นักวิชาการไทย หนุนเก็บภาษีอาหารขยะ

| |
อ่าน : 3,313

จากความสำเร็จของสภาคอนเกรสของเม็กซิโก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ผ่านกฎหมายขึ้นภาษีอาหารขยะ ทั้งน้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทน้ำหวานเพิ่มอีก 1 เปโซต่อลิตร และภาษีขนมขบเคี้ยว ร้อยละ 8 เป็นหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของประเทศที่พยายามต่อสู้เพื่อปกป้องสุขภาพและชีวิตของประชากรในประเทศจากการคุกคามของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลให้เกิดโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา นักวิชาการไทยตบเท้าร่วมสนับสนุนรัฐให้ใช้กลไกภาษีเป็นอีกช่องทางปกป้องประชากรไทยและเศรษฐกิจประเทศ

นายแพทย์วิชช์ เกษมทรัพย์ นักวิจัยอาวุโส แผนงานเครือข่ายควบคุมโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า เราต้องชื่นชมรัฐบาลเม็กซิโกที่กล้าหาญและมองระยะยาว ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตประชากรตนเองเป็นหลัก ชาวเม็กซิโกขึ้นชื่อว่าดื่มน้ำอัดลมมากที่สุดในโลก และมีการศึกษาว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานมีความเชื่อมโยงกับการบริโภคขนมขบเคี้ยวด้วย

ที่ผ่านมารัฐบาลไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายเกือบ 30,000 ล้านบาท/ปี เพื่อดูแลคนที่เป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วน โรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร พิการ และสูญเสียโอกาสถูกจ้างงาน เป็นภาระครอบครัว สังคม ดังนั้น มาตรการทางภาษีและราคาในอาหารขยะเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยจัดการปัญหาพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม เพื่อควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระดับประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

นางสาวสุลัดดา พงษ์อุทธา นักวิจัยแผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ เสนอว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้กลไกภาษีที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ที่จัดเก็บภาษีในเครื่องดื่มที่มีรสหวานหลายประเภท แต่เน้นเก็บเพื่อเพิ่มรายได้รัฐ ทำให้อัตราการจัดเก็บหรือยกเว้นภาษีในเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ไม่สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพ เครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลกลับถูกเก็บภาษีต่ำกว่าเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาล และเครื่องดื่มบางประเภทถูกเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราเพดานมาก และกรมสรรพสามิตยังไม่มีการปรับอัตราภาษีมานานมากตั้งแต่มีพระราชบัญญัติฯ

ดังนั้นรัฐสามารถปรับภาษีให้เต็มเพดานได้ และสามารถกำหนดอัตราภาษีที่จัดเก็บโดยใช้ระดับปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มเป็นเกณฑ์ โดยเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากขึ้นควรถูกเก็บภาษีในอัตราที่มากขึ้นตามไปด้วย

ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เผยว่า มาตรการทางภาษีและราคาถือเป็นกลไกที่ได้รับการยอมรับระดับโลกว่ามีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการจัดการพฤติกรรมการบริโภคอาหารขยะ ปัจจุบันคนไทยดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเพิ่มขึ้นแม้ว่าประเทศไทยมีพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตปี 2527 แต่เมื่อศึกษาปริมาณการบริโภคน้ำตาลทรายโดยตรงและอ้อมในประเทศไทยปี 2540-2552 พบว่า คนไทยยังมีแนวโน้มการบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้นจาก 1.7 ตันในปี 2540 เป็น 1.97 ตันในปี 2552 โดยคนไทยได้รับน้ำตาลทางอ้อมจากเครื่องดื่มคิดเป็น 46% ของการบริโภคน้ำตาลทางอ้อมทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2540 ถึง 34% ประกอบกับงบประมาณที่ผู้ประกอบการใช้ลงทุนสำหรับการตลาดและการโฆษณาอาหารทางสื่อมวลชนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน และกำลังซื้อของคนไทยที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา จากเดิมในปี 2533 ที่ต้องทำงานนาน 25 นาทีถึงจะมีรายได้พอซื้อน้ำอัดลมหนึ่งขวด แต่ในปี 2551 เวลาทำงานลดลงเหลือเพียง 18 นาที

“เราไม่ปฏิเสธว่าการรณรงค์ให้ความรู้และสร้างความตระหนักเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่มีที่ใดในโลกที่ใช้มาตรการเดียวจัดการปัญหานี้แล้วได้ผล เราต้องอาศัยมาตรการจัดการปัจจัยทางราคาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อพฤติกรรมการบริโภคร่วมด้วย”

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม