คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤศจิกายน 2563)

โดย kai

| |

อ่าน : 2,441

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

หากย้อนไปเมื่อ 19 ปีที่แล้วที่ สสส. ได้ถือกำเนิดขึ้น ท่ามกลางความไม่ค่อยเข้าใจนักของผู้คน ในองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ตามกฎหมายชื่อ พ.ร.บ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ได้ออกแบบให้มีที่มาของรายได้กองทุนมาจากการจัดเก็บภาษีเพิ่มจากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุรา ในอัตราร้อยละ 2

แม้แต่คำว่า "การสร้างเสริมสุขภาพ" ก็เป็นคำใหม่ที่ยังไม่ปรากฎในพจนานุกรม แต่สื่อนัยว่า องค์กรนี้จะใช้แหล่งทรัพยากรใหม่จากภาษีของสินค้าที่อันตรายต่อสุขภาพมาใช้สร้างการมีสุขภาพดีของประชาชนด้วยแนวทางใหม่

สิบเก้าปีที่ผ่านมา เราได้เดินหน้าในการ "สนับสนุน" การสร้างเสริมสุขภาพ ที่เริ่มนิยามคำว่าสนับสนุนได้ชัดเจนขึ้นว่า คือ การ "จุดประกาย กระตุ้น สานและเสริมพลัง" แก่บุคคลและองค์กรทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันสร้างขีดความสามารถ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะทั้งทางกาย จิต ปัญญา สังคม อย่างต่อเนื่อง

กระบวนการมากมายถูกริเริ่มออกแบบ ทดสอบ ทรัพยากรบุคคลจำนวนมากถูกนำมาร่วมงาน ตั้งแต่คณะกรรมการกองทุน สสส. คณะกรรมการประเมินผลที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คณะอนุกรรมการต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองโครงการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ไปจนถึงผู้ร่วมงานทั้งที่รับทุนและไม่ได้รับทุน ที่เรียกกันว่า "ภาคี" ในการขับเคลื่อนงานสร้างสุขภาพทั้งเชิงประเด็น เชิงองค์กร เชิงพื้นที่ และเชิงระบบ

"คน สสส." จึงมีองค์ประกอบที่กว้างขวางครอบคลุมคนหลายหมื่นหลายแสนคนในทุกภาคส่วนทั่วประเทศและขยายไปเชื่อมประสานในระดับนานาชาติ

ในขวบปีที่ 19 ที่กำลังจากไปนี้ แม้ว่า สสส. ต้องทำงานและปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลง และเคลื่อนไหวสูง จากวิกฤตโควิด-19 ที่ไม่อยู่ในแผนที่วางไว้ แต่การปรับแผนการทำงานอย่างรวดเร็วของ สสส. และภาคีเครือข่ายเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ และสามารถสื่อสารไปยังประชาชนให้ความเข้าใจความเสี่ยงในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในอนาคต ทำให้ผลงานโดยรวมของปีนี้ ยังคงบรรลุเป้าหมายที่คณะกรรมการกองทุน สสส. วางไว้อย่างดี ภายใต้บรรยากาศของการเรียนรู้ที่น่าจดจำ

รวมทั้งผลประเมินกลไกการทำงานของ สสส. ที่เน้นบริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ซึ่ง สสส. ได้คะแนนอยู่ที่ 91.56 คะแนน อยู่ในระดับ A เป็นลำดับที่ 243 จาก 8,303 หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ

ตลอดเส้นทางการเดินทางสู่สุขภาวะจวบคยถึงปีนี้ แม้เราเชื่อว่า ผู้คนเริ่มรู้จักตัวตนและผลงานของ สสส. พอประมาณแล้ว แต่เราก็เตรียมตัวที่จะสรุปภาพรวมขององค์กรในรอบสองทศวรรษที่จะครบในปีหน้าที่กำลังจะมาถึง เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการสร้างสุขภาพของประชาชนไทยให้ทวียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด "20 ปี ภาคีสร้างสุข : นวัตกรรมความสุขที่ยั่งยืน"

โปรดติดตามกันนะครับ

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook