ไทยปักหมุด ASEAN+ Physical Activity Hub ขับเคลื่อนสุขภาพด้วย ‘การขยับ’

เรื่อง โดย ภินันท์ชญา สมคํา Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก งาน ASEAN+ Physical Activity Hub Side Meeting ภายใต้งาน South-East Asia Physical Activity Conference 2025

ภาพโดย ภินันท์ชญา สมคํา Team Content www.thaihealth.or.th และแฟ้มภาพ

                    ในโลกที่เมืองใหญ่เร่งสปีดไม่หยุด แต่ “กิจกรรมทางกาย” ของผู้คนกลับค่อย ๆ หายไป เราหมดเวลาไปกับรถติด หน้าจอ และชีวิตที่นั่งมากกว่าเดิน แต่ที่ประเทศไทย “กรุงเทพฯ” เมืองแห่งฝันและความเคลื่อนไหว กำลังสร้างเรื่องใหม่ให้ทั้งภูมิภาคอาเซียน  เรื่องของ “สังคมที่ขยับได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน”

                    เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) และ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน ASEAN+ Physical Activity Hub Side Meeting ที่เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์

                    ภายใต้งาน South-East Asia Physical Activity Conference 2025 (SEAPAC 2025) ประเทศสมาชิกกว่า 14 ประเทศ จากทั่วภูมิภาค รวมถึงพันธมิตรนอกอาเซียนอย่างออสเตรเลีย ฮ่องกง อินเดีย และเกาหลีใต้ ร่วมกันวาง “Roadmap อาเซียน” เพื่อพัฒนาเมือง นโยบาย และระบบสุขภาวะ ให้การขยับกายกลายเป็น “เรื่องธรรมดาของทุกคน”

                    นี่คือ “ก้าวแรก” ของการสร้าง ASEAN+ Physical Activity Hub  ศูนย์กลางความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่จะเชื่อมโยงงานวิจัย นโยบาย และการลงมือทำให้ขยับไปพร้อมกัน โดยมีไทยนำร่องสู่ “ศูนย์กลางกิจกรรมทางกายอาเซียน”

                    ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า “เพียงขยับวันละนิด แค่ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น อายุยืนขึ้น และคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้จริง” สสส. ตั้งเป้าลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ “เอื้อให้คนขยับ”  ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวัน พื้นที่สีเขียวในเมือง ไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ

                    ไทยกำลังมุ่งสู่การเพิ่มอัตราการมีกิจกรรมทางกายจาก 68% เป็น 75% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะสุขภาพดีไม่ควรเป็นสิทธิ์ของบางคน แต่ต้องเป็น “สิทธิ์ของทุกคน” “การขยับกายไม่ใช่เรื่องของกีฬาอย่างเดียว แต่คือเรื่องของคุณภาพชีวิต ตั้งแต่เด็ก คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ” นี่คือการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงิน แต่ให้ผลตอบแทนยิ่งใหญ่ที่สุด สุขภาพดีที่ยั่งยืน

                    รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK)  กล่าวว่า “ทุกวันยังมีคนเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ เพราะเขาไม่ได้ ‘ขยับ’” TPAK จึงทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างงานวิชาการกับนโยบาย เพื่อให้ความรู้ด้าน กิจกรรมทางกายกลายเป็นพลังเปลี่ยนสังคม เพราะ “การขยับ” ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย ที่จริงคือพลังเล็ก ๆ ที่ทำให้คนมีชีวิต มีอิสระ และมีศักดิ์ศรี จึงขับเคลื่อนแนวคิด “สุขภาพดีอย่างเท่าเทียม” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ “สุขภาพดีไม่ได้เกิดจากระบบใดระบบหนึ่ง จากการร่วมมือของทุกภาคส่วนและการเริ่มจากตัวเราเอง คือ แค่ลุกขึ้นขยับ”

                    Dr. Jason Lee National University of Singapore กล่าวเตือนอย่างชัดเจนว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุค ‘โลกเดือด’ (Boiling World) ที่ทุกคนอยู่ในอันตรายเดียวกัน” เพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย เมื่อร่างกายร้อนจัด เลือดและออกซิเจนถูกจำกัด ระบบภูมิคุ้มกันและไตทำงานหนักจนล้มเหลว “ฮีตสโตรก” เกิดขึ้นได้ง่าย แต่สิ่งสำคัญคือ มันป้องกันได้

                    เขากล่าวอย่างเรียบง่ายแต่กระแทกใจว่า “กิจกรรมทางกาย คือ ยาวิเศษ มันดีกว่ายาทุกชนิด เพราะช่วยให้ร่างกายและจิตใจปรับตัวกับโลกที่ร้อนขึ้น” และเตือนว่าในโลกที่เครียดและร้อนขึ้นทุกวัน “ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งต้องออกกำลังกายมากขึ้น” เพราะนั่นคือทางรอดของมนุษย์ในศตวรรษนี้

                    รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) กล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า “ถ้าโรงพยาบาล คือ ที่รักษาคนป่วย เมืองนี่แหละ คือ ที่ป้องกันไม่ให้เราป่วย” ในกรุงเทพฯ ที่อุณหภูมิเกือบ 50 องศา UddC ลงมือเปลี่ยน “พื้นที่ร้อน” ให้กลายเป็น “พื้นที่ขยับ” ตั้งแต่สวนลอยฟ้ากลางเจ้าพระยา ไปจนถึงโครงการสะพานสีเขียว เมืองที่เย็นขึ้น คือเมืองที่คนอยากออกมาใช้ชีวิต อยากเดิน อยากขยับ และได้เชื่อมโยงกับผู้คนอีกครั้ง

                    “การออกแบบเมือง คือ การออกแบบสุขภาพของคนทั้งเมือง” ทุกต้นไม้ ทางเท้า และพื้นที่ร่มเงาที่เพิ่มขึ้น ให้ทุกก้าวที่เดินออกจากบ้าน คือ ก้าวที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ “พื้นที่สีเขียว” ไม่เพียงช่วยลดอุณหภูมิความร้อนของเมือง แต่ยังลดความเหงา เพิ่มความอบอุ่น และสร้างความผูกพันของผู้คน

                    เสียงจากแพทย์ นักออกแบบ นักวิชาการ และนักวิจัยจากทั่วภูมิภาครวมกัน เราจึงเห็นภาพเดียวกันอย่างชัดเจนว่า  “การขยับร่างกายไม่ใช่เรื่องของสุขภาพเท่านั้น แต่คือเรื่องของชีวิต”

                    การประชุม SEAPAC 2025 จึงไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่คือจุดเริ่มต้นของ “การลงมือทำ” เพื่อให้เมืองของเราเย็นลง และผู้คนอยากออกมา “ขยับ” มากขึ้น แล้วเราจะเห็นว่า ทุกก้าวที่เดินในสวน ทุกลมหายใจใต้ร่มไม้ ทุกเสียงหัวเราะในชุมชนที่ออกแบบอย่างเข้าใจมนุษย์ ล้วนเป็นพลังเล็ก ๆ ที่รวมกันกลายเป็น “พลังการเปลี่ยนแปลง” เพราะการขยับของคุณวันนี้…คือก้าวเล็ก ๆ ที่อาจเปลี่ยนอนาคตของทั้งเมือง

                    สสส. พร้อมร่วมผลักดันการสร้าง “สังคมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย” เพื่อให้ “สุขภาพดี” เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ และเพื่อให้ทุกการขยับ คือการขยับไปข้างหน้าของสังคมทั้งภูมิภาค

Shares:
QR Code :
QR Code