คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนกุมภาพันธ์ 2562)

โดย webmaster

| |

อ่าน : 611

สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 
          เมื่อต้นปีใหม่นี้หลังการประกาศวันเลือกตั้ง ผมได้รับเชิญจากสถาบันเสริมศึกษา และทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการสัมมนาเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใน 4 ปีข้างหน้า กับวิทยากรที่เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน
 
          ในมุมด้านนโยบายสุขภาพที่นำเสนอ ได้รวบรวมคัดเลือกจากนโยบายที่ สสส. ได้ร่วมสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไทย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แรกเกิด เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ จนถึงการตาย รวมแล้วร่วมยี่สิบนโยบาย แม้จะมีเวลาบรรยายแต่ละนโยบายสั้นๆ แต่ผมก็บอกแก่ผู้ร่วมฟังสัมมนา (ซึ่งมีตัวแทนหลายพรรคการเมืองอยู่ด้วย) ว่าทุกข้อเสนอนโยบาย มีข้อมูลสถานการณ์ หลักวิชาการและรายละเอียดข้อเสนอพร้อมสนับสนุนแก่ผู้กำหนดหรือผลักดันนโยบาย
 
          "นโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพ" เป็นหนึ่งในมาตรการในกฎบัตรออตตาวา ที่องค์การอนามัยโลกสังเคราะห์จากประสบการณ์การสร้างเสริมสุขภาพทั่วโลกว่า มีความสำคัญต่อการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน เพราะนโยบายหรือกติกาสังคมในรูปแบบและระดับต่างๆ มีอิทธิพลไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมของปัจเจกชน หรือกลุ่มคนในสังคมให้ไปในทิศทางที่ทำให้สุขภาพดีขึ้นหรือเลาลงได้ อย่างเช่น ปัญหามลพิษทางอากาศในฤดูหนาวปีนี้ ไม่อาจลดผลกระทบต่อสุขภาพผู้คนได้อย่างมีประสิทธิผล ด้วยการให้ประชาชนตระหนักรู้และหลบเลี่ยงอากาศพิษ หรือหาหน้ากากมาสวมใส่เท่านั้น แต่ต้องมีนโยบายที่ทรงพลังในการระงับต้นตอของแหล่งสร้างมลพิษในอากาศในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมด้วย
 
          นโยบายสุขภาพเรื่องแรกที่นำเสนอวันนั้น เริ่มจากเด็กในครรภ์ ที่จริงต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนการปฏิสนธิเสียอีก นั่นคือ การลดปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม โดยเฉพาะในวัยรุ่น ซึ่งผู้รณรงค์เรื่องนี้ก็มักใช้โอกาส "วันวาเลนไทน์" หรือวันแห่งความรักในเดือนนี้ในการสื่อสาร
 
          เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย ติดลำดับ 2 ของอาเซียน ที่เป็นประเทศ ซึ่งมีอัตราเกิดแม่วัยอายุไม่เกิน 20 ปี สูงอย่างมาก โดยการคลอดของหญิงในวัยนี้ ยังมีความไม่พร้อมหลายประการไม่ว่าจะเป็น ความปลอดภัยของแม่และเด็กทารก เหตุเพราะยังไม่ได้อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เต็มที่ ทำให้ทารกที่เกิดเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักน้อยไม่สมบูรณ์ หรือพิการ
 
          ยังไม่นับไปถึงความไม่พร้อมในเรื่องเศรษฐานะของพ่อและแม่วัยนี้ ที่จะเลี้ยงดูลูกอย่างมีคุณภาพความไม่พร้อมทางวุฒิภาวะที่จะสามารถเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีพัฒนาการที่ดีสมวัย ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมต่อไป
 
          สุขภาวะทางเพศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง สสส. ได้จัดให้มีแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศภายใต้แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐที่นำโดยกระทรวงสาธารณสุข และอีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการและภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และลงลึกในระดับพื้นที่ จากการดำเนินงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สสส. ได้รวบรวมบทเรียน และชุดความรู้จากการปฏิบัติการจริงในทุกระดับ และได้นมาให้การสนับสนุนในการร่วมพัฒนายุทธศาสตร์การป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของคณะกรรมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ
 
          พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่เพิ่งออกมาเป็นนโยบายสำคัญ ที่ต้องการการบังคับใช้ให้เกิดผลจริงจังในรัฐบาลต่อไป เพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งภรรภ์ในวัยรุ่น เกิดกลไกและเครื่องมือในการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาสำหรับวัยรุ่นในสถานศึกษาทุกระดับพร้อมๆ กันนั้น สสส. ยังได้พัฒนารูปแบบและเครื่องมือในการเสริมทักษะพ่อแม่ในการสื่อสารเชิงบวก รวมถึงการพูดคุยเรื่องเพศกับลูกหลานวัยรุ่นได้ไปพร้อมๆ กับการสื่อสารรณรงค์ ปรับเปลี่ยนฐานคิดในสังคมไทยให้มีมุมมองเชิงบวกต่อเรื่องเพศเพื่อป้องกันปัญหาแม่วัยในอย่างยั่งยืน
 
          นโยบายสาธารณะเพื่อสร้างสุขภาวะให้ทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ สสส. อยากชวนทุกภาคส่วนและเพื่อนร่วมสร้างสุขมาร่วมเรียนรู้และลงมือสร้างให้งอกงามยิ่งขึ้นในสังคมไทยด้วยกันครับ
 

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook