เคี้ยวหมากฝรั่งชูการ์ฟรีเสี่ยงท้องเสียเรื้อรัง


หลังพบสารแทนน้ำตาลซอร์บิทอลมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย


 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าแพทย์ในประเทศเยอรมันนีได้ออกมาเตือนผู้บริโภคว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลหรือชูการ์ฟรีซึ่งใช้สารซอร์บิทอลเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลมีความเสี่ยงในการทำให้เป็นโรคท้องร่วงชนิดเรื้อรังจนทำให้สูญเสียน้ำหนักตัวอย่างมากผิดปกติ


 ทั้งนี้แพทย์ชาวเยอรมันนีระบุด้วยว่าสารซอร์บิทอลนั้นอันที่จริงแล้วมันมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายด้วยซึ่งเมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณสะสมมาก ๆ จากการเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของสารนี้จึงสามารถก่อให้เกิดอาการท้องร่วงเรื้อรังได้ โดยแพทย์ในประเทศเยอรมันนีพบว่าล่าสุดมีกรณีผู้ป่วยเป็นท้องร่วงชนิดเรื้อรังนี้แล้วและพบว่ามีสาเหตุมาจากการเคี้ยวหมากฝรั่งประเภทชูการ์ฟรีนี่เอง


 ผู้ป่วยรายแรกที่พบเป็นหญิงอายุ 21 ปี แพทย์ระบุว่าเธอมีอาการท้องเสียและปวดมวนท้องมาเป็นเวลา 8 เดือนติดต่อกันแล้วยังผลให้น้ำหนักตัวลดลงไปมากถึง 11 กิโลกรัม จากน้ำหนักตัวแต่ก่อน 51.8 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอีกรายซึ่งเป็นผู้ชายอายุ 46 ปี ที่มีอาการปวดท้องและท้องเสียเช่นเดียวกันและเป็นมานานติดต่อกันจนน้ำหนักลดไปทั้งสิ้น 22 กิโลกรัม หรือ 1 ใน 5 ของน้ำหนักตัวในระยะเวลา 1 ปี


 ในตอนแรกแพทย์ผู้ตรวจรักษาคนไข้ทั้ง 2 รายนี้รู้สึกฉงนเป็นอย่างมากเมื่อผลการตรวจร่างกายโดยละเอียดทั้ง ตรวจเลือด อัลตร้าซาวด์ ส่องกล้องในลำไส้และใช้คอมพิวเตอร์สแกนเนอร์ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ เลย ผลการตรวจทุกอย่างระบุว่าคนไข้ทั้ง 2 คนมีสุขภาพแข็งแรงดี


 แต่เมื่อแพทย์น้ำอุจจาระของคนไข้มาตรวจในห้องปฏิบัติการจึงพบว่าอุจจาระของคนไข้มีระดับโปแตสเซียมและโซเดียมที่สูงอย่างผิดปกติมาก ๆ จึงได้ทำการสอบถามคนไข้ถึงการรับประทานอาหารจนได้ทราบว่าคนไข้ผู้หญิงสาวนั้นเคี้ยวหมากฝรั่งซูการ์ฟรีวันละ 12 อัน ส่วนรายผู้ชายเคี้ยวมากถึง 20 อันต่อวัน นอกจากนี้ยังรับประทานขนมหวานมากถึงวันละ 200 กรัมต่อวัน


 และเมื่อแพทย์ทำการคำนวณออกมาจากปริมาณการเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วคนไข้หญิงรายนี้ได้รับสารซอร์บิทอลเข้าไปในร่างกายวันละประมาณ 20 กรัมต่อวัน ในขณะที่คนไข้ชายอีกคนได้รับสารตัวนี้จากการเคี้ยวหมากฝรั่งและรับประทานของหวานถึง 30 กรัมต่อวัน


 เมื่อทราบดังนั้นแล้วแพทย์ได้ลองให้คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเคี้ยวหมากฝรั่งของตัวเองและเวลาผ่านไปประมาณปีหนึ่งสุขภาพลำไส้ของคนไข้ถึงได้กลับฟื้นคืนสู่สภาพปกติคนไข้หญิงมีน้ำหนักตัวคืนกลับมา 7 กิโลกรัม ส่วนคนไข้ชายได้น้ำหนักตัวคืนกลับมา 5 กิโลกรัม


 “กรณีที่เราพบนี้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคซอร์บิทอลไม่เพียงแต่จะสามารถก่อให้เกิดท้องเสียเรื้อรังเท่านั้นแต่ยังทำให้ระบบลำไส้ใหญ่มีปัญหาด้วย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำหนักตัวด้วย” แพทย์จากโรงพยาบาล charite ในกรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมันนีกล่าวในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษฉบับล่าสุด


 


 




ที่มา

ข้อมูลจาก : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th




update 16-01-51

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ