คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนกรกฎาคม 2556)

โดย
| |
อ่าน : 3,439

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกท่าน

 
ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์
 
          กระแสรักสุขภาพกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ‘การปลูกผักกินเอง’ ก็เป็นวิถีทางหนึ่ง ในการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัย ที่คนเมืองจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาให้ความสนใจ เพราะอย่างที่เราพอจะได้ยินกันว่าผักสวยๆ ที่ซื้อหาทานกันทั่วไปนั้นมีอันตรายจากสารเคมีซุกซ่อนอยู่มากมาย
 
          เรื่องนี้มีตัวเลขยืนยัน ไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจของเครือข่ายเกษตรกรและนักวิชาการ พบพืชผักผลไม้ที่วางจำหน่ายทั่วไปมีสารพิษตกค้างถึง 20-45 เท่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่าประเทศไทยมีการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชระหว่างปี 2548-2552 สูงถึง 520,312 ตัน และมูลค่าการนำเข้าสารเคมีปี 2554 สูงถึง 164 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท มีคนเสี่ยงป่วยต่อสารเคมีมากกว่า 2 แสนคนในแต่ละปี และเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี นำมาสู่ต้นทุนที่ต้องจ่ายในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กว่า 14.5 พันล้านบาท 
 
          สสส. ได้ส่งเสริมเรื่องการปลูกผักทานเอง ผ่านการสนับสนุนโครงการต่างๆ เช่น โครงการ ‘สวนผักคนเมือง’ ที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้บริโภคสำหรับกลุ่มครัวเรือนและชุมชน นอกจากจะได้มีอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และสะอาดปลอดสารพิษไว้บริโภคแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในเมืองด้วย 
 
          จากการคาดการณ์ของ UN Habitat พบว่าประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในเมืองจะเพิ่มจากสามสิบล้านคนในปี 2007 เป็น 64 ล้านคนภายในปี 2050 โดยคาดว่าภายในปี 2030 จะมีประชากรที่อยู่ในเมืองคิดเป็น 60% จากประชากรโลกทั้งหมด หากคนในเมืองเรารู้จักปลูกผักทานเอง ไม่ว่าจะเป็นบนระเบียง บนดาดฟ้า หรือสวนแนวตั้ง ก็จะเป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหารสำหรับคนเมืองให้เกิดขึ้นได้ ยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นน้ำท่วม และที่จะได้มากกว่านั้น คือการสร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และในกลุ่มคนปลูกผักที่จะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือเพื่อนบ้านที่จะนำผักมาแบ่งปันกัน 
 
          เมื่อเดือนที่ผ่านมา ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. จึงได้จัดกิจกรรม ‘Green Workshop : ปลูกผัก รักษ์โลก’เพื่อชวนคนปลูกผัก และผู้สนใจอยากปลูกผักมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจการปลูกผัก โดยมีแปลงผักสาธิตที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 หรือดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.thaihealthcenter.org นะครับ 
 
          ที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ เดือนกรกฎาคมนี้เป็นเดือนเริ่มต้นเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่ง สสส. และภาคีเครือข่าย ได้เชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมกันงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นกุศลใหญ่แก่ตนเองและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง 
 
          ในปีนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมโพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เหตุที่ต้องให้ความสำคัญกับเด็กๆ ก็เพราะว่า ไม่เพียงแต่พวกเขาจะเป็นกำลังและแรงใจสำคัญที่ทำให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวเลิกเหล้าได้แล้ว การปลูกฝังเรื่องพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตัวเยาวชนเองให้รู้ผลกระทบจากอบายมุขเหล่านี้ ซึ่งศูนย์วิจัยปัญหาสุรามีข้อมูลชัดเจนว่า การเริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือประตูให้เยาวชนไปเสพยาเสพติดต่อไป
 
          ในวันที่ 20 กรกฎาคม ผมจึงอยากขอเชิญชวนผู้ที่ตั้งใจจะงดเหล้าเข้าพรรษา มาร่วมปฏิญาณตนเพื่อตั้งสัจจะอธิษฐานงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อเริ่มต้นสู่ชีวิตใหม่ที่ดีงามพร้อมกัน ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งในงานจะมีการรวมพลเครือข่ายนักวิ่งเพื่อสุขภาพ และกลุ่มแท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน และวีลแชร์ กว่า 2,000 คน เพื่อร่วมกันรณรงค์ครั้งใหญ่ในเทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษา พ.ศ.2556 นี้ด้วย 
 
             สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่คิดจะเริ่มทำสิ่งดีๆ ในวันเข้าพรรษานี้ทุกท่านครับ 
 
 
 
 
อย่าลืมเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตามช่องทางเดิม ดังนี้
Facebook : www.facebook.com/kunkris
Twitter : www.twitter.com/kunkris
Email : ceo@thaihealth.or.th
 
 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ