ผู้ดีเชื่อ! สิ่งสกปรกต้านเชื้อโรค


เป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตื่นตัว


นักวิทยาศาสตร์อังกฤษเผยความเชื่อที่ว่าความสะอาดส่งผลดีต่อสุขภาพอาจเป็นแนวความคิดที่ผิด การใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคอาจส่งผลร้ายต่อมนุษย์มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะมหันตภัยในยุคนี้อย่างมะเร็ง


           นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้าในเรื่องนี้ระบุว่า การเปิดโอกาสให้ร่างกายสัมผัสกับสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเสียบ้างเท่ากับเป็นการเตรียมการให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตื่นตัว เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายที่ร้ายแรงกว่าในอนาคต ดังนั้นการปฏิบัติตนอย่างเช็ดและฆ่าเชื้อโรคในห้องครัวหรือของเล่นเด็กเสียหมดจดจึงเท่ากับเป็นการตัดต่อกลไกของร่างกายในส่วนนี้ออกไป ส่งผลให้โรคบางชนิดที่ไวต่อภูมิคุ้มกันอย่างภูมิแพ้หรือมะเร็งเข้าโจมตีมนุษย์ได้ง่าย


           ผลที่ได้ในครั้งนี้สอดคล้องกับผลการศึกษาที่ได้ก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่าเด็กที่เติบโตในฟาร์มมีความเสี่ยงจะเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด และเรื้อนกวางน้อยกว่าเด็กในเมือง ทั้งๆ ที่สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตเต็มไปด้วยสารพิษที่ใช้ในอุตสาหกรรมรีดนมวัวและเชื้อโรคสัตว์นานาชนิด เช่นเดียวกับเด็กที่เติบโตมากับสุนัขและแมวก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหอบหืดน้อยกว่าด้วย โดยรายงานฉบับเดียวกันนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงกันระหว่างความสะอาดกับโรคมะเร็ง การที่ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันตื่นตัวน้อยกว่าปรกติส่งผลให้เซลล์เนื้อร้ายที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคตเจริญเติบโตได้ง่ายกว่า สอดคล้องกับรายงานในช่วงปี 1970 ที่ระบุว่าเกษตรกรที่ทำงานในไร่ฝ้ายมีอัตราการเป็นมะเร็งปอดน้อยกว่ากลุ่มคนที่ประกอบอาชีพอื่น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลมาจากสารพิษที่ปนเปื้อนกับฝ้ายเข้าไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายตื่นตัวเพื่อรับสิ่งผิดปรกติที่จะเกิดขึ้น


           ทั้งนี้ มินเทล ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดของอังกฤษ เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาประชากรผู้ดีหมดเงินไปกับการทำความสะอาดบ้านเรือนสูงถึง 45,750 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงร้อยละ 16



 


 


ที่มา : โลกวันนี้

ภาพประกอบ :
www.peconiclandtrust.org


update 24-01-51

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ