ภาคเอกชนร่วมสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้


ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ


ภาคเอกชนร่วมสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ thaihealth


"กลุ่มเซ็นทรัล" นำโดยสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ โดยความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กระทรวงสาธารณสุข, ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย, มูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย, คลินิกฟ้าใส และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ร่วมเปิดโครงการ "สมาพันธ์เครือข่ายเซ็นทรัลเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่" มุ่งสู่องค์กรปลอดบุหรี่ 100% ภายใน 5 ปี


ในงานเปิดโครงการครั้งนี้มีดาราศิลปินและแขกรับเชิญร่วมรณรงค์การไม่สูบบุหรี่มากมาย นำโดยจันจิ-ไกอา, เปรี้ยว เดอะ วอยซ์, เต้ ดราก้อนไฟว์, นิ้ง-ทิพย์ปภา, อั้ม-นันทิยา, ออย-แสงศิลป์ เป็นต้น พร้อมเปิดเวทีเสวนาหัวข้อบทบาทแนวคิดเพื่อนำสังคมไทยให้ปลอดบุหรี่ โดยฝ่ายบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล และผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุข นำโดย ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์, พญ.ปานทิพย์ โชติเบญจมาภรณ์, ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล และ รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา และนิทรรศการความรู้รณรงค์ลดการสูบบุหรี่ รวมทั้งกิจกรรมมากมายจากศิลปินดังร่วมสร้างพลังสังคมไทยปลอดบุหรี่ ณ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์


ภาคเอกชนร่วมสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ thaihealth


เต้ ดราก้อนไฟว์ หรือเตวิช เต้พันธ์ บอกว่า การสูบบุหรี่คือค่านิยมของคนสมัยก่อน คุณพ่อสูบบุหรี่ตั้งแต่ตนจำความได้ ทำให้ตนมีโรคภูมิแพ้เป็นโรคประจำตัว ทางบ้านพยายามบอกถึงโทษ ขอร้องให้เลิกสูบ แต่การเลิกสูบบุหรี่ได้เป็นเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ ไม่สามารถมีคนอื่นมาบอกให้เลิกได้ เพราะคนสูบจะมีเหตุผลของตัวเองตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว คุณพ่อเสียด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ คืออาการเส้นเลือดในสมองตีบ ตนเชื่อว่าถ้าท่านไม่ได้สูบบุหรี่จะอยู่ได้นานกว่านี้


ขอชื่นชมกลุ่มเซ็นทรัลที่ทำเพื่อพนักงาน กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นใช้งบประมาณไม่น้อย แต่เชื่อว่าจะสามารถต่อยอดให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ เช่น ทำให้คนสูบบุหรี่มีสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว คนในครอบครัวของเขาก็จะมีความสุขขึ้น อยากให้องค์กรต่างๆนำวิธีนี้ไปปรับใช้ในเรื่องการส่งเสริมให้คนรักษาสุขภาพ การออกกำลังกาย อยากให้เรายึดเรื่องเทรนด์สุขภาพกันดีกว่า อย่าไปยึดค่านิยมเก่าๆที่ทำให้สุขภาพเราย่ำแย่ แล้วคุณจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต


ทางด้าน จันจิ ไกอา หรือ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย บอกว่า ครั้งหนึ่งคุณพ่อสูบบุหรี่หนักมาก ที่ผ่านมาเราก็บอกท่านให้เลิกสูบมาตลอด แต่ท่านมีโรคประจำตัวเยอะ ทำให้ทั้งกายและใจไม่แข็งแรงพอที่จะหักดิบได้ตั้งแต่แรก แต่จุดเปลี่ยนก็คือ คุณหมอบอกว่าถ้าไม่เลิกทันทีอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ เวลาจะบอกใครสักคนจะยกตัวอย่างคุณพ่อตัวเองที่สุขภาพทรุดโทรมเพราะพิษบุหรี่ให้เขาฟัง ถึงแม้ว่ายังไม่ถึงขั้นเป็นมะเร็งปอดแต่ก็ส่งผลให้ระบบร่างกายเสื่อม เป็นโรคเรื้อรัง ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ การที่กลุ่มเซ็นทรัลรณรงค์เรื่องการเลิกสูบบุหรี่ถือเป็นสัญญาณอันดีที่มีส่วนช่วยให้พนักงานมีกำลังใจเลิกสูบบุหรี่ เพราะเขาไม่ได้ห้าม แต่ห่วงใย

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ