มูลนิธิหญิงชายฯ รณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว

| |
อ่าน : 4,852

หญิงไทยยุคใหม่รับได้หากถูกผู้ชายกระทำความรุนแรง อึ้ง! 13.5% ถูกข่มขืนก็ยังรับได้ "จะเด็จ" เผยสาเหตุเพราะผู้หญิงเลือกอดทน เพราะอาย กลัวถูกทำร้ายซ้ำ ทนเพื่อลูก และไม่รู้ช่องทางช่วยเหลือจากภาครัฐ 

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.  เวลา 10.00 น. ที่ลานวิคตอรีพอยต์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวระหว่างการเสวนา “ถอดรหัสชีวิต เมื่อผู้หญิงลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองและผู้อื่นจากความรุนแรง” ว่า จากผลการสำรวจผู้หญิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อถามถึงพฤติกรรมความรุนแรงแบบไหนที่คิดว่าผู้หญิงสามารถยอมรับได้ กลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 48 ระบุว่าการเงียบไม่พูดไม่จา ร้อยละ 45.5 การหึงหวง ห้ามไม่ไห้ออกไปไหน ร้อยละ 25 การใช้คำพูดตะคอก ส่อเสียด ด่าทอ ร้อยละ 23.4 ไม่รับผิดชอบครับครัว ร้อยละ 19.9 ทำลายข้าวของ ร้อยละ 13.5 การบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ และร้อยละ 8 คือ ทุบตีทำร้ายรางกาย ขู่ฆ่า ประจาน ส่วนพฤติกรรมที่ไม่ถือว่าเป็นความรุนแรงทางเพศ ร้อยละ 61.9 ระบุว่าการหยอกล้อ แซว ร้อยละ 35.8 การใช้สายตาแทะโลม ร้อยละ 27.6 จ้องมองเรือนร่าง และร้อยละ 10.8 จับเนื้อต้องตัวหรือ แตะอั๋ง

นายจะเด็จ กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หึงหวง นอกใจ การแสดงอำนาจ การเล่นการพนัน และการใช้สารเสพติด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้หญิงส่วนมากเลือกที่จะอดทน หากมีความรุนแรงและพฤติกรรมความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นกับตัวเอง เนื่องจากว่าอาย ยอมทนเพื่อลูก กลัวถูกทำร้ายซ้ำ ไม่รู้ช่องทางการให้ความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ และไม่รู้เรื่องของกฎหมายที่สามารถคุ้มครองผู้หญิงได้

ดังนั้น ปัญหาความรุนแรงจะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นกระบวนการ คือ ให้คำปรึกษากับผู้ที่กระทำความรุนแรงแบบต่อเนื่อง ทำให้ผู้กระทำความรุนแรงคลี่คลายความรู้สึกคับแค้นใจต่อภรรยา รวมถึงจะต้องมีการให้คำปรึกษาต่อผู้ที่กระทำด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูด้านสภาพจิตใจสามารถแยกแยะปัญหา มีทางเลือกในหารแก้ปัญหามากยิ่งขึ้น

"กระบวนการเหล่านี้รัฐต้องสร้างกลไกขึ้นมาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงการพัฒนากลไกช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำไม่ให้ถูกกระทำซ้ำ ดังนั้น กระทรวงการพัฒนาความสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะต้องมีการทำงานแบบเร่งด่วน สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารช่องทางการช่วยเหลือให้มากขึ้น เพราะหากสังคมปล่อยให้ผู้หญิงถูกทำร้ายและอยู่ในวัฒนธรรมของความอาย ความกลัว หรือสังคมนิ่งเฉย จะยิ่งส่งผลให้ปัญหาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผู้หญิงจะต้องไม่อาย กล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองในการแก้ปัญหาความรุนแรง” นายจะเด็จ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานรณรงค์เนื่องในวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง 2556 ตอน ลุกขึ้นปกป้องตัวเอง ร่วมก้าวข้ามความรุนแรง ได้มีการป้ายตาสีแดงโดยใช้ลิปสติก เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกายแค่ไหน และต่อไปนี้ผู้หญิงจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับสิ่งที่ถูกกระทำ พร้อมแจกสติกเกอร์รณรงค์บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

 

ที่มา : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม