบคุมโดยขอความร่วมมือโดยใช้มาตรการสมัครใจ ไม่มีกฎหมายหรือกฎระเบียบใดมีผลบังคับใช้ ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิในการควบคุมกลยุทธการโฆษณานมผงดัดแปลง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง หากผลักดันกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคสำเร็จ แม่ทุกคนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อการตัดสินใจใช้อาหารเลี้ยงลูก และผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบจากการโฆษณาที่เกินจริงให้น้อยที่สุด

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์astvผู้จัดการ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประเมินผล กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา - ชีวิตดีเริ่มที่เรา
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม