แพธ ดันศธ.เปิดเพศศึกษาภาคบังคับ


ดึงวัยรุ่นร่วมกิจกรรมรับวาเลนไทน์ หวังลดอัตราการเสียตัว


องค์กรรณรงค์ด้านเพศศึกษา เบี่ยงกระแสซ้ำซากวัยรุ่นเสียตัววันวาเลนไทน์  จัดกิจกรรม  "sex  education" นัดพบเยาวชนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์ ชูประเด็นหลักผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุวิชาเพศศึกษาเป็นหลักสูตรบังคับในโรงเรียน


           น.ส.อุษาสินี  ริ้วทอง ผู้ประสานงานโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ องค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข (แพธ) เปิดเผยว่า เนื่องในเทศกาลวันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนี้  องค์การแพธได้จัดกิจกรรม "วันวาเลนไทน์วัย  x ต้องมี sex education" ในวันเสาร์ที่ 9  กุมภาพันธ์ ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ เวลา 14.00 น. โดยจะมีการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาอย่างสร้างสรรค์ จุดมุ่งหมายหลักของการจัดงานครั้งนี้คือ การรวมตัวแสดงพลังของกลุ่มเยาวชนที่เสนอให้กระทรวงศึกษาฯ บรรจุวิชาเพศศึกษาอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนภาคบังคับทุกระดับชั้นอย่างเป็นระบบและจริงจังมากกว่าปัจจุบัน


           "ก่อนถึงเทศกาลวาเลนไทน์ทุกปี จะมีสำนักโพลหลายแห่งออกมาเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของวัยรุ่นเกี่ยวกับเพศ มีแต่เรื่องวัยรุ่นเสียตัวในวันวาเลนไทน์เป็นจำนวนเท่าไหร่  ซึ่งเป็นกระแสซ้ำซาก มุ่งเสนอประเด็นหวือหวาแต่ไม่มีแนวทางแก้ไข  ดังนั้นองค์การแพธจึงอยากจะใช้โอกาสวันวาเลนไทน์เบี่ยงกระแสจับผิดวัยรุ่น มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้พวกเขาเสนอมุมมองความคิดเห็นเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์" น.ส.อุษาสินีกล่าว


           เจ้าหน้าที่จากองค์กรรณรงค์ด้านเพศศึกษา กล่าวว่า เรื่องเพศศึกษาไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่คิดแทนเยาวชนฝ่ายเดียว แต่ควรเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการบอกสังคมว่า  เรียนเพศศึกษาแล้วชอบไหม  มีอะไรที่โดนใจ อยากให้การเรียนการสอนเพศศึกษาในสังคมไทยเป็นอย่างไร  เพราะที่ผ่านมาวิชาเพศศึกษาเป็นเพียงเนื้อหาย่อยในหลักสูตรกลุ่มสุขศึกษา  ซึ่งสอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของร่างกายและการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น แต่จริงๆ แล้วเรื่องเพศศึกษามีหลากหลายมิติที่ถูกมองข้าม เช่น การเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนเพศตรงข้ามอย่างถูกต้องเหมาะสม เรื่องสัมพันธ ภาพทางเพศที่รู้จักความรับผิดชอบและปลอดภัย เป็นต้น


           น.ส.อุษาสินี กล่าวอีกว่า อุปสรรคสำคัญที่โรงเรียนไม่อาจจัดการเรียนรู้เพศศึกษาที่รอบด้านคือ ครูขาดองค์ความรู้และทักษะการสอน  และผู้บริหารโรงเรียนมีทัศนคติว่าการสอนเรื่องเพศศึกษาจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก และทิศทางการศึกษาของไทยมุ่งให้โรงเรียนเน้นความเป็นเลิศทางด้านวิชาการมากกว่าทักษะการดำเนินชีวิต จากการดำเนินงานร่วมกับโรงเรียนกว่า  600  แห่งทั่วประเทศ พบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่ในเมืองไม่เข้าร่วมโครงการกับเราเพราะเน้นสอนวิชาการเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่โรงเรียนขนาดกลางและเล็กนอกตัวเมืองกลับให้ความสนใจมากกว่า


           องค์การแพธ  เปิดเว็บไซต์ให้เยาวชนร่วมแสดงความคิดเห็นที่  www.teenpath.net สำรวจทัศนะเรื่องการบรรจุวิชาเพศศึกษาเป็นหลักสูตรบังคับ โดยมีผู้แสดงความเห็นด้วย 83% และไม่เห็นด้วย 17%


 


 


 




ที่มา : ไทยโพสต์

ภาพประกอบ :
www.thaihealth.or.th


update 28-01-51

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ