คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนเมษายน 2562)

โดย webmaster

| |

อ่าน : 362

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 
          ก้าวเข้าสู่เดือนเมษายน เปลวแดดระอุขึ้นเป็นลำดับตามวงโคจรของโลกที่กำลังหมุนผ่านไปอีกฤดูกาล
 
          เมษายน ยังเป็นเดือนที่คนไทยรอคอยที่จะได้ใช้เวลาแห่งความสุข เวลาของการขึ้นปีใหม่ไทย เวลาแห่งความผูกพันของครอบครัว ชุมชน เทศกาลสงกรานต์นับเป็นเทศกาลแห่งจิตวิญญาณของคนไทยและชาวอุษาคเนย์ 
 
          ด้วยวัฒนธรรมและความผูกพันนี้  คนไทยที่อยู่ไกลบ้านพากันเดินทางกลับถิ่นฐานที่อยู่ อีกไม่น้อยก็ใช้วันหยุดทางการที่ยาวที่สุดนี้ออกท่องเที่ยว ดังนั้นยุคสมัยที่ผู้คนจำนวนมากต้องจากมาทำงานมาใช้ชีวิตไกลบ้าน และยุคสมัยที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของการใช้ชีวิต ปริมาณการเดินทางและการเฉลิมฉลองจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทั่วประเทศในช่วงเวลาของสัปดาห์พิเศษนี้
 
          เทศกาลสงกรานต์สำหรับคนสร้างสุข นักสร้างเสริมสุขภาพอย่างภาคี สสส. ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำงานเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน และลดทอนพิษภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการเฉลิมฉลองของผู้คนที่ใช้ความมึนเมาจากแอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือของความสนุกสนาน
 
          การลดอุบัติภัยบนท้องถนน ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และอีกหลายหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว เข้ามาร่วมกันทำงาน จากเดิมที่ต่างคนต่างทำ ไร้แผนร่วมกัน ไม่มีระบบเชื่อมร้อยการทำงาน ไม่มีเจ้าภาพกลางที่ชัดเจน สสส. จึงวางบทบาทตัวเองเป็น “ผู้สนับสนุน” เพื่อร่วมอุดช่องโหว่ โดยนำวิชาการมาใช้ พร้อมสังเคราะห์ข้อเสนอทางนโยบาย จนก่อให้เกิดโครงสร้างที่ประสานภาพรวมของทุกหน่วยงานมีส่วนรวมอย่าง “ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน” มาตั้งแต่ปี 2546 อันก่อให้เกิดแผนยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายชาติตามมา
 
          หลายคนยังรู้สึกว่า จำนวนการตายสามสี่ร้อยคนในเจ็ดวันอันตรายเป็นความไม่สำเร็จผลของมาตรากรต่างๆ ทั้งที่จริงแล้ว จำนวนการตายนี้ใกล้เคียงกับจำนวนเฉลี่ยของสัปดาห์ปกติ ทั้งที่มีปริมาณการเดินทางและการดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าปกติมาก  นับได้ว่ามาตรการต่างๆที่ได้ร่วมกันปฎิบัติการในเทศกาลได้ผลในการลดปัญหา  แต่จุดสำคัญคือ การขยายมาตรการเหล่านี้ให้มีน้ำหนักเพียงพอในอีก 50 สัปดาห์ที่เหลือ เพื่อการลดปัญหาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
 
          ในปีนี้ มีการเร่งรัดในเป้าหมายการลดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ และเน้นพื้นที่เสี่ยง 283 อำเภอเป็นพิเศษ 
 
          สิบสี่ปีมาแล้วเช่นกัน ที่ภาคี สสส เริ่มการรณรงค์ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ค่านิยมของผู้คนในงานสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ที่ในบรรยากาศของสงกรานต์ ณ ปีนั้น แทบไม่มีคนเชื่อว่าจะเป็นจริงได้ โดยเริ่มจากที่ทดลองทำพื้นที่ต้นแบบ 4 พื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น,  รอบคูเมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และวัดอรุณราชวราราม และบางลำพู กรุงเทพฯ 
 
          สิบกว่าปีให้หลัง ในปี 2560 ได้เกิดพื้นที่ร่วมงานกับ สสส เปิดโซนฉลองสงกรานต์ปลอดเหล้า 77 จังหวัด จำนวน164 พื้นที่ 51 ถนนตระกูลข้าว และจากนโยบายของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน  ได้เน้นย้ำให้จังหวัดต่างๆ จัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยปลอดเหล้า มากถึง 3,241 แห่งทั่วประเทศ ปี 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้สำรวจพื้นที่เล่นน้ำที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของแต่ละจังหวัด พบว่า มีการจัดงานสงกรานต์แบบปลอดเหล้าร้อยละ 49 ในขณะที่งานจัดแบบไม่ปลอดเหล้าร้อยละ 51 
 
          เรื่องที่ดูจะเป็นไปไม่ได้เมื่อสิบกว่าปีก่อน เริ่มเป็นเรื่องปกติมากขึ้นตามลำดับในปัจจุบันนี้
 
          สังคมสุขภาวะเป็นเรื่องที่การสร้างเสริมสุขภาพทำให้เกิดขึ้นได้ 
 
          ดังที่เราได้แสดงให้เห็นประจักษ์ ในการมาร่วมช่วยกันทำให้เทศกาลสงกรานต์เป็นห้วงเวลาที่คนไทยจะได้ฉลองความผูกพันของครอบครัว และวัฒนธรรมที่แนบชิดกับจิตวิญญาณไทย อย่างมีความสุขและปลอดภัย
 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook