ทีมแพทย์มะกันวิจัยวัคซีนเลิกโคเคน


ช่วยผู้ติดยาเสพติด คาดเริ่มวิจัยในคนได้หลังสิ้นฤดูหนาว


 สำนักข่าวเอพีรายงานว่าขณะนี้นักวิจัย 2 ท่านจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์ ในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังทำการวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนสำหรับใช้รักษาคนที่เสพติดสารโคเคน โดยถือว่าเป็นการพัฒนาการรักษาทางการแพทย์เป็นครั้งแรกสำหรับผู้ติดสารโคเคน


 “สำหรับคนที่ต้องการจะเลิกใช้สารเสพติดนี้ วัคซีนตัวนี้น่าจะเป็นประโยชน์ได้” ดร.ทอม กอสเตน ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านจิตเวชศาสตร์และเป็นผู้ทำการวิจัยนี้กล่าวและว่า “และสำหรับผู้ใช้วัคซีนแล้วได้ผลจะไม่รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขเมื่อใช้โคเคนเหมือนเคยและจะเลิกไปเองในที่สุด”


 ดร.กอสเตนทำการวิจัยนี้ร่วมกับภรรยาของเขาเองซึ่งเป็นนักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยาศาสตร์ และสำหรับหลักการในการทำงานของวัคซีนโคเคนที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองในคนอยู่นี้นั้นคือมันจะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายในลักษณะที่ทำให้ร่างกายไม่รู้จักโคเคนจึงจะไม่มีการตอบสนองทางกายต่อสารเสพติดเมื่อใช้


 ส่วนวิธีการที่ดร.กอสเตนทำให้ร่างกายไม่รู้จักโคเคนนั้นคือการทำให้โคเคนที่ทำให้สิ้นฤทธิ์แล้วไปยึดติดอยู่กับผิวนอกของโปรตีนโรคบิดที่ถูกทำให้สิ้นฤทธิ์แล้วเช่นกัน เมื่อผู้ใช้วัคซีนใช้สารโคเคนระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจะสร้างสารภูมิคุ้มกันออกไปจับกับโคนเคนแทน เป็นการป้องกันไม่ให้โคเคนเข้าไปถึงสมองได้จึงทำให้ไม่สามารถกระตุ้นการเกิดความรู้สึกมีความสุขเมื่อได้เสพสารเสพติดนี้อีกต่อไป


 “การวิจัยนี้เป็นแนวคิดที่ชาญฉลาดมาก ๆ” คุณเดวิด อีเกิลแมน ซึ่งเป็นนักประสาทวิทยาศาสตร์ของวิทยาลัยแพทย์ เบย์เลอร์ กล่าวและว่า “นักวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ใช้เวลา 30 ถึง 40 ปีที่ผ่านมานี้เพื่อหาช่องทางในการสร้างความรู้สึกมีความสุขในสมองและหาว่าสารเสพติดยึดเอาระบบนี้ไปได้อย่างไร”


 ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยของดร.กอสเตนได้ขออนุญาตสำนักงานอาหารและยาหรืออย.สหรัฐฯเพื่อใช้วัคซีนเลิกโคเคนที่พัฒนาขึ้นมาในการทดลองในคน โดยได้ยื่นขออนุมัติจากอย.ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เองและขณะนี้กำลังรอคำตอบอยู่ คาดว่าจะเริ่มทำการวิจัยในคนร่วมกับหลายสถาบันได้ในราวฤดูใบไม้ผลินี้


 หากได้รับการอนุมัติจากอย.แล้วการวิจัยนี้จะเป็นการวิจัยหาการรักษาการติดสารโคเคนที่ถือว่าเป็นการค้นพบครั้งสำคัญมากครั้งหนึ่งในรอบ 100 ปีและคาดว่าจะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการรักษาผู้ติดสารโคเคนจริง ๆในอนาคต


 อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งชื่อ ดร.เดวิด กอเรลิค ซึ่งเป็นหัวหน้านักวิจัยประจำที่ สถาบันสารเสพติดแห่งชาติสหรัฐก็ได้เตือนว่าอย่างเพิ่งไปตั้งความหวังไว้ให้สูงมากนักเพราะว่าวัคซีนสำหรับรักษาการติดสารเสพติดมักจะดูเหมือนว่ามีแนวโน้มดีแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลดีสำหรับคนทุกคนที่ใช้ และที่สำคัญการรักษาด้วยวัคซีนนี้ก็น่าจะเป็นเพียงการให้ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางรายเท่านั้นไม่ใช่ทุก ๆ รายไป


 


 




ที่มา

ข้อมูลจาก : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th




update 03-01-51

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ