ผู้ดีพบเซลล์สำคัญต้นตอลูคีเมีย


เผยศึกษาจากเด็กแฝด คาดนำไปสู่การรักษาแบบใหม่ที่ดีกว่า


สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าการศึกษาในเด็กแฝดหญิงอายุ 4 ขวบคู่หนึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศอังกฤษค้นพบเซลล์ที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมียในคนไข้เด็ก


ทั้งนี้เชื่อกันว่าการค้นพบครั้งสำคัญนี้อาจจะนำไปสู่การรักษาโรค ๆ นี้แบบใหม่ ๆ ซึ่งมีผลในทางทำให้การรักษามีความเฉพาะเจาะจงกว่า และมีผลกระทบต่อร่างกายของคนไข้น้อยกว่าด้วย โดยเด็กแฝดที่ถูกศึกษาทั้งคู่มี เซลล์ก่อนเป็นลูคีเมีย (pre-leukaemia) อยู่ในกระดูกของพวกเขาแต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ป่วยเป็นลูคีเมีย


ทีมนักวิจัยจากประเทศอังกฤษที่คนพบเซลล์นี้ได้รายงานผลการศึกษาของพวกเขาในวารสารไซแอนซ์ (science) ทั้งนี้ผลการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วระบุว่าการที่เด็กซึ่งมีเซลล์ก่อนเป็นลูคีเมียจะกลายไปเป็นโรคเต็มขั้นนั้นต้องมีการติดเชื้อเป็นครั้งที่ 2 อีกก่อน


สำหรับลูคีเมียนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายเกิดภาวะที่เซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากเข้าไปยึดครองไขกระดูกจนทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้เพียงพอและนับเป็นโรคมะเร็งที่คิดเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของมะเร็งในเด็ก


หนึ่งในเด็กหญิงแฝดที่นักวิจัยอังกฤษทำการศึกษาซึ่งชื่อ โอลิเวีย เมอร์ฟี และอาศัยอยู่ในเมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษกลายมาเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดรุนแรงเมื่อเธอมีอายุได้ 2 ขวบ ในขณะที่อิสเบลล่า คู่แฝดของเธอยังคงมีสุขภาพดีและไม่ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเลย ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีเซลล์ก่อนเป็นลูคีเมียเช่นกัน นักวิจัยระบุว่าเซลล์นี้สามารถถ่ายทอดจากแฝดคนหนึ่งไปยังแฝดอีกคนได้ผ่านทางเลือดขณะอยู่ในครรภ์ร่วมกัน


จากความแตกต่างในแฝดคู่นี้ทำให้นักวิจัยพบว่าจะต้องมีการกลายพันธุ์ของยีนส์อีกอย่างหนึ่งก่อนในช่วงเป็นเด็กเล็กจึงจะทำให้เซลล์ก่อนเป็นลูคีเมียก่อโรคลูคีเมียได้ และการกลายพันธุ์ที่ 2 นี้อาจจะเกิดจากการติดเชื้อซึ่งเกิดขึ้นกับโอลิเลียแต่ไม่เกิดขึ้นอิสเบลล่า


ตอนนี้แพทย์ทำการตรวจหาสัญญาณของมะเร็งในตัวของอิสเบลล่าเป็นประจำแต่ก็ไม่พบ และทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อเธอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้วเซลล์ก่อนเป็นลูคีเมียก็จะหายไปอย่างเด็ดขาดและแน่ใจได้ว่าจะไม่เป็นโรคลูคีเมียอีกเลย


นักวิจัยระบุด้วยว่าประชากรจำนวนประมาณ 1% จะเกิดมาพร้อมกับเซลล์ก่อนเป็นลูคีเมียนี้ และในคนจำนวนนี้จะมีเพียง 1% ที่เกิดการกลายพันธุ์ที่ 2 ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งเต็มขั้น และการรักษามาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะมุ่งไปที่การทำลายเซลล์ก่อนลูคีเมียก่อนที่เด็กจะกลายมาเป็นมะเร็งเต็มที่


ศาสตราจารย์ ทาริก เอ็นเวอร์ จากหน่วยวิจัยทางการแพทย์ด้านโลหิตวิทยาในระดับโมเลกุล ในเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยนี้กล่าวว่า “เซลล์พวกนี้เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดโรคมะเร็งและทำให้โรมะเร็งยังคงอยู่ได้” “และตอนนี้เรารู้จักเซลล์นี้แล้ว ซึ่งก็หวังว่าเราจะสามารถหาจุดอ่อนของเซลล์และหาทางโจมตีมันให้ได้ตรงเป้ากว่าเดิม”


 


 


 




ที่มา : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ภาพประกอบ :
www.thaihealth.or.th




update 21-01-51

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ