คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤษภาคม 2564)

โดย kai

| |

อ่าน : 668

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

นับเป็นอีกครั้งที่คนไทยต้องผ่านบททดสอบสำคัญ ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดอย่างหนักหลังช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และถือเป็นปีที่ 2 ที่คนไทยละเว้นความสนุกสนานในช่วงเทศกาลเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ

"พฤติกรรมเสี่ยง" ยังถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำใหเราต้องเชิญกับการระบาดรอบใหม่ การอยู่ในสถานที่แออัด โดยไม่ได้สวมหน้ากากป้องกัน ทำให้การระบาดแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศไทยเจอกับไวรัสสายพันธุ์อังกฤษที่มีคุณสมบัติในการแพร่กระจายเชื้ออย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าเชื้อจะมีความดุมากขึ้นกว่าเดิม พบผู้ป่วยอายุน้อยลง และพบผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง มีอาการหนักเพิ่มมากขึ้น

ในเชิงระบบ มีผู้เปรียบวิกฤตจากโควิด-19 เสมือนสิ่งที่มาทดสอบระบบต่าง ๆ ในบ้านเมืองทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ในช่วงต้นของการระบาดในปีก่อน ประเทศไทยรับมือการระบาดของโรคอุบัติใหม่นี้ได้ดี ทั้งที่เป็นประเทศแรก ๆ ที่รับผู้ติดเชื้อจากประเทศจีนเข้ามา ก็ด้วยความเข้มแข็งในระบบสุขภาพไทยทั้งระบบการควบคุมโรคติดต่อ ระบบบริการสุขภาพที่มีฐานการสาธารณสุขปฐมภูมิ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นับล้านคนเป็นกำลังช่วงดูแลทั้งมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาช่วยรองรับค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน รวมถึงกลไกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพอย่าง สสส. เข้าร่วมเสริมด้านสร้างเสริมพฤติกรรมป้องกันโรค การติดเชื้อภายในประเทศลดลงมาเป็นศูนย์อยู่หลายเดือนร่วมครึ่งปี ก่อนจะปะทุระลอกสองด้วยจุดอ่อนด้านระบบแรงงานข้ามชาติ และธุรกิจบ่อนการพนัน พอปรับการควบคุมโรคจนทุเลาลง ระลอกสามต่อมาก็ปะทุจากจุดอ่อนเดิมในการควบคุมสถานบันเทิง

และเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่มีความสามารถทำให้การเกิดติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดอาการรุนแรงรวดเร็วขึ้น ขยายจำนวนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ที่ระบบความเชื่อมโยงไม่เป็นเอกภาพของหน่วยบริการหลากหลายสังกัดในเมืองหลวงของประเทศ ก็ส่งผลต่อการรองรับผู้ป่วยหนักที่ต้องมาปรับตัวกัน

อย่างไรก็ตาม ฐานสำคัญของสุขภาพผู้คน ที่เราคงยังต้องช่วยกันเสริมสร้างไว้รองรับทุกระลอกของการระบาด คือ การมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น

ในเดือนพฤษภาคม นับว่ามีวันสำคัญของการควบคุมปัจจัยเสี่ยงลำดับต้น ๆ ของสุขภาพคนทั้งโลก นั่นคือ วันงดสูบบุหรี่โลก ในปีนี้ องค์การอนามัยโลก กำหนดคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกว่า "Commit to quit" ที่หมายถึง "มุ่งมั่นที่จะเลิกสูบ" ตอกย้ำความจำเป็นในการลดปัจจัยเสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงการติดโควิด-19 ที่พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดโรคโควิด-19 รุนแรงและเสียชีวิต จะเห็นได้ว่า เมื่อปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้สูบบุหรี่ในประเทศอังกฤษเลิกสูบบุหรี่นับล้านคนเพราะตระหนักถึงความรุนแรงของโรคจากเหตุนี้

การเลิกบุหรี่ เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ หลายคนเลิกได้ทันทีเพราะจิตใจเข้มแข็ง แต่หลายคนจำเป็นต้องอาศัยตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายช่องทาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายด่วน 1600 แอปพลิเคชันใหม่ ๆ คลิกนิกฟ้าใส คลินิกทันตกรรม ร้านขายยา ที่มีเภสัชกรมาเข้าร่วมการเป็นผู้แนะนำแนวทาง ยังมี อสม. ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันทำงาน รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ สสส. ได้ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมบุหรี่ ซึ่งนับเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อช่วยเหลือให้เลิกบุหรี่ได้อย่างยั่งยืน

และในเดือนนี้ยังมีเรื่องสำคัญคือที่ประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก สมัยที่ 148 ได้ประกาศรับรองให้ สสส. ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลาด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (Nelson Mandela Award for Health Promotion) ประจำปี 2564 ถือเป็นการยืนยันว่า ผลการทำงานของ สสส. เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ผลงานสร้างเสริมสุขภาวะที่สะสมมา ได้สะท้อนการทำงานเชิงรุกจนตกผลึกและส่องประกายเป็นความสำเร็จเพื่อสังคม และถือเป็นรางวัลของคนไทยทุกคน ที่ตระหนักและร่วมลงมือเปลี่ยนแปลงสุขภาวะของตนเองครับ

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook