สสส.หนุนอาสาฯชาวยะลา ฝึกขับเรือยนต์

ช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 สสส.หนุนอาสาฯชาวยะลา ฝึกขับเรือยนต์ สสส.หนุนอาสาฯชาวยะลา ฝึกขับเรือยนต์

 

            ที่บริเวณคลองธรรมชาติ บ้านหน้าถ้ำเหนือ ต. หน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ราษฎรในพื้นที่ ต.หน้าถ้ำ ต.ตาเซะ ต.ยุโป และ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา จำนวนมาก รวมตัวกันเพื่อฝึกการขับเรือยนต์ เพื่อเตรียมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยโครงการดังกล่าว เกิดจากการรวมตัวกันของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ ภายใต้ชื่อโครงการ อาสาสมัครช่วยเหลือภัยพิบัติจากธรรมชาติ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

            นายชัชพงศ์ เพชรกล้า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าถ้ำ (อบต.หน้าถ้ำ) เปิดเผยว่า การฝึกขับเรือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ชุมชนในพื้นที่ ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด หากเกิดภัยพิบัติขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม อุทกภัย ดินถล่ม ซึ่งบางครั้งการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการมักเกิดความล่าช้า เพราะฉะนั้น ทางที่ดีที่สุด คือ การช่วยเหลือตนเองก่อน ซึ่งการฝึกในวันนี้ จะเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ โดยได้นำตัวแทน จากตำบลนำร่อง 4 ตำบล ของอำเภอเมือง จังหวัดยะลา คือ ต.หน้าถ้ำ ต.ตาเซะ ต.ยุโป และ ต.ท่าสาป มาฝึกเรื่องการใช้เรือ และจะมีการสมมุติเหตุการณ์ที่จะต้องช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งคนในพื้นที่จะรู้จักภูมิประเทศดี เพราะฉะนั้น การประเมินสถานการณ์ต่างๆ ชาวบ้านจะเป็นผู้รู้พื้นที่มากกว่า ซึ่งคาดว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้ จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้มาก หากเกิดอุทกภัย วาตภัย ขึ้นในพื้นที่

 

            ด้าน นายยาลี ดือราแม ผู้ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติจากธรรมชาติโดยชุมชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้เกิดภัยพิบัติขึ้นมาในทุกพื้นที่ เนื่องจากภาวะโลกร้อน จึงได้มีแนวคิดในการรวมตัวกัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดตั้งเป็น “เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” และได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขณะนี้มีเครือข่าย จำนวน 18 ตำบล ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีสมาชิกที่ผ่านการฝึก วิทยากรใน 18 ตำบล ตำบลละ 10 คน มีทีมยุทธศาสตร์ เพื่อทำหน้าที่ในการคิด วางแผนงาน และบริหารงาน ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีก 30 คน และมีอาสาสมัครในของ แต่ละตำบลทั้ง 18 ตำบล ตำบลละ 20 คน เพื่อที่จะมาดูแลการจัดการบริหารภัยพิบัติของแต่ละตำบลแต่ละพื้นที่เกิดภัยพิบัติขึ้นมา

 

            ที่ผ่านมา ได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ ที่ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา และได้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บ้านตะลุโบ๊ะ, บ้านคลองขุด และชาวบ้านที่โดนพายุถล่ม ที่บ้านดาโต๊ะ ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นอกจากนี้ ทางสมาชิกยังต้องการให้ทางราชการเข้ามาสนับสนุนเครือข่ายทั้งหมด 18 ตำบล ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทางราชการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เกิดปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่นายยาลี กล่าว

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

update : 11-11-53

อัพเดทเนื้อหาโดย :  ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน

 

Shares:
QR Code :
QR Code